เชื่อว่าใครหลายคน คงยังไม่รู้ว่า การเดินทางข้ามประเทศ ระหว่าง ฮ่องกง และ จีน สามารถทำได้อย่างง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วย ‘รถไฟความเร็วสูง จีน-ฮ่องกง’ กว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง XRL ที่เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2561 จนถึงตอนนี้ก็ร่วม 4 เดือนแล้ว โดยในช่วงต้นนี้ ได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งจากบรรดานักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เดินทางระหว่างฮ่องกงและพื้นที่ทางใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่อย่างนครกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น


เพื่อให้ข้อมูลอัปเดตในประเด็นสำคัญของ ‘รถไฟความเร็วสูง จีน-ฮ่องกง’ สายนี้เพิ่มเติม ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เกาะฮ่องกง ได้จัดทำบทความ เรื่อง “เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง (XRL)” ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญๆ ที่เหล่านักเดินทางชาวไทยควรรู้เกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟยอดนิยมสายนี้ ทั้งในเรื่องของเส้นทางและระยะเวลาการเดินทาง ค่าโดยสาร การแบ่งเขตบังคับใช้กฎหมาย วีซ่า การติดต่อสถานกงสุลไทยในกรณีฉุกเฉิน รวมไปถึงมุมมองทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของฮ่องกงด้วย


ข้อควรรู้ ก่อนเดินทางด้วย ‘รถไฟความเร็วสูง จีน-ฮ่องกง’ เชื่อม กว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง XRL

สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า รถไฟความเร็วสูง จีน-ฮ่องกง สายนี้ มีความพิเศษและช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางระหว่างนครกว่างโจวตอนใต้และตัวเมืองฮ่องกงได้อย่างไร ต้องมาเริ่มไขข้อสงสัยกันตั้งแต่ประเด็นแรก

  • หนึ่ง เส้นทางและระยะเวลาการเดินทาง

รถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างนครกว่างโจวตอนใต้และตัวเมืองฮ่องกง ถ้าเดินทางจากฝั่งฮ่องกงจะต้องขึ้นรถไฟที่สถานีเกาลูนตะวันตก (West Kowloon Station) ผ่านเมืองเซินเจิ้น แล้วสุดปลายทางที่สถานีกว่างโจวใต้ (Guangzhou South Station) ในนครกว่างโจว

การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงนี้สามารถช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างฮ่องกงและกว่างโจวได้มาก เพราะจากเดิมถ้านั่งรถไฟสายตรงระหว่างเมืองจากสถานีห่งฮัม (Hung Hom Station) ของฮ่องกง ไปถึงสถานีกว่างโจวตะวันออก (Guangzhou East Station) ที่จะใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ขณะที่ การนั่งรถไฟความเร็วสูง XRL จะใช้เวลาเพียงแค่ 48 นาทีเท่านั้น

นอกจากนั้น หากผู้เดินทางต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองต่างๆของจีน เมื่อถึงสถานีกว่างโจวใต้แล้ว ผู้โดยสารสามารถต่อรถไฟท้องถิ่นหรือรถไฟความเร็วสูงไปยังจุดหมายปลายทางอื่นของจีนได้ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง เป็นต้น ทำให้เมื่อคำนวณโดยรวมแล้วสามารถเดินทางจากฮ่องกงไปปักกิ่ง หรือจากปักกิ่งมาฮ่องกงได้ภายในระยะเวลาเพียง 9 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึงสามเท่า เพราะก่อนที่จะมีรถไฟความเร็วสูงสายนี้ ต้องใช้เวลาเดินทางมากถึง 24 ชั่วโมง โดยในบทความจาก ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เกาะฮ่องกง ยังได้ทำตารางสรุประยะเวลาการเดินทางด้วยรถไฟจากฮ่องกงไปยังเมืองหลักๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ในแบบเข้าใจง่ายไว้ด้วย ดังนี้

  • สอง ค่าโดยสาร

ตารางราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง มีสองแบบ แบบแรกเรียกว่า Published Fare เป็นราคาที่สามารถใช้ดูเป็นมาตรฐานได้ทุกช่วงเวลา แบบที่สองเรียกว่า Implemented Fare ซึ่งเป็นราคาที่ปรับใช้จริง โดย Implemented Fare จะปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาอาจสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น หรือ ถูกลงในช่วงเวลาที่มีคนใช้น้อย เพื่อดึงดูดให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟ XRL มากขึ้น ซึ่งราคาปรับใช้จริง นี้จะไม่มีทางสูงไปกว่าราคามาตรฐาน ดังนั้นเวลาซื้อตั๋วให้ดูตามตารางราคาที่ปรับใช้จริง หรือ Implemented Fare เป็นหลัก

