ปีนี้นอกจากจะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ไม่ขยายตัวร้อนแรงเท่าที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกคาดไว้ แถมเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ อย่างพี่จีน ที่คาดว่าจะพุ่งแรง ก็กลับแผ่วลงอย่างน่าใจหาย แล้วโลกเรายังต้องเผชิญกับ 10 สถานการณ์เสี่ยง ซึ่งผู้นำจากทั่วโลกที่เข้าร่วมประชุม ‘World Economic Forum’ (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เห็นพ้องต้องกัน ว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมพร้อมรับมือ 10 สถานการณ์ต่อไปนี้


หนึ่ง สภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว เช่น น้ำท่วมฉับพลัน พายุ สอง ภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ การปะทุของภูเขาไฟ ตามมาด้วยผลของความไม่พร้อมในการวางแผนตั้งรับภัยธรรมชาติที่กล่าวมา คือ สาม ความล้มเหลวในการบรรเทาและปรับตัวรับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยน สี่ ความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมจากฝีมือมนุษย์ เช่น น้ำมันรั่ว การแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี ห้า วิกฤตน้ำที่รุนแรงขึ้น ทั้งหมดนี้นำมาซึ่ง หก การล่มสลายของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

ภัยพิบัติจากธรรมชาติ

จากนั้นสถานการณ์ความเสี่ยงในมุมมองของผู้นำทั่วโลกยังขยายไปถึงประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่าง เจ็ด การจารกรรมข้อมูลปริมาณมากและการจู่โจมโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งยวด แปด การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ และปัจจัยแทรกแซง อย่าง เก้า การหลั่งไหลของกระแสผู้อพยพ และสุดท้ายสถานการณ์ที่ สิบ คือ ภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่


โดยนอกเหนือจากการระดมสมองรับมือภัยธรรมชาติและผลลัพธ์ของความเสียหาย ทั้งในแง่ของความสูญเสียจากภัยพิบัติโดยตรง และผลพวงจากการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ที่ประชุม World Economic Forum ล่าสุด ได้หาทางออกในการรับมือภัยไซเบอร์ยุคใหม่ไว้ในหลายประเด็น ซึ่งในรายงานข่าวเรื่อง “10 ความเสี่ยงโลกในปี 2562” จากเว็บไซต์คมชัดลึก วันที่ 26 มกราคม 2562 ได้หยิบยกมาเรียบเรียงไว้ ดังนี้

อัปเดตภัยไซเบอร์ยุคใหม่ ไม่ได้สูญแค่เงิน ข้อมูลก็หายวับไปด้วย

มีถึง 82% ของผู้นำทางความคิดทั่วโลกที่มาร่วมการประชุมระดับโลกครั้งนี้ซึ่งมองว่า การโจมตีทางไซเบอร์ ก่อความเสียหายใหญ่หลวง เพราะเหยื่อของภัยไซเบอร์ในยุคนี้ต้องสูญเสียทั้งเงินทองและข้อมูลที่มีความสำคัญ ขณะที่กว่า 80% ก็แสดงความเป็นห่วงว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก และเริ่มรู้สึกแล้วว่าโลกกำลังเข้าสู่ความไร้เสถียรภาพรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นผลของการเปิดรับเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาหลอมรวมอยู่ในชีวิตจริง

ผู้จัดทำรายงาน “10 สถานการณ์เสี่ยงทั่วโลก ปี 62” ยอมรับว่า ความเสี่ยงที่มาจากเทคโนโลยีทวีความรุนแรงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีเหยื่อนับล้านคนที่ถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว ขณะที่การจู่โจมทางไซเบอร์ (Cyber Attack) มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจ ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น หากอ้างอิงรายงานจาก ‘ฟอร์ติเน็ต’ หนึ่งในบริษัทผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับองค์กร ระบุว่า ในการประชุมเศรษฐกิจโลกปีที่ผ่านมา World Economic Forum 2018 ได้ชี้เป้าชัดเจนว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและการปฏิรูปดิจิทัลในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก โดยการโจมตีทางไซเบอร์ได้เพิ่มสูงขึ้นมากทั้งจำนวนและความซับซ้อน

แม้จะมีความพยายามจากองค์กรต่างๆ ที่ริเริ่มเอาอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือไอโอที (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น แต่อาชญากรไซเบอร์ยุคนี้ก็มีความรอบรู้ทางเทคนิคในการโจมตีโดยใช้เอไอในกิจกรรมของตนมากขึ้นเช่นกัน การขยายพื้นที่ของโอกาสที่จะถูกโจมตีแบบดิจิทัลจึงมีมากขึ้น ช่องโหว่กว้างยิ่งขึ้น สร้างภัยคุกคามต่อบุคคล บริษัท องค์กร และรัฐบาล ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอยู่ดี

สุดท้าย ในประเด็นเรื่องการเตือนภัยไซเบอร์ที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2562 นี้ มาจากมุมมองของกลุ่มเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการบังคับใช้กฎหมายในการประชุมเมื่อปีที่แล้วที่คาดการณ์ด้วยว่า การรวมตัวของไอโอทีและปัญญาประดิษฐ์ประเภท Offensive AI คลาวด์คอมพิวติ้ง จะเปิดโอกาสให้เกิดภัยคุกคามผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยไซเบอร์และการวัดผลการป้องกันก็ย่อมจะยากขึ้นและสำคัญยิ่งขึ้นอีกเช่นกัน


