คงมีไม่กี่คน ที่จะรู้ว่า ที่สุดเขตแดนในจังหวัดใกล้กรุงอย่าง เพชรบุรี เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอ ‘บ้านโป่งลึก-บางกลอย’ ที่ยังคงวิถีคนกับป่าไว้อย่างแน่นแฟ้น และถ้าใครที่อยากไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของชนเผ่าที่ได้ชื่อว่าเรียบง่าย รักสงบ ณ ใจกลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนี้ ต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจล้วนๆ


ชุมชนชาวปกาเกอะญอ

เสน่ห์ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ชุมชน ‘บ้านโป่งลึก-บางกลอย’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่@แก่งกระจาน

ถนนที่ใช้ในการเดินทางสู่ชุมชนชาวปกาเกอะญอใจกลางผืนป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนี้ ต้องอาศัยรถโฟร์วีลเดินทางเข้าไปเท่านั้น เพราะแม้จะมีระยะทางแค่ประมาณ 33 กิโลเมตร จากถนนใหญ่ แต่ต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อลุยผ่านถนนลูกรัง ขรุขระในระดับนั่งแล้วหัวสั่นหัวคลอนตลอดทาง ข้ามลำธาร ขึ้นเขา ลัดเลาะผ่านโค้งเป็นสิบโค้ง จึงจะเดินทางถึงยังหมู่บ้านชนเผ่าแห่งนี้

ทว่า หลังจากผ่านการเดินทางที่ยากลำบากมาจนมาถึง บ้านโป่งลึก-บางกลอย ก็ได้พบและรับรู้ว่าชุมชนชาวปกาเกอะญอที่นี่ยังคงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ผสมผสานกับวัฒนธรรมเดิมที่เป็นรากของ ‘ปกาเกอะญอ’ ไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น

สร้างเรือนแบบดั้งเดิม ที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุท้องถิ่น อย่าง ไม้ไผ่ หวาย ไม้เนื้อแข็ง หญ้าคา ใบค้อ เป็นต้น ลักษณะเรือนสื่อได้ถึงภูมิปัญญาอันแยบยล อย่างจุดประสงค์ในการป้องกันสัตว์ร้าย จึงสร้างเรือนเป็นเรือนเครื่องผูก ยกพื้นสูง บันไดขึ้นบ้านสามารถถอดออกได้ เพื่อรักษาความปลอดภัย

ทอเสื้อผ้าใส่เอง

การแต่งกาย ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ยังทอเสื้อผ้าใส่เอง และจะทำเองในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การหาวัตถุดิบมาทอผ้า ย้อมสี ไปจนถึงนำมาทอด้วยกี่เอว โดยงานเก็บฝ้าย ย้อมฝ้าย และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เป็นหน้าที่ของผู้ชาย ส่วนงานทอผ้า เป็นหน้าที่ของผู้หญิง และแต่ละบ้านจะทอผ้าในลวดลายที่แตกต่างกันไป

อาหารพื้นเมือง น้ำพริก “ตาละเว”

อาหารการกิน อาหารของชาวบ้านถิ่นนี้ จะได้มาจากธรรมชาติและการทำการเกษตร เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ต่างๆ ที่ปลูกเอง และปลาที่ได้จากการจับในแม่น้ำเพชรบุรี สายน้ำที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวชุมชนนี้ อาหารพื้นเมืองที่พลาดไม่ได้หากเดินทางมาถึงหมู่บ้านชนเผ่าแห่งนี้แล้ว คือ น้ำพริก “ตาละเว” ที่ทำจาก ปลา กะปิ พริกกระเหรี่ยง และเครื่องแกง จนได้น้ำพริกรสชาติกลมกล่อม กินคู่กับปลาย่าง ผักลวก และอาหารพื้นเมืองอื่นๆ เช่น ทอดมันหยวกกล้วย และ แกงหยวก เป็นต้น

งานจักสาน ผลิตภัณฑ์จักสานฝีมือชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของผู้ชาย และจักสานขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น สุ่มไก่ ที่ใส่หมาก กระด้ง กระบุง เป็นต้น

งานจักสาน

การละเล่น เครื่องดนตรี ในการต้อนรับแขก หรือเมื่อมีประเพณี การละเล่น ชาวบ้านที่นี่จะเล่นเครื่องดนตรีดั้งเดิม อย่าง ซอตรู้ เครื่องดนตรีประเภทสี ทำจากไม้ไผ่บ้อง เหลาเปลือกออก ใช้สายเอ็น คันชัก ทำจากไม้ไผ่ มักใช้ร้องรำทำเพลงในงานมงคลสนุกสนาน และ แคน หรือ ปี่ เครื่องดนตรีประเภทเป่า ลักษณะคล้ายแคนของทางภาคอิสาน ใช้เล่นทุกโอกาส ทั้งงานมงคล งานประเพณี ไปจนถึงงานศพ

เพราะฉะนั้น ในมุมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บ้านโป่งลึก-บางกลอย จึงมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับวิถีชุมชนแห่งนี้ ขาดแต่เพียงการบริหารจัดการที่เหมาะสมและสื่อสารกับชาวบ้านให้พยายามคิดค้น สร้างสรรค์ สินค้าและบริการ เพื่อปูทางสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศที่มาช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวชุมชนแห่งนี้ได้


