ต้องยอมรับว่าเมื่อได้ทราบผลการศึกษาล่าสุดโดย “ซิสโก้” และ “เอ.ที. เคียร์เน่ (A.T. Kearney)” บริษัทให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา เพราะบริษัทชั้นนำนี้เผยผลพยากรณ์มูลค่าอุตสาหกรรมการผลิตของไทยว่า ‘มีโอกาสเติบโตได้ถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในอีก 10 ปีข้างหน้า’ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับใช้เทคโนโลยียุค ‘ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4’ (Fourth Industrial Revolution : 4IR) อย่างได้ผล

โดยผลการศึกษาที่นำมาอ้างอิงนี้ ทำขึ้นในหัวข้อ “เร่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในอาเซียน : แผนปฏิบัติการสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต (Accelerating 4IR in ASEAN: An Action Plan for Manufacturers)” ซึ่งการศึกษานี้ยังพบอีกว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ผ่านมาของไทย ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 – 1.3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 3.5 – 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจนี้มาจากการขยายช่องทางรายได้อื่นด้วยไลน์สินค้าใหม่ๆ และการปรับปรุงคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องของผู้ผลิตนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจนี้ก็ได้เผยให้เห็นจุดด้อยที่สำคัญในแง่ของการพัฒนาไปสู่การผลิตโดยอาศัยระบบดิจิทัลว่า ภาคการผลิตในอาเซียน รวมถึงไทย ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาสู่ระบบดิจิทัล ทำให้ยังคงมีรูปแบบการดำเนินงานที่ยังล้าสมัย การปรับใช้เทคโนโลยี 4IR จึงช้าและไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร


ชี้วิกฤตนำสู่โอกาส ในการเป็นผู้นำ ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในอาเซียน

เมื่อชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของภาคอุตสาหกรรมไทยในการก้าวเป็นผู้นำปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในอาเซียน แล้ว นาวีน เมนอน ประธานประจำภูมิภาคอาเซียน ซิสโก้ อธิบายจุดเด่นสำคัญที่ทั่วโลกได้นิยามไว้ใน การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ว่า คือ ระบบอีโคซิสเต็มส์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อบุคลากรและเครื่องจักรเข้าด้วยกัน โดยอาศัย 5 เทคโนโลยีหลักที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในห่วงโซ่มูลค่าด้านการผลิต ได้แก่ คือ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing), เทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง และอุปกรณ์แวร์เอเบิลต่างๆ นั่นเอง

ซึ่งก็ตรงกับ ศาสตราจารย์เคราซ์ ชวอบ (Klaus Schwab) ผู้ก่อตั้งและประธาน World Economic Forum (WEF) ได้กล่าวไว้ในหนังสือชื่อ “The Fourth Industrial Revolution” (4IR) ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่ประกอบกันขึ้นจากทั้งด้านกายภาพ ดิจิทัล และชีวภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกวิชาชีพ เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจนยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์

และศาสตราจารย์ชวอบยังเชื่อว่า 4IR นี้ไม่ใช่การขยายผลจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามแน่นอน เนื่องจากขนาด ความเร็ว และความซับซ้อนของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในยุคนี้ อาทิ AI, IoT, Blockchain, หุ่นยนต์, 3D Printing, พาหนะไร้คนขับ รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ต่อองค์กรธุรกิจ และการทำงานของภาครัฐ ด้วยความรวดเร็วดั่งจรวด ซึ่งปรมาจารย์ท่านนี้ได้แสดงความเป็นห่วงไว้ในข้อเขียนชิ้นนี้ด้วยว่า

“ผลของปรากฏการณ์ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลกระทบต่อหลายองค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากคลื่นการปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ได้ทัน รวมถึงส่วนราชการที่ไม่สามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์เพื่อกำหนดนโยบายสร้างความปลอดภัย และความเท่าเทียมกันในสังคมได้อย่างที่ควรจะเป็น”

