ที่ผ่านมา เว็บไซต์สาลิกาได้นำเสนอบทความมากมายที่เกี่ยวกับ AI เอไอ ปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในแง่มุมของประสิทธิภาพและความสามารถเหนือมนุษย์ ที่ทุกคนต่างเล็งเห็นถึงประโยชน์ และตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีแห่งยุคนี้มาปรับใช้ ด้วยความคาดหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น เพื่ออำนวยความสะดวก บริหารจัดการงานทุกด้านให้ง่ายขึ้น ลดต้นทุน ไปจนถึงเป็นผู้ช่วยของมนุษย์ ทว่า ก็ยังคงมีความสงสัยว่าแล้วจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจว่า เอไอ ปัญญาประดิษฐ์ นั้น ควรค่ากับการนำมาปรับใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่วางไว้?


WEF ชี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคิดถึง ก่อนเลือก เอไอ ปัญญาประดิษฐ์ ให้มาทำงานแทน

สำหรับข้อข้องใจนี้มีบทความจาก เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (World Economic Forum WEF) ที่มาสรุปประเด็นหลักๆ ที่นักพัฒนาเอไอและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายยุคนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจนำ เอไอ ปัญญาประดิษฐ์ มาปรับใช้ นับตั้งแต่ประเด็นเชิงเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงว่าแรงงานมนุษย์อาจถูกแทนที่ด้วยเอไอ หรือจะทำอย่างไรให้การกระจายผลประโยชน์จากเอไอให้ทั่วถึงในทุกภาคส่วน และการปรับเอเอไอไปใช้จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงเทคโนโลยีกับอะไรได้บ้าง รวมถึงข้อผิดพลาดจากการใช้เอไอที่เป็นโปรแกรมซึ่งยังขาดความเข้าใจในสภาพแวดล้อมรอบตัว

และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่บทความ WEF เป็นห่วง นั่นคือ ปรากฏการณ์ ‘Singularity’ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และความก้าวหน้าเหล่านั้นมีผลเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์ได้อย่างสิ้นเชิง ถ้าถึงวันนั้นเราจะรับมือกับปรากฏการณ์นี้อย่างไร เมื่อวันหนึ่งเราได้เดินถึงจุดที่เอไอฉลาดเทียบเท่าหรือฉลาดกว่ามนุษย์


Trusted AI

กันไว้ดีกว่าแก้ กับ 6 แนวทางสร้างความเชื่อมั่น “Trusted AI” เสนอโดย Microsoft

เพื่อชี้นำการพัฒนาเอไอให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากการปรับใช้ เอไอ แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับมนุษยชาติเป็นสำคัญ โอม ศิวะดิตถ์ ผู้บริหารด้านนโยบายภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มาแนะนำ 6 หลักการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น “Trusted AI” ที่ทางไมโครซอฟท์ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นแนวทาง ประกอบด้วย

  • ยุติธรรม

เมื่อเอไอต้องตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีรักษาทางการแพทย์หรือแม้กระทั่งการจ้างงาน ต้องมั่นใจว่าระบบนั้นจะให้คำแนะนำเดียวกันกับทุกคนที่มีอาการหรือคุณลักษณะเหมือนกัน และเพื่อความถูกต้องเที่ยงตรงในผลลัพธ์ที่ออกมาจากเอไอ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเอไอไม่ได้ให้ผลแม่นยำเสมอไป การประมวลผลนั้นอาจมีอคติขึ้นมาก็ได้ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องศึกษาว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อใช้งานเอไอนั้นได้อย่างฉลาด

  • ไว้ใจได้

เอไอต้องได้รับการออกแบบให้ทำงานภายใต้กรอบข้อบังคับที่ชัดเจน และผ่านการทดสอบอย่างเคร่งครัด เพื่อรับรองว่าระบบจะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เหนือความคาดการณ์ได้อย่างปลอดภัย และไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทิศทางที่ขัดแย้งกับจุดมุ่งหมายเดิมของระบบ นอกจากนี้ มนุษย์ยังไม่ควรวางมือจากงานที่ปรับเอาเอไอมาใช้ มนุษย์ควรมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่าจะใช้งานระบบเอไอเมื่อใดและอย่างไร

ในประเด็นนี้ ขอหยิบเอาตัวอย่าง การนำโปรแกรมเอไอ ไปปรับใช้ในงาน HR หรือ Human Resource Development โดยใช้เอไอในการคัดกรองคุณสมบัติพนักงาน ซึ่งก็พบว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ ในกรณีที่โปรแกรมเอไอไม่สามารถคัดเลือกพนักงานที่มี Soft Skill หรือความเป็นมนุษย์ได้ เหมือนการใช้คนที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ ดังนั้น ทางออกของปัญหานี้คือ ในขั้นตอนสุดท้ายของการคัดเลือกบุคลากรก็ต้องใช้มนุษย์เข้ามาตัดสินร่วมด้วย ย่อมดีที่สุด

