การประกาศผลรางวัลออสการ์ในแต่ละปี สิ่งที่น่าติดตามไม่น้อยไปกว่าร่วมลุ้นให้นักแสดงและภาพยนตร์ในดวงใจได้รับรางวัลก็คือ การได้ฟังสุนทรพจน์ หรือ Oscar Speech ของเหล่านักแสดงมากความสามารถที่ได้รับรางวัลออสการ์ในแต่ละสาขา เพราะนอกเหนือจากพลังบวกที่ได้รับจากการฟังทุกคำกล่าวในระยะเวลาไม่กี่นาทีแล้ว สุนทรพจน์จากเหล่านักแสดงบางคนยังกินใจ ปลุกกระแสสังคมในประเด็นต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนหนึ่งนั่นเป็นเพราะ รางวัลออสการ์ คือ รางวัลอันทรงเกียรติและความฝันอันสูงสุดของเหล่านักแสดงฮอลลีวูดที่มุ่งหมายจะได้มาครอบครองสักครั้งในชีวิตนักแสดง โดยรางวัลออสการ์ หรือ อะเคเดมีอวอร์ด (Academy Award) เป็นรางวัลที่มอบให้บุคลากรผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดในโลก จัดโดยสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences หรือ AMPAS) ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1929 ปีนี้ 2019 จึงเป็นการจัดงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 91 แล้ว

ดังนั้น ด้วยความยิ่งใหญ่ทุกประการที่กล่าวมา จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อพิธีกรของงานประกาศผลรางวัลออสการ์ในแต่ละปีกล่าวว่า … and the Oscar goes to … เจ้าของรายชื่อหลังจากนั้น จะมีปฏิกิริยาดีใจที่แตกต่างกันไป ทั้งละล่ำละลัก ร้องไห้ด้วยความปิติ ไปจนถึงสติแตกพูดอะไรไม่ถูก พูดจาซ้ำๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไปชั่วขณะก็มี

หากใครที่ยังไม่เคยได้ตั้งใจฟัง Oscar Speech วันนี้เราได้คัดเลือก 5 Oscar Speech of all time มาแนะนำให้ได้ไปฟังกัน ไม่แน่ว่าเมื่อฟังจบ คุณอาจได้รับแรงบันดาลใจ พลังบวกจากเหล่าผู้ได้รับรางวัลออสการ์ เจ้าของสุนทรพจน์อันน่าจดจำนี้โดยไม่รู้ตัวก็ได้


Halle Berry : Oscar Speech นักแสดงผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์ออสการ์

And it’s for every nameless, faceless woman of color that now has a chance because this door tonight has been open

Halle Berry คือตัวแทนนักแสดงหญิงชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ผิวสี คนแรก ที่คว้ารางวัลออสการ์ประจำปี 2002 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Monster’s Ball ซึ่งปีเดียวกันนี้เอง รางวัลนักแสดงนำชาย ก็ตกเป็นของ ‘แดนเซล วอชิงตัน’ นักแสดงชายผิวสี จากภาพยนตร์เรื่อง Training Day เช่นกัน

เมื่อทราบว่าได้รับรางวัลออสการ์ เธอถึงกับร้องไห้โฮทันที และพูดออกมาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์หลังรับรางวัลว่า เธอไม่คิดว่านักแสดงผิวสีอย่างเธอจะได้รับรางวัล จากนั้น Berry ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทนประกาศศักดิ์ศรีให้กับผู้หญิงผิวสีทุกคน โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้รับความทุกข์ทรมานจากปัญหาการเหยียดสีผิวและความไม่เท่าเทียมกันในสังคมว่า

https://www.imdb.com/title/tt0285742/mediaviewer/rm2937971712

“รางวัลนี้ ฉันขอมอบให้ผู้หญิงผิวสีที่อาจไม่มีตัวตน ไม่มีชื่อเสียงทุกคนในโลกนี้ ตอนนี้ทุกคนล้วนมีโอกาส เพราะประตูแห่งความเท่าเทียมทางเชื้อชาติบนเวทีออสการ์ได้เปิดออกแล้ว”


Leonardo Dicarprio : นักแสดงคนแรกในประวัติศาสตร์ออสการ์ ผู้ตอกย้ำ Climate change is REAL!