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของ ซิสโก้ และ เอ.ที. เคียร์เน่ ยังชี้ให้เห็นถึง 5 สาเหตุหลักที่มีแนวโน้มจะมาเป็นอุปสรรคหรือถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ย่อมจะกลายมาเป็นวิกฤต ขัดขวางการพัฒนาทางภาคอุตสาหกรรมของไทยรวมถึงในประเทศกลุ่มอาเซียนด้วย นั่นคือ หนึ่ง แรงงานยังมีราคาถูก สอง ยังไม่มีความต้องการของลูกค้า สาม ไม่สามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญ สี่ อีโคซิสเต็มส์ของซัพพลายเออร์มีความซับซ้อนและแยกออกเป็นส่วนๆ และ ห้า เป้าหมายทางธุรกิจเป็นแบบระยะสั้นและไม่ชัดเจน

โดยทางออกของอุปสรรคที่กล่าวมานี้ นั่นคือ การเร่งปรับใช้เทคโนโลยี 4IR ที่จะช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การปรับแก้ประเด็นเรื่องค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ ท่ามกลางบรรยากาศของการทำธุรกิจที่จริงจัง มุ่งหวังผลเติบโตของอาเซียน


อุตสาหกรรม 4.0 ความท้าทาย

แนะเทคนิครักษาตำแหน่ง Top 3 ประเทศอาเซียน ผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยี 4IR ไปใช้อย่างเหมาะสม

ผลการศึกษาระดับโลกนี้ยังยืนยันว่า ปัจจุบัน การพัฒนาและปรับใช้ของไทยยังคงรั้งตำแหน่งอยู่ระดับ Top 3 ของอาเซียน เป็นรองแค่สิงคโปร์และมาเลเซีย โดยทั้งสามประเทศอยู่ในจุดยืนที่ดี คือ ต่างมีการวางแผน สร้างเฟรมเวิร์ก พัฒนาคน เทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน

ด้าน วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน ซิสโก้ กล่าวในประเด็นต่อมาว่า

“เป็นที่แน่นอนว่าภาคการผลิตของไทยจำเป็นต้องปรับใช้เทคโนโลยี 4IR แต่ความท้าทายที่สำคัญก็คือ จะต้องค้นหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อเร่งการปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งมี 3 ประเด็นหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่ โอกาสระยะสั้นที่จะนำเทคโนโลยี 4IR มาช่วยเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับบริษัท ต่อมาคือ ผู้ผลิตสามารถปรับใช้โซลูชันอย่างยั่งยืนและเหมาะสมได้อย่างไร และสุดท้าย จะสามารถจัดการกับปัญหาการดำเนินงานที่หยุดชะงักเพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจได้อย่างไร”

วัตสันอธิบายต่อว่า หากจะประเมินไทยในขณะนี้ ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เช่น พลังงาน อุตสาหกรรมเคมี สาธารณูปโภค นับว่ามีความตื่นตัวในการปรับตัวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 อย่างมีความเหมาะสม ขณะเดียวกันมีความพร้อมทั้งเงินลงทนและบุคลากร นับว่าก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ค่อนข้างดี ทว่า ในส่วนของซัพพลายเชนยังมีการพัฒนาในระดับปานกลาง และที่ยังปรับตัวช้าอยู่คือ ภาคการเกษตร


ฟันธง ‘โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐ’ มาถูกทาง ต่อยอดลู่ทางการพัฒนาได้อย่างสดใส

ในรายงานผลการศึกษาฉบับเดียวกันนี้ ยังได้วิเคราะห์ไปถึงส่วนของบทบาทภาครัฐที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามขับเคลื่อนงานในหลายส่วน โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลกมองว่า โครงการและนโยบายขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของไทยที่คิดว่ามาถูกทาง คือ การเดินหน้าพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในภาพรวม ที่หากจะให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ ต้องเริ่มลงมือพัฒนาโครงการนำร่องต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก รวมถึงมองหาการพัฒนาสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อนำไปต่อยอดในอนาคตควบคู่ไปด้วย