ความปลอดภัยทางไซเบอร์

World Economic Forum ร่วมกอบกู้โลกจากภัยไซเบอร์ ผนึกกำลังสร้างศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

เพื่อจัดการกับความท้าทายข้างต้น WEF ได้นำเสนอให้สร้างศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Center for Cybersecurity) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระภายใต้การสนับสนุนของ WEF ที่มีเป้าหมายคือการสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกครั้งแรกให้กับรัฐบาล ธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ในการประสานทำงานร่วมกันในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

โดยการประชุมประจำปีครั้งแรกของศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งนี้ เพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2561 โดยมีมติสำคัญในการเรียกร้องให้ต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในระดับที่สูงขึ้นและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และขอให้ก้าวข้ามความท้าทายสำคัญ 3 ประการ คือ

  • การขาดความไว้วางใจ
  • การขาดความร่วมมือ
  • สภาวะที่ขาดทักษะที่เพียงพอ

อีกทั้งในการประชุมดังกล่าวยังได้ประกาศรายชื่อพันธมิตรสำคัญที่เป็นผู้ร่วมกันก่อตั้งศูนย์ฯ ได้แก่ แอ็กเซนเจอร์ (Accenture) ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) และสเบอร์แบงก์ (Sberbank) ซึ่งจะเป็นกรรมการถาวรในคณะกรรมการของศูนย์ ทางด้านกรรมการอื่นๆ ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กร อุตสาหกรรมจากประเทศต่างๆ ทั้งนี้มีวาระการทำงานคนละ 2 ปี ตอกย้ำถึงการทำงานร่วมกันว่า “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีความสำคัญมาก”

ขณะที่เวทีประชุมของปีนี้มีการระดมสมอง ค้นหาไอเดียเพื่อสร้างแนวทางรับมือกับปัญหาช่องว่างด้านทักษะความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เหล่าประเทศสมาชิกเผชิญร่วมกัน โดยเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งที่ทุกคนตระหนักร่วมกัน ก็คือ มีองค์กรทั่วโลกที่เข้าสู่การทำธุรกิจผ่านออนไลน์ และสิ่งที่เกิดขึ้นคู่ขนานกันไปก็คือ รอยเท้าดิจิทัล (digital footprint) หรือร่องรอยการเข้าไปทำกิจกรรมทางออนไลน์ผ่านเครือข่ายโซเชียลทุกครั้งของทุกคน ที่เริ่มแผ่ขยายพื้นที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณกิจกรรมออนไลน์ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มความซับซ้อนยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เติบโตไปคู่กับความเสี่ยงด้านไซเบอร์คือ ช่องว่างของทักษะด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งทางผู้บริหารในวงของ WEF กำลังวิตกว่า วิกฤตนี้จะส่งผลต่อการรับมือภัยไซเบอร์แน่นอน เพราะจากการอ้างอิงผลสำรวจด้านการพัฒนาบุคคลพบว่า มีองค์กรถึง 59% ที่ขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งงานด้านนี้ โดยประเมินจากตัวเลขที่ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน จัดทำผลศึกษาไว้ว่า น่าจะขาดแคลนคนในตำแหน่งงานด้านนี้ถึง 1.5 ล้านคน ภายในปี 2563

ดังนั้น  เพื่อก้าวข้ามวิกฤตขาดแคลนกำลังคนที่จะมาทำงานด้านการสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ WEF จึงนำเสนอทางออกเพื่อปิดช่องว่างของปัญหาทักษะด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ไว้ ดังนี้

• จัดฝึกอบรมเพิ่มทักษะให้แก่แรงงานด้านไอทีในปัจจุบัน ด้วยการติดอาวุธเพิ่มเติมด้านทักษะและความรู้ในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยอาจเป็นการทำงานร่วมกับมืออาชีพด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

• ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับสาขานี้ให้ทันสมัย และก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีมากขึ้น ข้อนี้จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องอาศัยการสนับสนุนทั้งจากองค์กรรัฐและเอกชน เพื่อจัดทำห้องปฏิบัติการเป็นพื้นที่ฝึกปรือทักษะนักศึกษาด้วย


ที่มา :

  • รายงานข่าวเรื่อง “10 ความเสี่ยงโลกในปี 2562” จากเว็บไซต์คมชัดลึก วันที่ 26 มกราคม 2562
  • รายงานข่าวเรื่อง “จับตา 10 สถานการณ์เสี่ยง ทั่วโลก ปี 62 หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562

รับมือความเสี่ยงภัยไซเบอร์ และอีกหลายภัยคุกคามในโลกดิจิทัล ต้องอ่านต่อ !

อยู่รอดปลอดภัยจากการเสพ & แชร์ ‘ข่าวปลอม (Fake News)’ บนโลกออนไลน์ ด้วยเคล็ดลับรู้ก่อนแชร์

5 เครื่องมือใหม่แห่งยุค รับมือภัยไซเบอร์ สร้าง ‘ความปลอดภัยทางไซเบอร์’ อย่างได้ผล

รับมืออนาคต ยุคเทคโนโลยีปั่นป่วน ด้วยเศรษฐกิจ 3C