นอกจากนี้ผู้โดยสารที่เดินทางจากฝั่งฮ่องกงสามารถซื้อตั๋วเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงได้ ซึ่งตารางราคาค่าโดยสารที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงจะมีการประกาศใหม่ในวันแรกของทุกเดือน เนื่องจากจะมีการปรับเปลี่ยนตามค่าเงินหยวนของจีน โดยราคาค่าโดยสารระหว่างฮ่องกง – กว่างโจวชั้นธรรมดา จะอยู่ที่ 215 หยวน หรือ 249 ดอลลาร์ฮ่องกง (ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) ผู้โดยสารสามารถเช็คราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง XRL ได้ที่ https://www.highspeed.mtr.com.hk/en/ticket/fare.html

  • สาม การแบ่งเขตบังคับใช้กฎหมาย

เนื่องจากเป็นการโดดสารรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศ ในประเด็นเรื่องการแบ่งเขตบังคับใช้กฎหมาย จึงเป็นประเด็นที่ผู้โดยสารทุกคนจำเป็นต้องให้ความสนใจ ศึกษาไว้ก่อนเดินทาง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 รัฐบาลฮ่องกงได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่ร่วมกัน (Co-location Arrangement) ซึ่งระบุให้มีการแบ่งเขตพื้นที่กันอย่างชัดเจนระหว่าง “พื้นที่ของฮ่องกง” (Hong Kong Port Area) และ “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” (Mainland Port Area) ภายในสถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการศุลกากร

โดยผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูง XRL จะสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและขั้นตอนศุลกากรทั้งของฮ่องกงและของจีนแผ่นดินใหญ่ได้เลยในทีเดียวที่สถานีเกาลูนตะวันตก ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับ “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” จะครอบคลุมพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและขาออกของจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งชั้นชานชาลาของสถานี และภายในตู้รถไฟทั้งหมดตลอดเส้นทางการเดินทาง ซึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่นี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาบริหารจัดการ

ดังนั้นหากผู้โดยสารเดินทางมาจากฝั่งฮ่องกง เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชั้น B3 ไปแล้ว ก็จะถือว่าอยู่ภายใต้พื้นที่ความรับผิดชอบและกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมาจากฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ ก็จะถือว่ายังอยู่ในพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่จนกว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชั้น B2 นั่นเอง

ถึงตรงนี้ ถ้าใครต้องการทราบข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับข้อตกลง Co-location Arrangement สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

https://www.thb.gov.hk/eng/policy/transport/policy/colocation/index.htm

        

  • สี่ วีซ่า

และเมื่อเป็นการเดินทางข้ามประเทศ ทำให้มีประเด็นเรื่องวีซ่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น ข้อควรรู้เรื่องแรกของผู้เดินทางด้วย รถไฟความเร็วสูง XRL คือ เนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงจะรวมอยู่ที่สถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกง ผู้ที่ต้องเดินทางจะต้องเตรียมวีซ่าให้พร้อมก่อนเดินทางไปยังสถานีนี้

โดยในกรณีที่ เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปฮ่องกง ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยและมีวีซ่าเข้าจีนอยู่แล้ว สามารถเดินทางด้วยรถไฟ XRL จากเมืองต่างๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านเข้ามาฮ่องกงได้เลยโดยไม่ต้องใช้วีซ่าอื่นอีก เนื่องจากผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าฮ่องกง และสามารถพำนักอยู่ในฮ่องกงได้นาน 30 วัน

แต่ถ้าในกรณีที่ เดินทางจากฮ่องกงไปจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยที่อยากจะเดินทางมาฮ่องกงก่อนแล้วค่อยนั่งรถไฟความเร็วสูง XRL เข้าไปจีนแผ่นดินใหญ่ จะต้องขอวีซ่าจีนก่อนมาฮ่องกง เพราะถึงแม้จะไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าฮ่องกง แต่ผู้เดินทางจะต้องมีวีซ่าจีนเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงก่อนที่จะขึ้นรถไฟ XRL ไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