ความปลอดภัยในการใช้เอไอ

  • ปลอดภัย

ระบบเอไอก็เหมือนกับเทคโนโลยีคลาวด์อื่นๆ ที่ต้องทำงานโดยเป็นไปตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกำกับดูแลการรวบรวม ใช้งาน และเก็บรักษาข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกนำไปใช้ตามมาตรฐานความเป็นส่วนตัว และป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือถูกโจรกรรม

หรือในอีกมุมหนึ่ง ปัญหาระดับโลกเรื่องความปลอดภัยในการใช้เอไอ ที่เป็นตัวอย่างได้แบบเห็นภาพชัดเจน คือ การนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้บนถนนสาธารณะ แล้วรถคันนั้นเกิดชนคนเดินถนนจนได้รับบาดเจ็บ และเกิดประเด็นปัญหาขึ้นว่าใครจะเป็นผู้รับผิดตามกฎหมาย ต่อประเด็นนี้ มีบทความของ จันทพร ศรีโพน นักวิเคราะห์และจัดทำข้อมูลทางกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้ให้มุมมองไว้ในบทความเรื่อง “แนวโน้มของกฎหมายกับปัญญาประดิษฐ์ในอาเซียน” ว่า

“ในกรณีนี้จะต้องพิจารณาไปถึงคำนิยามของ AI ว่าในทางกฎหมาย เทคโนโลยี AI ได้รับการบัญญัติอยู่ในตัวบทกฎหมายประเภทใด หากสอดคล้องกับประเภทที่กฎหมายบัญญัติถึงเรื่องความรับผิดอยู่แล้ว เช่น ความรับผิดของเครื่องจักร ความรับผิดของทรัพย์อันตราย ความรับผิดของสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ก็สามารถนำกฎหมายเรื่องนั้นๆ มาบังคับใช้ได้”

เทคโนโลยี AI

  • เสมอภาค

โซลูชันเอไอจะต้องตอบโจทย์ความต้องการและพื้นฐานที่หลากหลายของมนุษย์ทุกคน ด้วยวิธีปฏิบัติที่ครอบคลุม โดยคาดการณ์อุปสรรคทั้งในด้านคุณสมบัติของระบบและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดการกีดกันผู้ใช้บางกลุ่มโดยไม่ตั้งใจ

ในประเด็นนี้ ตัวอย่างของ เอไอ ที่มีประโยชน์ สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมความหลากหลาย ทุกทักษะของมนุษย์ได้แทบจะสมบูรณ์แบบ คือ หนึ่งในสามระบบเอไอที่ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้นำมาวิเคราะห์การค้นหาข้อมูลเชิงลึกที่จะมีประโยชน์ต่อระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยจากการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปสู่ผลการประเมินความเหมาะสมของสาขาที่นักเรียนจะตัดสินใจสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา

โดยโปรแกรมดังกล่าวจะช่วยวิเคราะห์ความถนัดและวัดแววแนวทางการศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา และบอกว่าคณะ สาขาที่นักเรียนเลือกเหมาะสมสอดคล้องมากน้อยขนาดไหน ซึ่งผลจะประมวลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ นับว่าเป้ฯตัวอย่างของเอไอที่ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างเสมอภาคและครอบคลุม

  • โปร่งใส

เมื่อเอไอส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนมากขึ้น เอไอที่ดีจึงต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เกี่ยวกับการทำงานของระบบเอไอเพื่อที่บุคคลทั่วไปจะเข้าใจถึงวิธีการตัดสินใจ และสามารถระบุอคติ ความคลาดเคลื่อน และผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากอ้างอิงตาม บทความเรื่อง “8 คำทำนาย “เอไอ” ปี 61 ที่ธุรกิจต้องรู้!” เขียนโดย กุลธิดา เด่นวิทยานันท์ เผยแพร่ในเว็บไซต์ของ PwC Thailand (วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561) ก็ได้คาดการณ์ไว้ชัดเจนว่า

“กรอบการใช้เอไอที่โปร่งใส เข้าใจได้จะเป็นที่ต้องการของตลาด โดยในระยะต่อไปความต้องการของการใช้เอไอที่ผู้บริโภคสามารถเข้าใจกระบวนการคิด และความสามารถที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจที่พิสูจน์ได้จะมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยเราคาดว่า ผู้ให้บริการโซลูชันส์เอไอจะได้รับแรงกดดันให้ต้องเปิดเผยกระบวนการคิดของเอไอที่เปรียบเสมือนเป็น “กล่องดำ” ของกระบวนการทำงานภายใน เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้เอไอ สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้ และให้มั่นใจได้ว่า กระบวนการตัดสินใจของเอไอจะเป็นไปบนพื้นฐานของความถูกต้อง”

