บทความที่แล้ว ‘ประชานิยม’ ทำลายชีวิตคนจนอย่างไร หากใช้ระบบภาษี NIT ช่วยได้จริงหรือ? ผมอธิบายไว้ว่า NIT คืออะไร แก้จนอย่างไร และแสดงตัวอย่างช่วงรายได้ที่เข้าข่ายจะได้รับเบี้ยขยัน ส่วนภาคต่อตรงนี้ ผมขอสรุปประโยชน์ของ NIT ให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน และเมื่อมีหลายคนสับสนว่า NIT เป็นโครงการประชานิยมใช่หรือเปล่า คำตอบอยู่ในบทความนี้ครับ


สรุปประโยชน์ของ NIT ระบบภาษีแก้จน

  1. สามารถเข้าถึงคนยากจนที่แท้จริง เพราะถ้าคนกลุ่มนี้จะรับเบี้ยขยัน ต้องเข้าสู่ระบบภาษีเท่านั้น โดยต้องมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ส่วนบุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งรัฐเองก็จะต้องจัดตั้งหน่วยงานเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนกลุ่มนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เข้าใจวิธีเก็บรวบรวมหลักฐานที่มาของรายได้ และขั้นตอนในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แต่รวมๆ แล้ว NIT จะมีต้นทุนในการบริหารจัดการค่อนข้างต่ำ เพราะรัฐสามารถที่จะโอนเงินเบี้ยขยันให้แก่ผู้มีสิทธิ์ได้รับผ่านทางบัญชีพร้อมเพย์ของผู้รับได้โดยตรง ทำให้ขั้นตอนของรัฐสั้นลง และตัดช่องทางรั่วไหลได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำให้รัฐมีฐานข้อมูลคนจน เพื่อที่จะกำหนดนโยบายเข้าช่วยเหลือคนจนกลุ่มดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 
  1. กระตุ้นให้คนยากจนพยายามสร้างรายได้ เพื่อให้เข้าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่จะได้รับเบี้ยขยันจากรัฐ เพราะถ้ารายได้ยังไม่เข้าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ก็จะไม่ได้รับเบี้ยขยัน ซึ่งจะทำให้คนไทยที่อยู่ใต้เส้นความยากจนลดลงและหมดไปในที่สุด ทั้งยังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ ยังทำให้รายได้ประชาชาติต่อประชากรสูงขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลต่อ GDP ของประเทศ และเมื่อเวลาผ่านไป ไทยก็จะได้หลุดจากประเทศที่ติด ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ เพื่อก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต
  1. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจนอกระบบ จากการที่ NIT ทำให้แรงงานนอกระบบบางส่วนยอมเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อที่จะได้รับเบี้ยขยันดังกล่าว โดยปกติประเทศพัฒนาแล้วจะมีเศรษฐกิจนอกระบบคิดเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ต่อ GDP ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะมีเศรษฐกิจนอกระบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อ GDP ค่อนข้างสูง อย่างในปี 2547 ประเทศไทยเคยมีเศรษฐกิจนอกระบบคิดเป็น 53.6% ของ GDP ต่อมาในปี 2557 ประเทศไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบเหลือเพียง 39% ของ GDP แต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นอยู่ที่ 9.2% เท่านั้น ในขณะที่เพื่อนบ้านในอาเซียนด้วยกัน เช่น สปป.ลาว อยู่ที่ 27.5% มาเลเซีย 28.9% และเวียดนามอยู่ที่ 15.2% (ที่มา : www.researchgate.net)

รายงานของธนาคารโลกก็ยกให้ ‘ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเป็นประเทศมีสัดส่วนของเศรษฐกิจนอกระบบมาก’ โดย เศรษฐกิจนอกระบบ หมายถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบตลาด (Market) หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่อยู่ในระบบบัญชีประชาชาติ ซึ่งมักเป็นกิจกรรมที่มีขนาดเล็กและไม่ผิดกฎหมาย เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หาบเร่แผงลอย การรับงานมาทำที่บ้าน สินเชื่อนอกระบบ แรงงานในภาคเกษตรกรรม และงานบริการ รวมไปถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมาย กิจกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น ค้ายาเสพติด ขายของเถื่อน ให้บริการทางเพศ จัดการพนัน ซึ่งมีผลต่อการสร้างความยืดหยุ่นให้ตลาดสินค้ากับแรงงานไม่น้อย

ในเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศเผชิญกับความเสี่ยง หากมีอะไรมากระทบตลาดสินค้ากับตลาดแรงงาน รัฐบาลจะช่วยเหลือไม่ได้มากเพราะไม่มีฐานข้อมูล ไม่มีการหักภาษี หรือข้อมูลจัดเก็บภาษีเข้าไปอยู่ในระบบเลย ในประเด็นนี้ TDRI รายงานว่า แรงงานไทย 27 ล้านคน จากทั้งหมด 40 ล้านคน เป็นแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หรือกว่า 60% อยู่นอกระบบ โดยมีเอสเอ็มอีอยู่ 2.8 ล้านราย แต่มีเพียง 5 แสนรายที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ที่เหลือนั้นอยู่นอกระบบ สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่มาก และส่วนที่เหลือจากนี้ก็จะเป็นการยืมหรือกู้เงินนอกระบบ

  1. ลดการบิดเบือนกลไกตลาด เหมือนอย่างกรณีนโยบายประชานิยมต่างๆ ในอดีต เช่น การค้ำประกันราคาพืชผล การจำนำข้าว การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งนี้ NIT ยังกระตุ้นให้เกิดประสิทธิผลที่ดีกว่าและประหยัดงบประมาณของรัฐได้มากกว่าด้วย

มีหลายคนสับสนว่า NIT เป็นโครงการประชานิยมเหมือนกันใช่ไหม?
คำตอบคือ “ไม่ใช่” เพราะถ้าเป็นประชานิยมจะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. เป็นการทำเพื่อประโยชน์แก่คนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น โครงการจำนำข้าว ที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มชาวนาเท่านั้น
  2. เป็นนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็อาจจะล้มเลิกนโยบายนั้น
  3. ทำโดยไม่คำนึงถึงภาระทางการคลัง
อนึ่ง ในอาเซียนมี สิงคโปร์ ที่ใช้ NIT ซึ่งถ้าไม่ดีจริงประเทศนี้คงไม่นำมาใช้เป็นแน่ ย้ำกันอีกครั้ง NIT เป็นระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งจะช่วยทำให้ความจนหมดสิ้นไปจากประเทศไทย แต่ช่วงนี้ก็จะเห็นป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองเกลื่อนกลาดทั่วทั้งถนน ผมอ่านป้ายของพรรคเหล่านี้แล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นประชานิยมแทบทั้งสิ้น เราคนไทยคงไม่อยากจะเห็นประเทศไทยเป็น ‘เวเนซุเอลาแห่งเอเชีย’ กันนะครับ

ผมชอบคำพูดของ เนลสัน แมนเดลา ที่กล่าวไว้ดีมากๆ ในที่ประชุมของกลุ่มรัฐมนตรีการคลังประเทศ G7 เมื่อนานมาแล้ว ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงนำมาฝากทิ้งท้ายไว้ครับ

“Poverty is not natural. It is man-made and can be overcome and eradicated by the actions of human beings.”


ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์


ปมปัญหาความยากจนกับวิธีแก้ที่ผู้เขียนนำเสนอไว้

‘ประชานิยม’ ทำลายชีวิตคนจนอย่างไร หากใช้ระบบภาษี NIT ช่วยได้จริงหรือ?