นอกจากนั้น ยังมีแผนปฏิบัติการ 6 ข้อ ที่จะรองรับการพัฒนาด้าน 4IR สำหรับภาคการผลิตของไทย ที่รายงานฉบับนี้ได้แนะแนวทางไว้ ประกอบด้วย มุ่งเน้นปัญหาสำคัญ ระบุปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข ระบุการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ตื่นเต้นไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โซลูชั่นที่ไม่เหมาะสม และฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น แต่ให้ศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาและกรณีการใช้งาน 4IR ที่จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน

พร้อมกันนี้ การดำเนินโครงการนำร่องโดยอาศัยการทำงานร่วมกัน พัฒนาโซลูชันร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี ทดสอบและเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการนำร่อง โดยอาศัยการกำกับดูแลที่เหมาะกับเป้าหมาย สร้างพาร์ทเนอร์อีโคซิสเต็มส์ เลือกกลยุทธ์ความร่วมมือที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ จะยิ่งทำให้ได้ประสิทธิผลในระยะยาว

ขณะเดียวกัน สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ควรมุ่งเน้น 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัจฉริยะ แพลตฟอร์มไอโอทีแบบอเนกประสงค์ และระบบวางแผนด้านทรัพยากรและการผลิตแบบครบวงจร

และที่ขาดไม่ได้ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืน คือ การปรับใช้เครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพ กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมถึงความสามารถที่เฉพาะเจาะจง ดัชนีชี้วัด และการปรับเปลี่ยนกระบวนการโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ที่สุดแล้ว ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิต เพราะทุกวันนี้ประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการสนับสนุนที่จำกัดสำหรับการปรับใช้เทคโนโลยี 4IR ในอุตสาหกรรมภาคการผลิตให้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ไม่เพียงแค่พัฒนาด้านเทคโนโลยี แต่ต้องให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันในเชิงบูรณาการความร่วมมือระหว่างบริษัทต่างๆ และภาครัฐให้มากขึ้นด้วย


ในช่วงสรุปของรายงานการศึกษาฉบับนี้ นิโคไล ดอบเบอร์สไตน์ พาร์ทเนอร์ บริษัท เอ ที เคียร์เน่ กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตของไทยมีโอกาสที่ดีมากในการเป็นผู้นำการพัฒนาระบบการผลิตโดยดิจิทัล และก้าวสู่เวทีระดับโลกด้วยการปรับใช้เทคโนโลยี 4IR โดยภาคการผลิตจำเป็นต้องใช้แนวทางที่มุ่งเน้นสองทาง กล่าวคือ แนวทางระยะสั้นที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาท้าทายที่เฉพาะเจาะจง และรับมือกับโอกาสด้วยการปรับใช้โซลูชันแบบเฉพาะจุด

ส่วนแนวทางระยะกลางและระยะยาว ต้องเดินหน้าสร้างความสามารถด้านการผลิตที่ก้าวล้ำและยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และสานต่อวิสัยทัศน์ระยะยาวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดได้ในเร็ววัน


อ้างอิง :

  • รายงานข่าว เรื่อง “ไทยติดอันดับ 3 ผู้นำปฏิวัติอุตสาหกรรมอาเซียน” เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ 15 มกราคม 2562 โดย WARIYA KHAMCHANA (http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/824181)
  • บทความ เรื่อง “ก้าวย่างดิจิทัลสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม (4IR)” โดย อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/642689)

ไม่อยากตกเทรนด์ เทคโนโลยี ยุค 4IR เลือกอ่านบทความน่าสนใจกันต่อได้เลย

จะไป 5G กันอยู่แล้ว แต่ความเร็ว 4G ทั่วโลกเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว ผันผวนยิ่งกว่าค่าเงินซะอีก

ชี้ช่องยืมมือ ‘3D printing’ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีการพิมพ์แห่งอนาคต ดันธุรกิจให้ไปไกลกว่าที่คิด

เช็คลิสต์ความเชื่อมั่นก่อนใช้งาน เอไอ ปัญญาประดิษฐ์ อย่างฉลาด & ยั่งยืน