กระบวนการตัดสินใจของเอไอ

  • รับผิดชอบ

ผู้ที่ออกแบบและติดตั้งระบบเอไอจะต้องรับผิดชอบต่อการทำงานของระบบด้วย โดยบรรทัดฐานความรับผิดชอบสำหรับเอไอควรกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของประสบการณ์ และวิธีปฏิบัติจากภาคส่วนอื่นๆ เช่นมาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยที่เข้าพบแพทย์ เป็นต้น ซึ่งจากบทความเรื่อง “8 คำทำนาย “เอไอ” ปี 61 ที่ธุรกิจต้องรู้!” ที่อ้างถึงข้างต้น ก็ได้อธิบายในประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า

การใช้งานเอไอที่เริ่มแพร่หลายก่อให้เกิดความกังวลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว ความอคติของอัลกอริทึม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภัยคุกคามต่อแบรนด์ และผลการดำเนินงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตระหนักถึงการใช้งานเอไออย่างมีความรับผิดชอบ เริ่มตั้งแต่การออกแบบ การทดสอบ การใช้งาน การติดตามผล การส่งเสริมให้มีการฝึกอบรม การป้องกัน และการกำหนดเครื่องมือและมาตรฐานของการใช้เอไอ เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจและสังคมโดยรวม

ต่อไปองค์กรต่างๆ จะมีการจัดตั้งทีมในการตรวจสอบกระบวนการเพื่อตรวจหาข้อมูลที่มีอคติ รวมทั้งติดตามอัลกอริทึมของเอไออย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ เราจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และภาครัฐกับประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้งานเอไออย่างมีสำนึกรับผิดชอบ รวมทั้งจะเห็นรูปแบบของการจัดตั้งหน่วยกำกับดูแลตนเองระหว่างภาคธุรกิจด้วยกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้นวัตกรรมอย่างมีจริยธรรมด้วย


ในบทสรุปของการนำเสนอ 6 แนวทางสร้างความเชื่อมั่น “Trusted AI” แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้บริหารของไมโครซอฟท์ ยังได้สรุปประเด็นน่าสนใจไว้ด้วยว่า

“ในฐานะฟันเฟืองหลักที่จะขับเคลื่อนวิถีชีวิตและโลกธุรกิจไปสู่ยุคใหม่ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น การวางรากฐานให้เอไอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสังคมไทยได้อย่างลงตัวและเต็มประสิทธิภาพนั้น จะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญหลายๆ ด้านด้วย ทั้งการพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลให้กับคนไทยอย่างทั่วถึง การปรับแต่งเทคโนโลยีให้เข้ากับสภาพการใช้งานจริง เช่น ในด้านของภาษา วัฒนธรรม หรือแม้แต่กฎหมายและกรอบนโยบาย ไปจนถึงการยกระดับเครือข่ายพันธมิตรและนักพัฒนาทั่วประเทศให้นำ เอไอมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่นักพัฒนาเอไอของทุกองค์กรยังต้องมีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ ออกแบบ รวมไปถึงการปรับแต่งผลิตภัณฑ์และบริการอย่างจริงจังเพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันให้ได้”


อ้างอิง :

  • รายงานข่าว เรื่อง “ไมโครซอฟท์แนะ 6 หลักการสร้างความเชื่อมั่น เอไอ” จากเว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 มกราคม 2562 โดย WARIYA KHAMCHANA
  • บทความ เรื่อง “แนวโน้มของกฎหมายกับปัญญาประดิษฐ์ในอาเซียน” โดย จันทพร ศรีโพน นักวิเคราะห์และจัดทำข้อมูลทางกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (https://lawforasean.com/blog/2018/01/)
  • บทความเรื่อง “8 คำทำนาย “เอไอ” ปี 61 ที่ธุรกิจต้องรู้!” เขียนโดย กุลธิดา เด่นวิทยานันท์ เผยแพร่ในเว็บไซต์ของ PwC Thailand (วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561)

อ่านข้อเขียน เปิดหลากมุมมองต่อ เอไอ เทคโนโลยีแห่งยุค กันต่อ

เจาะลึก 3 ประเด็น ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ เปลี่ยนโฉมวงการ HR สู่ยุค Digital HR

ทฤษฎีหุ่นยนต์สมคบคิด

เจาะลึกบทบาท ‘เอไอ ผู้ช่วยนักลงทุน’ กับบทวิเคราะห์เหนือมนุษย์ เข้าถึงหุ้นตัวเด่นได้เป๊ะ & ปัง ยิ่งขึ้น