ใครก็ตามที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นักร้องเสียงอบอุ่น ขวัญใจคนทั่วโลกอย่าง ‘เอ็ด ชีแรน’ (Ed Sheeran) ต้องจำภาพนักร้องคนนี้ตอนหุ่นหมีได้แน่นอน กระทั่ง ในช่วง 2017 ที่เขาออกสตูดิโออัลบั้มที่สาม ÷ (อ่านว่า ‘ดิไวด์’) มีซิงเกิลยอดฮิตอย่าง ‘Shape of you’ ก็มีชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นว่าหนุ่มเอ็ดดูดีขึ้น แถมยังผอมลงและฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างเห็นได้ชัด งานนี้เลยทำให้บรรดาแฟนๆ แอบสงสัยว่าเขาไปทำอะไรมา หุ่นถึงได้เฟิร์มขึ้นขนาดนี้


Ed Sheeran เผยเคล็ดลับลดความอ้วน ทำน้อยแต่ได้มาก

เว็บไซต์ unilad.co.uk นำเสนอบทความออนไลน์ซึ่งไปหาคำตอบจากอดีตนักร้องชื่อดังหุ่นหมี Ed Sheeran ที่ตอนนี้กลายเป็นนักร้องหุ่นเฟิร์มที่ลดน้ำหนักได้ถึง 19 กิโลกรัม จากที่ก่อนหน้านี้เขาหนัก 95 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันน้ำหนักของเขาลดลงเหลือ 76 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเคล็ดลับการลดน้ำหนักจากปากเอ็ดทำให้ใครหลายคนแปลกใจและสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนปฏิบัติตาม

“ตอนนั้นอาหารไดเอทของผมคือพิซซ่ากับเบียร์ (ซึ่งไม่น่าทำให้ผอมได้) แต่อานิสงส์ที่ทำให้รูปร่างของผมคงเดิมไม่อ้วนไม่ผอมขึ้นน่าจะเป็นเพราะความแอคทีฟของผมในช่วงที่ออกทัวร์คอนเสิร์ต เพราะผมต้องแสดงคอนเสิร์ตอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่หลังจากที่ทัวร์คอนเสิร์ตจบลง กิจกรรมต่างๆ อาหารไดเอทอย่างพิซซ่ากับเบียร์ ก็หยุดลงด้วย หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็รู้สึกไม่ฟิตเหมือนเดิม แถมเสื้อผ้าในตู้ก็ดูจะคับไปหมด”

พอรู้สึกเช่นนั้น เอ็ดก็รู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว ต้องหาวิธีออกกำลังกายที่ ‘ทำน้อยแต่ได้มาก’ แล้วเขาก็เจอเคล็ดลับบการออกกำลังกายอย่างตั้งใจไว้ โดยออกกำลังกายแค่ 10 นาทีต่อวัน คั่นด้วยการวิ่งสปรินท์ 30 วินาที และวิ่งอยู่กับที่ 30 วินาที ซึ่งกุญแจสำคัญคือ อย่าหยุดทำแม้แต่วันเดียว

แล้วผลลัพธ์สุดวิเศษก็เกิดขึ้นกับเขาคือการลดน้ำหนักได้ถึง 19 กิโลกรัม ในช่วงเวลาไม่นาน


แนะเทคนิค ‘คาร์ดิโอแบบหนักสลับเบา’ วิธีลดน้ำหนักแบบ Ed Sheeran ใช้เวลาน้อย ได้ผลมาก

ในแวดวงการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ‘คาร์ดิโอ’ (cardio) ไม่ใช่วิธีการออกกำลังกายใหม่ที่เพิ่งได้ยินกัน และยิ่งถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจจะออกกำลังกายจริงจัง โดยมุ่งหวังผลเป็นการลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ คาร์ดิโอก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าตอบโจทย์และสามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของการออกกำลังกายประเภทนี้ก่อนว่า คาร์ดิโอที่ว่านี้ก็ทำได้หลายแบบ จะทำแบบไหน แต่ที่นิยมกันคือ การออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโอแบบใช้เวลานาน ด้วยความเหนื่อยคงที่ เช่น การวิ่งบนเทรดมิลล์ด้วยความเหนื่อยปานกลาง นาน 30-45 นาที ซึ่งวิธีนี้ง่ายแต่ใช้เวลานาน

ทว่า ก็มีอีกหนึ่งวิธีของการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ Ed Sheeran นำไปใช้ จนสามารถลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผลโดยใช้เวลาไม่นาน ด้วยวิธี ‘ออกกำลังกายแบบทุ่มสุดแรงในระยะเวลาหนึ่ง ก่อนผ่อนแรงลงสู่ระดับปานกลาง แล้วทุ่มสุดแรงอีกรอบ’ ทำอย่างนี้สลับกันในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ 10-12 นาที

โดยวิธีที่เอ็ดใช้ คือ ปั่นจักรยานสุดแรงนาน 30 วินาที ก่อนผ่อนความหนักลงสู่ระดับปานกลาง 30 วินาที ทำอย่างนี้สลับกัน 10 รอบ จนกว่าจะครบ 10 นาที กุญแจความสำเร็จของการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักนี้อยู่ที่ความสม่ำเสมอ เพราะเขาปั่นทุกวันไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว

จะเห็นว่าระยะเวลาที่ใช้นั้นสั้นมาก แต่เห็นผลชัดเจน จึงเหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย


ทำความเข้าใจวิธีคาร์ดิโอที่ถูกต้อง แล้วเริ่มอย่างจริงจัง รับรองเห็นผลแน่นอน

บทความเรื่อง ‘สูตรลัดออกกำลังของนักร้องดัง’ (ที่มา : www.greenery.org เผยแพร่ในเว็บไซต์ สสส.) ให้ความรู้เพิ่มเติมในประเด็นเรื่องการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยหยิบยก Success Case ของนักร้องดังอย่างเอ็ด มานำเสนอไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยไขความกระจ่างในประเด็นต่างๆ ไว้ ดังนี้

  • 10 นาที vs 50 นาที ต่างกันอย่างไร

ถามว่าทำไมการฝึกแบบหนักสลับเบาถึงเห็นผล นั่นเป็นเพราะการฝึกคาร์ดิโอด้วยวิธีนี้ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายคนเรา และเบิร์นยาวนานกว่าการคาร์ดิโอที่เหนื่อยคงที่ หมายความว่าต่อให้คุณวิ่งเสร็จแล้ว ระหว่างขับรถไปทำงาน ร่างกายของคุณก็ยังเผาผลาญต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง

สมมุติฐานนี้สอดคล้องกับการศึกษาของ McMaster University หลังรับสมัครผู้ชายที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งจำนวน 25 คน มาทดสอบและบันทึกสมรรถภาพทางกาย ก่อนแบ่งออกเป็น 1) กลุ่มที่ออกกำลังกายด้วยความหนักระดับปานกลางและคงที่นาน 50 นาทีต่อวัน กับ 2) กลุ่มที่ออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาโดยใช้เวลา 10 นาทีต่อวัน จากนั้นให้ทั้งสองกลุ่มออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์นาน 12 สัปดาห์ พบว่าสมรรถภาพทางกายของทั้งสองกลุ่มพัฒนาขึ้นเทียบเท่ากัน ทั้งสองกลุ่มมีรูปร่างที่ดีขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้น และระดับความทนทานต่อความเหนื่อยก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ที่ต่างคือ ระยะเวลาที่พวกเขาใช้ในฟิตเนสซึ่งแตกต่างกันถึง 40 นาที

สรุปแล้วไม่ว่าคาร์ดิโอวิธีไหนก็ลดไขมันได้เหมือนกัน และข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน เพราะแค่วันละ 10 นาที จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอให้คุณได้บริหารปอดและหัวใจ รอบพุงหดหายไปแบบไม่รู้ตัว

  • ข้ออ้าง ไม่มีเวลา จะหมดไป ด้วยสูตรวิ่งสำหรับคนมีเวลาน้อย

ใครที่คิดจะเริ่มลดน้ำหนัก เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง แต่ติดที่ ‘ไม่มีเวลา’ วิธีคาร์ดิโอแบบหนักสลับเบาช่วยคุณได้ เพราะการออกกกำลังกายวิธีนี้เริ่มจากการวอร์มอัพด้วยการจ๊อกกิ้ง 3 นาที จากนั้นวิ่งสปรินท์เต็มฝีเท้า 20 วินาที พัก 40 วินาที ทำทั้งหมด 10 รอบ ก่อนคูลดาวน์ด้วยการเดิน 3 นาที เบ็ดเสร็จกินเวลาทั้งหมดเพียง 16 นาที เท่านั้น

แต่ถ้าใครฝึกจนรู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยแล้ว ให้เพิ่มระยะเวลาสปรินท์เป็น 30/30 และ 40/20 ตามลำดับ ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถใช้ได้กับการวิ่งบนเครื่องและวิ่งในสวนสาธารณะ รวมถึงการปั่นจักรยาน หรือกระโดดเชือก

โดยสิ่งที่คนที่เริ่มต้นออกกำลังกายต้องจดจำและเตือนตัวเอง คือ ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆสร้างฐานความแข็งแรงและเลือกวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินอาจเริ่มจากการเดินเร็วสลับเดินปกติ หรือเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นปั่นจักรยานแทนเพราะมีแรงกระแทกต่ำ (low-impact) กว่า เมื่อน้ำหนักตัวลดค่อยออกวิ่ง 


ในบทสรุปของบทความนี้ เน้นย้ำว่าการคาร์ดิโอที่ใช้ความเหนื่อยคงที่หรือใช้เวลานาน เป็นวิธีออกกำลังกายที่ดี และได้ผลไม่ต่างจากการออกกำลังกายคาร์ดิโอแบบหนักสลับเบา เพียงแต่ผู้เขียนบทความนี้ต้องการสื่อสารว่า คาร์ดิโอในแบบที่ เอ็ด ชีแรน นักร้องดังทำแล้วสามารถลดน้ำหนักอย่างได้ผล ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยและเห็นผลจริง เพราะข้ออ้างส่วนใหญ่ของคนที่ไม่ออกกำลังกายคือ ‘ไม่มีเวลา’ ดังนั้นหากคุณสามารถทำได้เองที่บ้าน แถมยังใช้เวลาแค่ 10 นาทีต่อวัน ข้ออ้างที่ว่าจะได้หมดไป พร้อมเปิดรับสุขภาพที่ดี หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มได้ไม่ยากเลย


ที่มา :

Ed Sheeran Reveals Simple Weight Loss Secret After Losing Three Stone