ทอผ้า

จากพื้นที่อุดม ปัญหา สู่พื้นที่อุดมปัญญา ด้วยวิธีพัฒนาแบบมีส่วนร่วม

นอกเหนือจากความคาดหวังที่จะพัฒนาด้วยแนวทางส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศขึ้น ในชุมชนชาวปกาเกอะญอแห่งนี้แล้ว หากย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ยังมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทั้งคนกับคน คนกับป่า และคนกับสัตว์ป่า กอปรกับชาวบ้านที่นี่ก็ไม่มีอาชีพที่แน่นอน ทั้งที่อาศัยอยู่ในเขตต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี แต่จะทำอาชีพเกษตรกรก็ติดขัดตรงที่แม่น้ำอยู่ต่ำกว่าพื้นที่ทำกินถึง 50 เมตร แถมพื้นที่ทำกินก็มีน้อย หากปลูกข้าวก็ได้ผลผลิตเพียง 200 กิโลกรัมต่อไร่

ขณะที่ ด้วยความเป็นชนเผ่า ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิเป็นพลเมืองไทย เจ็บป่วยยามใดก็ต้องนั่งรถออกไปสามชั่วโมงกว่า กว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรี รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อปี จึงมีเพียง 43,300 บาท ต่อปี ที่ต้องแลกมาด้วยการเดินเท้าออกมาหางานทำและรายได้ที่ได้มาก็ใช้ไปกับค่าอาหารเกือบทั้งหมด

หลังรับรู้ปัญหาในพื้นที่นี้ ตั้งแต่ปี 2551 มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี ปรับเอาบทเรียนและประสบการณ์ที่ได้จากการโครงการพระราชดำริต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอยแห่งนี้

โดยวางแผนส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบให้ประชาชนในพื้นที่พึ่งพาตนเองได้ ด้วยการเข้าไปสนับสนุนด้านการทำเกษตร จัดหาแหล่งน้ำที่เหมาะสม ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกข้าว ปลูกผัก ให้เพียงพอกับการบริโภคในขั้นแรก และขยายผล สนับสนุน ให้ทำการเกษตรเพิ่มเติมเป็นพืชอื่นซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อนำมาแปรรูป เพิ่มมูลค่า อย่าง มะนาว ทุเรียน และกาแฟ

ผดุงศักดิ์ เบญจศีล
ผดุงศักดิ์ เบญจศีล

ผดุงศักดิ์ เบญจศีล หัวหน้างานพื้นที่ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้รายงานถึงผลการดำเนินงานนับแต่ทำงานในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี 2555 ว่า

“ผลการทำงานกว่า 6 ปี ที่ผ่านมา พื้นที่ต้นแบบโป่งลึก-บางกลอย มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแทบทุกด้าน โดยเฉพาะกับกลุ่มชาวบ้าน ที่อยู่ในนิยาม “หัวไว ใจสู้” จากการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาร่วมลงพื้นที่เพื่อศึกษาในโครงการประเมินการรับรู้ ความพึงพอใจ และความคาดหวังต่อการทำงานของ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ในพื้นที่นี้ว่าเกิดผลเป็นอย่างที่วางจุดประสงค์และตั้งความคาดหวังไว้หรือไม่”

“โดยการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ น้ำใจไมตรีของคนในหมู่บ้านที่เพิ่มขึ้น ชาวบ้านต่างมีความสามัคคี มีความสุขทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคมมากขึ้น ขณะที่ชาวบ้านพัฒนาการทำการเกษตรรูปแบบใหม่ๆได้ จากการที่มีหน่วยงานภาคีเข้าไปให้ความรู้ อบรม ชาวบ้านถึงในพื้นที่ อย่างความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน  เพาะปลูก ทำปุ๋ยหมัก ปศุสัตว์ ควบคุมคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มาตรฐานก่อนส่งสู่ตลาด อย่างสินค้าแปรรูปกล้วย และทุเรียน”


เตรียมความพร้อมเปิดหมู่บ้าน รับการท่องเที่ยวในชุมชนปกาเกอะญอ บ้านโป่งลึก-บางกลอย

ย้อนกลับมาที่ความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนปกาเกอะญอ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในพื้นที่ใจกลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแห่งนี้ ซึ่งภารกิจนี้ได้พันธมิตรจาก ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เข้ามาศึกษารวบรวมฐานทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน และพัฒนากิจกรรมการเกษตรของชุมชนให้สอดรับกับการดำรงชีวิตระดับครัวเรือน รวมทั้งรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วย

ผศ.ดร.สุพรรณี บุญเพ็ง
ผศ.ดร.สุพรรณี บุญเพ็ง

ผศ.ดร.สุพรรณี บุญเพ็ง อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดูแลโครงการวิจัยแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชนปกาเกอะญอ ได้เล่าให้ฟังว่า จากที่ทางจุฬาฯ ได้มาร่วมทำงานในพื้นที่นี้กับทาง สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ตั้งแต่ปี 2561 ในตอนนี้ก็สามารถรวมกลุ่มเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ กลุ่มด้านการบริการ กลุ่มการผลิต และกลุ่มท่องเที่ยว ที่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย อย่าง กลุ่มช่าง กลุ่มแพ และกลุ่มแม่บ้าน ที่ตอนนี้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่ตอนเริ่มต้น มีแม่บ้านเข้าร่วม 12 ครัวเรือน