  • ห้า การติดต่อสถานกงสุลไทยในกรณีฉุกเฉิน

เพื่อความปลอดภัยและในกรณีที่เกิดกรณีฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือจากสถานกงสุลไทย ระหว่างใช้บริการ รถไฟความเร็วสูง XRL ต้องทราบด้วยว่า เนื่องจาก “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นเมื่อผู้โดยสารผ่านเข้าไปยัง “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” ในสถานีเกาลูนตะวันตกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในชานชาลา หรือบนรถไฟก็ดี และต้องการติดต่อสถานกงสุลไทยเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ผู้โดยสารจะต้องติดต่อไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว มิใช่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ถึงแม้ว่าตัวผู้โดยสารและขบวนรถไฟจะยังอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงก็ตาม

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเครือข่ายโทรศัพท์จะยังเป็นของฮ่องกงจนกว่าขบวนรถไฟจะแล่นออกจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเข้าไปยังพื้นที่เขตเมืองเซินเจิ้น ดังนั้น หากมีกรณีฉุกเฉินในระหว่างที่ขบวนรถไฟยังอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์ฉุกเฉินของตำรวจฮ่องกงได้โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 999 หรือ 112

โดยตำรวจฮ่องกงจะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่จีนแผ่นดินใหญ่และสถานกงสุลไทยเพื่อให้ความช่วยเหลือ เมื่อผู้โดยสารผ่านเข้าไปในพื้นที่เขตเมืองเซินเจิ้นและเครือข่ายโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นของจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว จึงสามารถโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 110 เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากตำรวจจีนได้


View inside HIGH SPEED RAILWAY TRAIN going from GUANGZHOU EAST station to WEST KOWLOON station.

การเปิดให้บริการ รถไฟความเร็วสูง XRL กับ ผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของฮ่องกง

การเปิดให้บริการของ รถไฟความเร็วสูง XRL มีคุณูปการชัดเจน โดยเฉพาะในการย่นระยะเวลาในการเดินทางให้สั้นลง ช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้เดินทางไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในเส้นทางระหว่างประเทศ จีน-ฮ่องกง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ ช่วงเวลา 4 เดือนกว่า ที่ รถไฟความเร็วสูง XRL เปิดให้บริการมานี้ จะมีผู้ที่เดินทางระหว่างฮ่องกงและพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่หันมานั่งรถไฟความเร็วสูง XRL แทนการนั่งรถไฟระหว่างเมืองมากขึ้น โดยตั้งแต่เปิดใช้มาจนถึงสิ้นปี 2561 มีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง XRL แล้วมากกว่า 5.2 ล้านคน ทีเดียว

นอกจากนี้ รถไฟความเร็วสูง XRL ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ช่วยให้อุตสาหกรรมทางด้านการท่องเที่ยวของฮ่องกงนั้นยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังชะลอตัวลง ร่วมกับการเปิดใช้สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ทั้งนี้เนื่องจากการพัฒนาระบบการคมนาคมดังกล่าวเอื้ออำนวยให้การเดินทางเข้า-ออก ฮ่องกง ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงช่วยดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางมาฮ่องกงมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเข้ามาท่องเที่ยวหรือทำงานในฮ่องกงและมาเก๊า หรือเดินทางจากต่างประเทศมาที่ฮ่องกงแล้วต่อรถไฟเข้าไปจีนแผ่นดินใหญ่

Departure hall of Hong Kong West Kowloon railway station. It is the terminus of the Hong Kong section of the Guangzhou–Shenzhen–Hong Kong Express Rail Link

โดยมีข้อมูลทางสถิติยืนยันว่า การที่ รถไฟความเร็วสูง XRL เปิดให้บริการ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาฮ่องกงเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 11.4 เพราะจากจำนวนผู้เดินทาง 58.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2560 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 65.1 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2561 โดยร้อยละ 78 ของปริมาณคนที่กล่าวมานี้ เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งสิ้น

อีกทั้งบริษัททัวร์ในจีนแผ่นดินใหญ่หลายๆ บริษัทก็กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมายังฮ่องกง ให้มาใช้รถไฟความเร็วสูง XRL ในแพ็คเกจทัวร์มากขึ้นเพื่อร่นระยะเวลาการเดินทางให้กับลูกทัวร์ของตน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาฮ่องกงด้วยรถไฟความเร็วสูง XRL อีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งก็ถือได้ว่าการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของฮ่องกงแล้ว ยังตอบรับต่อนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการเชื่อมโยงฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่เข้าหากันเพื่อสร้างจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในพื้นที่ Greater Bay Area อีกด้วย


ที่มา : รูปและเรื่องจากบทความ “เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง (XRL)” โดย NATCHANAN OUSAHA เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เกาะฮ่องกง (https://www.thaibizchina.com/article/gz-sz-hk-express-rail-link-xrl/)