เห็นรายงานบางฉบับหรืออินโฟกราฟิกเกี่ยวกับเทคโนโลยีทีไร มักกระตุกต่อมสงสัยจนต้องหาข้อมูลเพื่ออัปเดตความรู้และเทรนด์ต่างๆ โดยไฟล์ล่าสุดที่เปิดอ่านก็คือ THE 5G OPPORTUNITY : How 5G will solve the congestion problems of today’s 4G networks รายงานที่จัดทำขึ้นโดย OpenSignal และเพิ่งเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 นี้


ข้อมูลจากรายงาน THE 5G OPPORTUNITY : How 5G will solve the congestion problems of today’s 4G networks รวบรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2018 โดยเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์มากกว่า 94 ล้านเครื่อง และมีการวัดความเร็วของการใช้งานเครือข่ายมากกว่า 5.85 แสนล้านครั้ง

ในรายงานดังกล่าว OpenSignal บริษัทที่เก็บข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วโลกไปวิเคราะห์ เปิดเผยข้อมูลและปัญหาที่พบจากการใช้งานเครือข่าย 4G ใน 77 ประเทศทั่วโลก และสามารถชี้ให้เห็นว่า เครือข่าย 5G สามารถแก้ปัญหาความแออัดของข้อมูลที่พบในเครือข่าย 4G ในปัจจุบันได้อย่างไร 

แต่…ก่อนจะไปดูปัญหาของ 4G และความสามารถของ 5G อธิบายสักนิดว่า 5G ก็คือ เจเนอเรชันที่ 5 ของการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ ส่วน 4G ก็คือ เจเนอเรชันที่ 4 แต่ถ้าจะให้ดี ชวนนึกย้อนไปถึง 1G (ถ้าเกิดทัน) ด้ววยภาพที่เข้าใจง่ายด้านล่างนี้เลย

1G 2G 3G 4G 5G Evolution

1g-2g-3g-4g-5g
www.ineconomics.com
  • 1G : ตอนนั้นคุยกันด้วยเสียงล้วนๆ
  • 2G : ต่อมาส่งข้อความหากันได้
  • 3G : เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
  • 4G : ตื่นเต้นยิ่งขึ้นที่ดูได้ทั้งภาพและเสียง
  • 5G : ยุคที่อะไรๆ ก็อัจฉริยะ เพราะการเชื่อมต่อของทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things)

สรุปประเด็นหลักที่ได้จากการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

เราหยิบยกข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการใช้งาน 4G ซึ่งยังคงเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน มาถ่ายทอดต่อ เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจปัญหาด้านการใช้งาน 4G ในระดับสากล เพราะเมื่อตระหนักถึงปัญหาหรืออุปสรรค เชื่อว่าผู้อ่านก็จะเข้าใจความจำเป็นของการพัฒนาเทคโนโลยี 5G มากยิ่งขึ้น

  1. เครือข่าย 4G ในปัจจุบันเผชิญกับปัญหาความเร็วที่ผันผวนมากตลอดวัน โดยความเร็วในการดาวน์โหลดของ 4G ณ ชั่วโมงหนึ่ง รวดเร็วกว่าความเร็วของการดาวน์โหลดในชั่วโมงถัดๆ ไป ซึ่งแตกต่างกันได้ถึง 30 Mbps (ขึ้นอยู่กับประเทศของผู้ใช้งาน)

ความผันผวนนี้เป็นผลมาจาก ปัญหาความแออัดของข้อมูล ในช่วงมีการใช้งานมากที่สุดระหว่างวัน โดยแต่ละการเชื่อมต่อต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้จำนวนข้อมูลที่ต้องการ จึงส่งผลให้ความเร็วลดลง และถึงแม้จะเล็งเห็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นของเครือข่าย 5G แต่ประโยชน์ที่ได้จากความเสถียรนั้นโดยส่วนใหญ่กลับเห็นว่ามีความสำคัญมากกว่า

  1. ความเร็วที่ผันผวนจะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือเติบโต บริการและแอปพลิเคชันต่างๆ ในยุคถัดไปจึงจำเป็นต้องใช้ ‘ความเร็วที่มาพร้อมกับความเสถียร’
  2. แม้ว่าบางประเทศจะมีความเร็วของเครือข่าย 4G ที่เสถียรมากกว่าหลายประเทศ แต่ทุกประเทศต้องเผชิญกับความผันผวนในช่วงที่มีการใช้งานมากด้วยกันทั้งนั้น
  3. ปัญหาความแออัดของข้อมูลรายชั่วโมงในเมืองใหญ่มีการสวิงมาก (big swings in speed) เช่น ปารีส พบความเร็วเฉลี่ย 4G ที่ใช้ในการดาวน์โหลดตลอดวัน 21.5 – 51.4 Mbps
  4. หากพิจารณาข้อมูลทั่วโลก เวลาที่มีการใช้งาน 4G มากที่สุดคือ ช่วงกลางคืน ระหว่าง 20.00 – 23.00 น. 

สำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้งาน 4G ที่แปลกออกไปในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร โดยประชาชนส่วนใหญ่ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในช่วงเย็น ขณะที่ ญี่ปุ่น ใช้งานเครือข่ายสูงสุดตอนเที่ยงตรง


เอเชียแปซิฟิก : ภูมิภาคที่ผู้ใช้งานเครือข่ายมีประสบการณ์การดาวน์โหลดต่างกันสุดขั้ว

  • จากการวัดผล ‘ความเสถียร’ ของความเร็วในการดาวน์โหลด ผู้ใช้งานพบความเร็วเฉลี่ยสูงกว่า 40 Mbps ในเกาหลีใต้ (47.1 Mbps) และสิงคโปร์ (45.4 Mbps)

ขณะเดียวกัน ความเร็วเสถียรในหลายประเทศยังไม่แตะสองหลักด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย  (6.5 Mbps) ไทย (8.2Mbps) อินโดนีเซีย (8.6 Mbps) กัมพูชา (8.6 Mbps) และ ฟิลิปปินส์ (9.4 Mbps)

  • ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของประเทศที่มีความแออัดด้านข้อมูลมากที่สุดตลอดวัน อาทิ ที่ไต้หวัน (19.5 Mbps) กัมพูชา (19.4 Mbps)

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานใน ไต้หวัน ได้ใช้ความเร็วในการดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย 4G มากกว่ากัมพูชาถึงเกือบ 20 Mbps

  • ประเทศที่ผู้ใช้งานต้องเจอกับความเร็วต่ำสุดในช่วงที่มีการใช้งานมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อันดับสุดท้ายตกเป็นของ ‘แอลจีเรีย’
      • ในช่วงที่มีการใช้งานเครือข่ายมากที่สุด ผู้ใช้งานใน มาเลเซีย ได้ใช้ความเร็ว 9 Mbps ซึ่งสูงกว่าฟิลิปปินส์ (6.9 Mbps) ไทย (6 Mbps) อินโดนีเซีย (5.7 Mbps) กัมพูชา (3.7 Mbps) และอินเดีย (3.7 Mbps)
      • ไต้หวัน ทำลายสถิติในด้านความเร็วของ 4G ที่ลดฮวบมากที่สุดในช่วงเวลาที่มีการใช้งานมาก โดยความเร็วต่ำสุดนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 9.3 Mbps
  • ช่วงที่มีการใช้งานเครือข่าย 4G น้อยที่สุดในเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงกว่า 50 Mbps

สิงคโปร์ และ เกาหลีใต้ มีความเร็วที่อยู่ในระดับเสถียรตลอดเวลาสูงกว่า 40 Mbps ส่วนในช่วงที่มีการใช้งานมาก ความเร็วของการดาวน์โหลดข้อมูลใน ออสเตรเลีย อยู่ที่ 31.5 Mbps

  • แม้ว่าความเร็ว 4G โดยเฉลี่ยในไทย (8.2 Mbps) จะสูงกว่าอินเดีย (6.5 Mbps) แต่ในช่วงที่มีการใช้งานน้อย อินเดียกลับมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงกว่าไทยถึง 2.8 Mbps


5G ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างไร นี่คือความสามารถหลักที่ควรรู้ก่อนเข้าสู่ปี 2020

  • Enhanced mobile broadband (eMBB)
    รับ-ส่งข้อมูลเร็วขึ้น, ทำงานบน Cloud ได้อย่างไหลลื่น, สตรีมมิงวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้
  • Massive machine type communications (mMTC)
    เชื่อมต่อสารพัดอุปกรณ์ IoT พร้อมกันได้และสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ประตู หลอดไฟ รถยนต์ ฯลฯ คือไม่ต้องพึ่ง Wifi กันแล้ว
  • Ultra-reliable and low latency communications (URLLC)
    ความเสถียรต้องมาก การตอบสนองก็ต้องไว ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมอุปกรณ์ระยะไกลได้สะดวกและไร้กังวล เช่น การสั่งหรือควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ การเรียนการสอนหรือเล่นเกมผ่านเทคโนโลยี AR, VR รวมถึงการที่แพทย์ควบคุมการผ่าตัดจากสถานที่อื่นๆ ได้
https://pixabay.com

ความสามารถเหล่านี้ล้วนต้องการเครือข่าย 5G ที่มีความเสถียรขั้นสุด เพื่อสนองตอบการใช้ชีวิตที่ทันสมัย มีคุณภาพ และที่สำคัญ แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องและอุปกรณ์ Internet of Things ต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน รวดเร็ว แม่นยำ จึงจะสร้างความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัยให้มนุษย์อย่างเราๆ ฝากชีวิตไว้ได้



อ้างอิงข้อมูลจาก


อยากรู้ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทย เรามีบทความให้อ่านต่อ

สำรวจ ‘ศูนย์ทดสอบ 5G’ ที่ ม.เกษตร ศรีราชา อยากรู้เหมือนกันไหมว่า แต่ละองค์กรใช้ 5G สร้างประโยชน์ด้านใด

‘ศรีราชา’ พื้นที่แรกในไทยที่ได้ทดสอบการใช้งาน 5G