เห็นรายงานบางฉบับหรืออินโฟกราฟิกเกี่ยวกับเทคโนโลยีทีไร มักกระตุกต่อมสงสัยจนต้องหาข้อมูลเพื่ออัปเดตความรู้และเทรนด์ต่างๆ โดยไฟล์ล่าสุดที่เปิดอ่านก็คือ THE 5G OPPORTUNITY : How 5G will solve the congestion problems of today’s 4G networks รายงานที่จัดทำขึ้นโดย OpenSignal และเพิ่งเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 นี้

ในรายงานดังกล่าว OpenSignal บริษัทที่เก็บข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วโลกไปวิเคราะห์ เปิดเผยข้อมูลและปัญหาที่พบจากการใช้งานเครือข่าย 4G ใน 77 ประเทศทั่วโลก และสามารถชี้ให้เห็นว่า เครือข่าย 5G สามารถแก้ปัญหาความแออัดของข้อมูลที่พบในเครือข่าย 4G ในปัจจุบันได้อย่างไร
แต่…ก่อนจะไปดูปัญหาของ 4G และความสามารถของ 5G อธิบายสักนิดว่า 5G ก็คือ เจเนอเรชันที่ 5 ของการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ ส่วน 4G ก็คือ เจเนอเรชันที่ 4 แต่ถ้าจะให้ดี ชวนนึกย้อนไปถึง 1G (ถ้าเกิดทัน) ด้ววยภาพที่เข้าใจง่ายด้านล่างนี้เลย


- 1G : ตอนนั้นคุยกันด้วยเสียงล้วนๆ
- 2G : ต่อมาส่งข้อความหากันได้
- 3G : เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
- 4G : ตื่นเต้นยิ่งขึ้นที่ดูได้ทั้งภาพและเสียง
- 5G : ยุคที่อะไรๆ ก็อัจฉริยะ เพราะการเชื่อมต่อของทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things)
สรุปประเด็นหลักที่ได้จากการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
เราหยิบยกข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการใช้งาน 4G ซึ่งยังคงเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน มาถ่ายทอดต่อ เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจปัญหาด้านการใช้งาน 4G ในระดับสากล เพราะเมื่อตระหนักถึงปัญหาหรืออุปสรรค เชื่อว่าผู้อ่านก็จะเข้าใจความจำเป็นของการพัฒนาเทคโนโลยี 5G มากยิ่งขึ้น

- เครือข่าย 4G ในปัจจุบันเผชิญกับปัญหาความเร็วที่ผันผวนมากตลอดวัน โดยความเร็วในการดาวน์โหลดของ 4G ณ ชั่วโมงหนึ่ง รวดเร็วกว่าความเร็วของการดาวน์โหลดในชั่วโมงถัดๆ ไป ซึ่งแตกต่างกันได้ถึง 30 Mbps (ขึ้นอยู่กับประเทศของผู้ใช้งาน)
ความผันผวนนี้เป็นผลมาจาก ปัญหาความแออัดของข้อมูล ในช่วงมีการใช้งานมากที่สุดระหว่างวัน โดยแต่ละการเชื่อมต่อต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้จำนวนข้อมูลที่ต้องการ จึงส่งผลให้ความเร็วลดลง และถึงแม้จะเล็งเห็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นของเครือข่าย 5G แต่ประโยชน์ที่ได้จากความเสถียรนั้นโดยส่วนใหญ่กลับเห็นว่ามีความสำคัญมากกว่า

- ความเร็วที่ผันผวนจะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือเติบโต บริการและแอปพลิเคชันต่างๆ ในยุคถัดไปจึงจำเป็นต้องใช้ ‘ความเร็วที่มาพร้อมกับความเสถียร’
- แม้ว่าบางประเทศจะมีความเร็วของเครือข่าย 4G ที่เสถียรมากกว่าหลายประเทศ แต่ทุกประเทศต้องเผชิญกับความผันผวนในช่วงที่มีการใช้งานมากด้วยกันทั้งนั้น
- ปัญหาความแออัดของข้อมูลรายชั่วโมงในเมืองใหญ่มีการสวิงมาก (big swings in speed) เช่น ปารีส พบความเร็วเฉลี่ย 4G ที่ใช้ในการดาวน์โหลดตลอดวัน 21.5 – 51.4 Mbps
- หากพิจารณาข้อมูลทั่วโลก เวลาที่มีการใช้งาน 4G มากที่สุดคือ ช่วงกลางคืน ระหว่าง 20.00 – 23.00 น.
สำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้งาน 4G ที่แปลกออกไปในบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร โดยประชาชนส่วนใหญ่ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในช่วงเย็น ขณะที่ ญี่ปุ่น ใช้งานเครือข่ายสูงสุดตอนเที่ยงตรง
เอเชียแปซิฟิก : ภูมิภาคที่ผู้ใช้งานเครือข่ายมีประสบการณ์การดาวน์โหลดต่างกันสุดขั้ว
- จากการวัดผล ‘ความเสถียร’ ของความเร็วในการดาวน์โหลด ผู้ใช้งานพบความเร็วเฉลี่ยสูงกว่า 40 Mbps ในเกาหลีใต้ (47.1 Mbps) และสิงคโปร์ (45.4 Mbps)
ขณะเดียวกัน ความเร็วเสถียรในหลายประเทศยังไม่แตะสองหลักด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย (6.5 Mbps) ไทย (8.2Mbps) อินโดนีเซีย (8.6 Mbps) กัมพูชา (8.6 Mbps) และ ฟิลิปปินส์ (9.4 Mbps)
- ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของประเทศที่มีความแออัดด้านข้อมูลมากที่สุดตลอดวัน อาทิ ที่ไต้หวัน (19.5 Mbps) กัมพูชา (19.4 Mbps)
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานใน ไต้หวัน ได้ใช้ความเร็วในการดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย 4G มากกว่ากัมพูชาถึงเกือบ 20 Mbps

- ประเทศที่ผู้ใช้งานต้องเจอกับความเร็วต่ำสุดในช่วงที่มีการใช้งานมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อันดับสุดท้ายตกเป็นของ ‘แอลจีเรีย’
- ในช่วงที่มีการใช้งานเครือข่ายมากที่สุด ผู้ใช้งานใน มาเลเซีย ได้ใช้ความเร็ว 9 Mbps ซึ่งสูงกว่าฟิลิปปินส์ (6.9 Mbps) ไทย (6 Mbps) อินโดนีเซีย (5.7 Mbps) กัมพูชา (3.7 Mbps) และอินเดีย (3.7 Mbps)
- ไต้หวัน ทำลายสถิติในด้านความเร็วของ 4G ที่ลดฮวบมากที่สุดในช่วงเวลาที่มีการใช้งานมาก โดยความเร็วต่ำสุดนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 9.3 Mbps
- ช่วงที่มีการใช้งานเครือข่าย 4G น้อยที่สุดในเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงกว่า 50 Mbps
สิงคโปร์ และ เกาหลีใต้ มีความเร็วที่อยู่ในระดับเสถียรตลอดเวลาสูงกว่า 40 Mbps ส่วนในช่วงที่มีการใช้งานมาก ความเร็วของการดาวน์โหลดข้อมูลใน ออสเตรเลีย อยู่ที่ 31.5 Mbps
- แม้ว่าความเร็ว 4G โดยเฉลี่ยในไทย (8.2 Mbps) จะสูงกว่าอินเดีย (6.5 Mbps) แต่ในช่วงที่มีการใช้งานน้อย อินเดียกลับมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงกว่าไทยถึง 2.8 Mbps

5G ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างไร นี่คือความสามารถหลักที่ควรรู้ก่อนเข้าสู่ปี 2020
- Enhanced mobile broadband (eMBB)
รับ-ส่งข้อมูลเร็วขึ้น, ทำงานบน Cloud ได้อย่างไหลลื่น, สตรีมมิงวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้ - Massive machine type communications (mMTC)
เชื่อมต่อสารพัดอุปกรณ์ IoT พร้อมกันได้และสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ประตู หลอดไฟ รถยนต์ ฯลฯ คือไม่ต้องพึ่ง Wifi กันแล้ว - Ultra-reliable and low latency communications (URLLC)
ความเสถียรต้องมาก การตอบสนองก็ต้องไว ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมอุปกรณ์ระยะไกลได้สะดวกและไร้กังวล เช่น การสั่งหรือควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ การเรียนการสอนหรือเล่นเกมผ่านเทคโนโลยี AR, VR รวมถึงการที่แพทย์ควบคุมการผ่าตัดจากสถานที่อื่นๆ ได้

ความสามารถเหล่านี้ล้วนต้องการเครือข่าย 5G ที่มีความเสถียรขั้นสุด เพื่อสนองตอบการใช้ชีวิตที่ทันสมัย มีคุณภาพ และที่สำคัญ แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องและอุปกรณ์ Internet of Things ต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน รวดเร็ว แม่นยำ จึงจะสร้างความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัยให้มนุษย์อย่างเราๆ ฝากชีวิตไว้ได้
อ้างอิงข้อมูลจาก
- THE 5G OPPORTUNITY : How 5G will solve the congestion problems of today’s 4G networks
- 1g-2g-3g-4g-5g
- 5G คืออะไร – ไม่ใช่แค่เร็ว แต่เป็นรากฐานของอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า
อยากรู้ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทย เรามีบทความให้อ่านต่อ