ในฐานะนักวิจัยและนักวิชาการ ผศ.ดร.สุพรรณี ได้ให้มุมมองของคนทำงานร่วมกับชาวบ้านในท้องถิ่นว่า

“ตั้งแต่ได้ลงมาในพื้นที่นี้ ก็เล็งเห็นได้ถึงศักยภาพของชาวบ้านที่นี่ ว่าเขามีพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ปลูกบ้านเอง ทอผ้าใช้เอง ทำเครื่องจักสานใช้เอง นอกจากนั้นอาหารพื้นถิ่นก็มีเอกลักษณ์น่าสนใจ รวมทั้งยังมีวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน คงความเป็นปกากะญอได้ชัดเจน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับชีวิตชนเผ่าปกาเกอะญอที่อื่น รู้สึกได้เลยว่าเป็นกลุ่มที่ถูกวัฒนธรรมสมัยใหม่กลืนไปหมดแล้ว แต่กับที่นี่ ไม่ใช่ ชาวบ้านที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ วัฒนธรรมชนเผ่าได้อย่างน่าชื่นชม ทำให้เขามีความโดดเด่น มีจุดขาย ที่จะพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในพื้นที่แก่งกระจานนี้”

ทอผ้า

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.สุพรรณี ยังพูดถึงเสน่ห์ของชาวบ้านที่นี่เพิ่มเติมว่า

“หลังจากได้ทำงานกับกลุ่มแม่บ้าน และกลุ่มสมาชิกที่แบ่งตามกิจกรรมท่องเที่ยว รู้สึกได้เลยว่าชาวบ้านมีจิตใจบริการ หรือมีเซอร์วิสมายด์สูงกว่าที่เราคาดเอาไว้ เขายิ้มแย้ม และตั้งใจเรียนรู้ที่จะพัฒนาการบริการให้กับนักท่องเที่ยว แขกที่มาเยี่ยมเยือน ให้ได้รับความประทับใจกลับไป ทำให้อาจารย์รู้สึกว่า เรามาเป็นแค่พี่เลี้ยงให้เขาเท่านั้น มีหน้าที่แนะนำ แต่พอถึงบทลงมือทำ พวกเขารวมกลุ่มกันทำได้หมด และทำได้ดีมากด้วย อย่างการรวมกลุ่มกันทำกับข้าวเลี้ยงแขกผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว เราได้แนะนำเพิ่มเติมให้ชาวบ้านลองประดิษฐ์ แก้วไม้ไผ่ หลอดไม้ไผ่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเกาะกระแสรักษ์โลก และถือว่าทำขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บไปเป็นของที่ระลึกได้ ชาวบ้านก็คล้อยตาม ช่วยกันทำจากวัสดุไม้ไผ่ที่หาได้ในหมู่บ้าน ผลงานออกมาก็ดูสวย เป็นธรรมชาติ น่าชื่นใจมากค่ะ”

ชนเผ่าปกาเกอะญอ

ชนเผ่าปกาเกอะญอ

โดยต่อไปจากนี้ ทางโครงการที่ ผศ.ดร.สุพรรณี มาร่วมดูแลไปกับ ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ยังเหลือเวลาดำเนินโครงการอีก 1 ปี อาจารย์ก็ได้วางแผนว่าจะค่อยๆ ขับเคลื่อนให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชนบ้านโป่งลึก-บางกลอย ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาจากบุคคลภายนอกที่จ้องจะเข้ามาหาผลประโยชน์จากการท่องเที่ยววิถีชุมชนในรูปแบบธุรกิจมากเกินไป และไม่อยากให้การท่องเที่ยวทำลายอัตลักษณ์ของชุมชนปกาเกอะญอแห่งนี้ ดังนั้นตอนนี้ทางคณะทำงานจึงยังดำเนินงานโดยเน้นสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มชาวบ้านก่อนที่จะประชาสัมพันธ์พื้นที่ชุมชนบ้านโป่งลึก-บางกลอยแห่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเต็มตัว

ดังนั้น ในตอนนี้หากมีกลุ่มผู้สนใจ ทั้งที่เป็นหน่วยงานและนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามแบบวิถีชุมชน วัฒนธรรม ในท้องถิ่นนี้ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 032 772 311-2


สร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องราวการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แบบสร้างสรรค์ กันต่อ

เที่ยวเวียดนาม มุมมองใหม่ ชวนไปหาคำตอบ ทำไม เวียดนามจึงขึ้นแท่น ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอาเซียน ?

จัด ทริป เที่ยว เกาะสีชัง มุมมองใหม่ บนเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ Unseen Koh Sichang

เปิดภารกิจขับเคลื่อน พัทยา ที่ท่องเที่ยว ของทุกคน Tourism for All ในพื้นที่ EEC