หลังตามลุ้นกันมานานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย (จีดีพี) ปี 2561 จะโตถึง 4% หรือไม่? เพราะปัจจัยลบในช่วงโค้งสุดท้ายของปีมีไม่น้อย ทั้งปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่ยังกลับมาไม่เต็มที่ ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่อยู่ในช่วงทวีความรุนแรง


กระทั่ง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ออกแถลงการณ์ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย (จีดีพี) ไตรมาส 4/2561 ขยายตัว 3.7% ส่งผลให้จีดีพีรวมปี 2561 ขยายตัว 4.1% เพิ่มจากปี 2560 ที่ขยายตัวได้ 4% ถือว่าขยายตัวได้สูงสุดในรอบ 6 ปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนของภาคเอกชนซึ่งขยายตัว 5.5% การบริโภคจากเอกชนขยายตัว 5.3% ขณะที่การส่งออกทั้งปี 61 ขยายตัวกว่า 6% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 8 ล้านล้านบาท

เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รักษาอัตราการเติบโต

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงตัวเลขจีดีพีดังกล่าวว่า เป็นระดับการขยายตัวที่น่าพอใจ แม้เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี แต่จีดีพีของไทยขยับเพิ่มขึ้นมาได้ และนับว่าจีดีพีปรับสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กระนั้นก็ตาม รองนายกรัฐมนตรียอมรับว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ยังมีมรสุมเศรษฐกิจจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ เป็นแรงกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ปลุกทูตพาณิชย์ปั้นส่งออกเจาะตลาดทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังได้ประชุมมอบนโยบายและติดตามงานของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายการขยายตัวไว้ 8% พร้อมมอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สั่งการทูตพาณิชย์ทั่วโลกให้ทำงานหนักขึ้นในการรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดส่งออกทั้งตลาดเก่าและตลาดใหม่ ขณะที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากยังต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยต้องให้พาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายในจังหวัด จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อปลุกเศรษฐกิจฐานรากให้คึกคัก ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรและลดต้นทุนการผลิต ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ จัดหาปุ๋ยราคาถูกกว่าท้องตลาดเข้าไปวางจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อให้เกษตรกรหาซื้อได้ง่ายขึ้น

10 อุตสาหกรรรมเป้าหมาย EEC แรงหนุนสำคัญ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยต่อการประชุมคณะกรรมการอีอีซี ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าแผนการพัฒนาบุคลากรและความก้าวหน้าของการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและผังเมือง โดยด้านบุคลากรสำนักงานอีซีซีประเมินว่า ในอีก 12 ปีข้างหน้าจนถึงปี 2573 การลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หากเป็นไปตามแผนจะมีความต้องการตำแหน่งงานรวมประมาณ 1 ล้านตำแหน่งงาน โดยทุกหน่วยงานจะบูรณาการการทำงานร่วมกัน และสำหรับการพัฒนาบุคลากรจะดำเนินการในทิศทางใหม่ ซึ่งเป็นการร่วมมือและแบ่งงานกันทำของกระทรวงสำคัญในการพัฒนาคน โดยยึดถือความต้องการเพื่อให้บุคลากรทุกกลุ่มมีงานทำและมีรายได้สูงถ้วนหน้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้จีดีพีของไทยโตได้อย่างต่อเนื่อง

สศช.คาดการณ์จีดีพีปีนี้โตถึง 4%

สำหรับปี 2562 สศช.ยังคาดการณ์ว่า จีดีพีจะขยายตัวได้ 3.5 – 4.5% (ค่ากลาง 4%) โดยให้ความสำคัญกับภาคการส่งออกให้ขยายตัวได้ 5% โดยต้องดูแลการขยายตัวของการท่องเที่ยว การรักษาการขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐในโครงการสำคัญๆ ให้มีความต่อเนื่อง สนับสนุนการขยายการลงทุนของภาคเอกชน สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจ SMEs และเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งจับตาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

การผลักดันจีดีพีให้เติบโตเป็นเรื่องยาก แต่การรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้นยากกว่า!!!