‘ยูเครน’ ประเทศที่เคยมีความมั่งคั่งทางอุตสาหกรรมการเกษตรกลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรป หลังจากทำรัฐประหารเมื่อปี 2014 โดยได้ผู้นำชาตินิยม ‘เปโตร โปโรเชนโก’ (Петро́ Олексі́йович Пороше́нко) มาเป็นประธานาธิบดี
ในปี 2562 นี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครนกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม โปโรเชนโกเสนอตัวเป็นคู่แข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในวาระที่สอง โดยใช้คำขวัญว่า “ให้เลือกตนเองหรือปูติน” เพราะเขาเชื่อว่า วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ต้องการผนวกสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียและพื้นที่บางส่วนของยูเครน ซึ่งแนวทางของโปโรเชนโกนั้น เน้นทำสงครามกับรัสเซียทุกรูปแบบ จึงออกแนวพรรคก่อสงครามมากกว่าพรรคสันติภาพ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ หากเป็นผู้นำคนอื่นๆ ที่เสนอตนเองขึ้นมา รัสเซียจะเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหนในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ แต่เกมนี้วิเคราะห์ว่า ปูตินคงมีความต้องการให้โปโรเชนโกเป็นประธานาธิบดีต่อไป แม้ว่าผลงานของโปโรเชนโกจะทำให้ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส เพราะในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์นั้น…เข้าทางปูตินมาก
เนื่องจากโปโรเชนโกเลือกแบ่งประเทศเป็น 2 ซีก ซีกที่สนับสนุนโปโรเชนโกคือ ‘ชาตินิยม’ มีประชากรอยู่ถึงร้อยละ 55 ได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากสังคมยูเครนและยังได้รับประโยชน์จากนโยบายทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่สามารถสร้างรายได้ในยูเครนโดยอาศัยอยู่ในยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ก่อเกิดลัทธินาซีและการคลั่งทหาร
ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ต่อสู้กับรัสเซียนั่งอยู่บนโซฟา เล่นคียบอร์ด ออกรายการทอล์กโชว์ทางการเมือง เศรษฐกิจ เป็นกลุ่มทางสังคมที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนซีกที่ปูตินให้การสนับสนุนนั้น นิยมรัสเซียเนื่องจากมีรายได้จากการค้าขายมากกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณการค้าระหว่างประเทศยูเครนกับรัสเซีย และมีแรงงานยูเครนทำงานในรัสเซียมากกว่า 4 ล้านคน แนวทางโปโรเชนโกจึงเสี่ยงมากที่จะทำให้ยูเครนแตกออกเป็น 2 ส่วน
นั่นอาจหมายถึง การล่มสลายของยูเครน รัฐบริวารของสหรัฐในยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ปูตินรอคอยตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ยูเครนสูญเสียแหลมไครเมียและดอนบาสส์ ดังนั้น ในการเลือกตั้งในยูเครนที่จะถึงนี้ หากเป็นคู่แข่งขันคนอื่นๆ คาดว่าจะสามารถยับยั้งการล่มสลายของยูเครนได้ หากเปลี่ยนไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรือดำรงอยู่ในฐานะรัฐที่เป็นกลาง
กลยุทธ์นี้เรียกว่า ยิ่งแย่ยิ่งดี เพราะทางรัสเซียเชื่อว่าประธานาธิบดียูเครนคนปัจจุบันยังเป็นทางสะดวกสำหรับผู้นำรัสเซีย แต่ปัญหาคือ โปโรเชนโกได้รับการสนับสนุนจากผู้เลือกตั้งประมาณร้อยละ 12 และอยู่ในอันดับ 4 โอกาสที่จะเข้ารอบ 2 ของการเลือกตั้งจึงเป็นไปได้ยาก
นี่เป็นการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน วัดกันที่ความนิยมจริงๆ ไม่เหมือนบางประเทศที่มีกฎหมายพิสดารให้อำนาจแก่คนไม่กี่คนกำหนด สว.จากการแต่งตั้ง มากกว่าที่จะให้ประชาชนทั่วประเทศเลือก แต่ยูเครนมีตัวเลือกว่าที่ประธานาธิบดีที่จะแตกประเทศน้อยมาก เพราะคู่แข่งที่มีคะแนนนำอยู่ตอนนี้ต่างมีแนวทางนิยมฝั่งสหรัฐและมุ่งจะสู้รบกับรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม การคุกคามเพื่อทำให้ยูเครนสลายตัวยังคงอยู่ ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องจริง ทั้งวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจ โรคกลัวการต่อต้านรัสเซีย กระบวนการของชาตินิยมก่อสังคมอาชญากรรมอาละวาดการข่มขู่ของผู้คัดค้าน ทั้งหมดนี้นำไปสู่ความจริงที่ว่า กระบวนการที่ต้องการให้ยูเครนล่มสลายยังคงดำเนินต่อไป แต่บางทีรูปแบบของสหพันธรัฐอาจจะช่วยยูเครนหรือทำให้กระบวนการสลายตัวเจ็บปวดน้อยลงและสงบสุขมากขึ้น
โอกาสการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองในวาระที่สองของโปโรเชนโก…แทบเป็นไปไม่ได้ ปัญหาในตอนนี้คือ ยูเครนไม่มีตัวเลือกว่าที่ประธานาธิบดีที่ทำให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้น หากโปโรเชนโกก้าวสู่ตำแหน่งในวาระที่สอง ค่อนข้างชัดเจนว่าอาจทำให้ยูเครนแตกประเทศเพราะโรคกลัวรัสเซียได้
ปัญหาด้านการเปลี่ยนผ่านของรัฐดาวเทียมแบบยูเครนนั้น เป็นปัญหาการเมืองแบบนอมินีที่ทุกประเทศเผชิญ หากคะแนนนิยมถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย
ฝ่ายประธานาธิบดียูเครนคนปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากวอชิงตัน ภายใต้การวางแผนรัฐประหารในปี 2014 โดยสถานทูตสหรัฐในยูเครนร่วมมือกับอียู ซึ่งผลจากการก่อรัฐประหารดังกล่าวทำให้ขาดดุลยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะยูเครนสูญเสียตนเองในฐานะรัฐเป็นกลาง และการเลือกตั้งเสี่ยงแตกประเทศออกเป็นสองอย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้น หากไม่มีการปฎิรูปหรือจัดตั้งโครงสร้างอำนาจรัฐแบบใหม่อย่างในรูปแบบสหพันธ์ ดูแล้วการเขียนเรื่องราวต่อไปของเศรษฐกิจการเมืองในยูเครนก็คงจะเหมือน ‘รัฐอุกกาบาตที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน’
การสืบทอดอำนาจในวาระที่สองของยูเครนนั้นจะเกิดปัญหาในอนาคตหรือไม่ อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับฝีมือสมอง และหัวใจของนักภูมิรัฐศาสตร์ว่า จะมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
ที่แน่ๆ การแบ่งแยกความนิยมชมชอบนั้น หากทำตามอุดมการณ์ก็จะสามารถดำเนินต่อไปโดยมิหวนกลับ แต่หากการปฏิรูปการเมืองแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรใดๆ ก็ไม่รู้ว่าใครต้องรับผิดชอบ
เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย











