หนังสือ 1984 ของ “จอร์จ ออร์เวลล์” สำนวนแปล “รัศมี เผ่าเหลืองทอง” และ “อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์” จัดทำโดย “สำนักพิมพ์สมมติ” เป็นผลงานที่น่าสนใจนำมาเล่าสู่กันฟังเป็นตอนที่ 2 ครับ


เมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าถึงกฎเกณฑ์พื้นฐาน 3 ประการที่ “จอร์จ ออร์เวลล์” ได้กำหนดเอาไว้ในวรรณกรรมเรื่อง 1984

นั่นคือ 3 Keywords อันประกอบไปด้วย 1. คือ New Speak 2. คือ Big Brother Is Watching You! และ 3. คือ Double Think ครับ

อธิบายง่ายๆ ก็คือ “จอร์จ ออร์เวลล์” ได้รังสรรค์ “โครงสร้างภาษาใหม่” ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อใช้เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญ นั่นก็คือภาษาที่มีชื่อว่า New Speak ผ่านฝีมือของ “อิงซอค” หรือ “พรรคสังคมนิยมอังกฤษ” ในท้องเรื่องที่คิดค้นระบอบการปกครองประชาชนด้วยการสร้าง “ความจริง” จาก “สิ่งหลอกลวง”

นอกจากนี้ ราษฎรทั้งหลายยังถูก Big Brother คอยจับจ้องมองดูพฤติกรรมต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง แถมด้วยกระบวนการควบคุมความคิดมวลชนด้วย Double Think ที่กำหนดให้ผู้คนในสังคมยอมรับว่าสิ่งที่ “พรรค” โกหกนั้นเป็นความจริง ดังตัวอย่างอมตะ 2 + 2 = 5

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญที่สุดจากกฎเกณฑ์ทั้ง 3 จากหนังสือเรื่อง 1984 ของ “จอร์จ ออร์เวลล์” ที่ได้รับการกล่าวขวัญกันถึงอย่างแพร่หลายก็คือกรณีของ Big Brother ซึ่งผมได้ทิ้งทายข้อเขียนชุด Big Brother Is Watching You! ในตอนแรกไว้ว่า แน่ใจหรือว่า ขณะนี้ เราๆ ท่านๆ มิได้ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมแบบ Big Brother?

คำถามก็คือ ทุกวันนี้ โดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลายคนมิอาจปฏิเสธได้ว่า ประชากรทั้งหลายบนโลกใบนี้ กำลังถูกจับตาจาก Big Brother ใช่หรือไม่?

หากเรามองย้อนกลับไป ในปีที่วรรณกรรมเรื่อง 1984 ออกวางจำหน่ายครั้งแรก คือใน ค.ศ. 1949 ในบ้านอื่นเมืองอื่น โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ดูเหมือนว่า ปัญหาเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมาย” นั้นแทบจะไม่เกิดขึ้น ทั้งจากประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ”

แต่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาและในประเทศด้อยพัฒนา กลับพบปัญหาอย่างมากกับประเด็น “การบังคับใช้กฎหมาย” ไล่ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่าง “กฎหมายจราจร” ไปจนถึงเรื่องใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่าง “พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเด็นที่ Advance มากๆ อย่างกฎหมาย Digital

ปัญหาเรื่องของ “การบังคับใช้กฎหมาย” ที่หย่อนยานในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนานี้เอง ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่ติดตามมาให้แก้ไข และเพราะมีปัญหาที่ต้องให้ตามแก้ มันจึงต้องมีกฎหมายใหม่ๆ ในลักษณะของ “งูกินหาง”

ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายจำกัดเวลาการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกฎหมายห้ามดื่มสูบบุหรี่ในสถานที่หลายแห่ง เกิดขึ้นเพราะคนในสังคมไม่มีวินัย ไม่มีมารยาท ไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้เวลาและไม่รู้สถานที่ โดยเฉพาะไม่รู้ตัวว่า ตนเองได้ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมาย” ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น “กฎหมายจราจร” “พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์” “กฎหมาย Digital” หรือ “กฎหมายเกี่ยวกับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่” จะกลายเป็นเรื่องเล็กไปในทันที หากว่ากฎหมายเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับ “การเมือง”

โดยเฉพาะ “กฎหมาย Digital” นั้น หากไม่เกี่ยวข้องกับ “การเมือง” มันก็จะไม่เป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน แต่เพราะมันเกี่ยว มันจึงเป็น “เรื่องใหญ่”

มันก็เหมือนกับที่ “จอร์จ ออร์เวลล์” นักเขียนชาวอังกฤษ ได้เขียนเอาไว้เมื่อ 70 ปีก่อน ในนวนิยายเรื่อง 1984 หรือ Nineteen Eighty-Four (ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1949 หรือ พ.ศ. 2492)

โดยลำพัง การบังคับใช้ “กฎหมาย Digital” ถ้าบังคับใช้กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มันก็คงไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่ภาคประชาสังคมกังวล แต่เพราะมันเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ของ “กฎหมาย Digital” เช่น อำนาจที่ไร้ขอบเขตของเจ้าหน้าที่ ความยากของกระบวนการตรวจสอบหน่วยงานกำกับดูแล และลักษณะกฎหมายเข้าข่ายควบคุม

ปัญหาใหญ่ในโลกสมัยใหม่ หรือโลกยุคปัจจุบัน เส้นแบ่งที่เบาบาง และสับสนเหลือเกิน ระหว่างคำว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก กับคำว่าการละเมิดสิทธิของผู้อื่นนั้น เป็นเรื่องยากมาก!

เป็นเรื่องยากมากถึงยากมากที่สุด ทั้งในโลกวรรณกรรม คือนวนิยายเรื่อง 1984 และในโลกความเป็นจริง เรียงไล่ไปตั้งแต่เรื่อง Edward Snowden มาจนถึง Julian Assange

การบังคับใช้ “กฎหมาย Digital” เพื่อควบคุมดูแล “พฤติกรรมพลเมือง” เปรียบไปก็เหมือนกับเรื่องราวของ Big Brother ในนวนิยายเรื่อง 1984 ของบรมครู “จอร์จ ออร์เวลล์”

เคยมีนิตยสารเล่มหนึ่งซึ่งเคยทำ Scoop เกี่ยวกับวรรณกรรม 1984 เอาไว้ดีมากๆ นั่นคือ Intelligent Life

Intelligent Life ชี้ว่า “จอร์จ ออร์เวลล์” ได้มองโลกอย่างทะลุปรุโปร่งมากว่า 70 ปีแล้ว พลันเมื่อเขาเขียน 1984 ขึ้นในปี ค.ศ. 1949

Intelligent Life บอกว่า “จอร์จ ออร์เวลล์” มองเห็นถึงความเหลิงอำนาจของผู้นำของทุกสังคมด้วยการเขียนนวนิยาย 1984 ที่ปอกเปลือกกระบวนการชั่วร้ายของ Big Brother ที่คอยเฝ้าจับจ้องมองดูพฤติกรรมของพลเมืองอย่างไม่ลดละตลอด 24 ชั่วโมงยิ่งกว่า 7 Eleven

ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวในโลก Digital ขององค์กรระดับโลก ทั้งใต้ดิน บนดิน ที่พากันดักจับทุกข้อมูลความเคลื่อนของทุกคนบนโลกใบนี้แบบกัดไม่ปล่อยกันอย่างสนุกสนาน และเป็นความจริงในวันนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณี Edward Snowden และ Julian Assange ที่จะพูดถึงในตอนต่อไป


อ่านบทความตอนแรก

1984 : ครบรอบ 70 ปี Big Brother is watching you! (ตอนแรก)