Climate change is real, it is happening right now. It is the most urgent threat facing our entire species, and we need to work collectively together and stop procrastinating.

นอกเหนือจากความยินดีกับอีกหนึ่งนักแสดงในดวงใจของใครหลายคนที่โลดแล่นอยู่ในวงการฮอลลีวูดมากว่า 20 ปี หากติดตามผลงานของ Dicaprio ตั้งแต่เขายังหนุ่ม ชื่อของเขาได้รับการเสนอเข้าชิงออสการ์ ถึง 5 ครั้ง จนกระทั่งในครั้งที่ 6 นี่เอง ที่เขาได้รับรางวัลออสการ์สมใจ จากภาพยนตร์เรื่อง The Revenant ในบท ฮิวจ์ กลาส นายพรานผู้ต้องต่อสู้กับทุกสิ่งอย่างเพื่อเอาชีวิตตัวเองให้รอดในดินแดนรกร้างว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน นับเป็นบทบาทที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป็นบทที่ยากลำบากและโหดร้ายที่สุดในชีวิตนักแสดงของเขาก็ว่าได้

และในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ นักแสดงหนุ่มคนนี้ยังได้จุดประกายประเด็นเรื่อง Climate Change หรือสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเขาได้ประสบพบเจอด้วยตาตัวเอง ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Revenant โดยเรื่องราวของ The Revenant สำหรับเขา มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับโลกของธรรมชาติโดยตรง และการถ่ายทำนั้น เขาและทีมงานต้องย้ายสถานที่ถ่ายทำไปทางตอนใต้ของโลก ซึ่งเป็นที่ที่สมควรจะพบเจอแต่ความขาวโพลนของหิมะ ทว่า มันไม่ใช่อย่างนั้น

https://www.fromthegrapevine.com/slideshows/arts/legendary-tv-and-movie-beards/page/2

“สภาวะโลกร้อนมันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ มันคือภาวะฉุกเฉินที่สุดที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เรากำลังจะต้องเผชิญหน้า ถึงเวลาที่ทุกคน ทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมมือกัน หยุดผัดผ่อนกันได้แล้ว เราต้องสนับสนุนผู้นำจากทั่วโลก ผู้ซึ่งไม่ได้ออกมาพูดถึงแค่เรื่องมลภาวะ แต่เป็นผู้ที่ก้าวขึ้นมาเพื่อมนุษยชาติ เพื่อคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทั่วโลก เพื่อคนนับพันล้านที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ต้องมารับผลกระทบนี้ เพื่อลูกหลานและผู้คนที่ถูกกลบเสียงกลืนกินไปกับการเมืองและความละโมบ”


Frances McDormand : สุนทรพจน์เรียกร้องสิทธิสตรีที่ทำให้ ‘ผู้หญิง’ มีที่ยืนในวงการผลิตภาพยนตร์มากขึ้น

If I may be so honored to have all the female nominees in every category stand with me in this room tonight…

“whatever suits you best, and we’ll tell you all about them. I have two words to leave with you tonight, ladies and gentlemen: ‘inclusion rider.'”

ในการประกาศผลรางวัลออสการ์เมื่อปีที่แล้ว (2018) เชื่อว่าหลายคนยังจดจำสุนทรพจน์อันกินใจและทรงพลังของ นักแสดงหญิง Frances McDormand ที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงจากภาพยนตร์ เรื่อง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri จากบท มิลเดร็ด เฮย์ แม่ผู้สูญเสียลูกจากคดีสะเทือนขวัญข่มขืนแล้วฆ่า ซึ่งเธอเลือกที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาวผู้ล่วงลับด้วยวิธีเช่าป้ายบิลบอร์ดพร้อมขึ้นข้อความรุนแรง ที่ทำเอาหน้าอินทร์หน้าพรหมที่เกี่ยวข้องกับคดีลูกสาวของเธอต้องหนาวไปตามๆ กัน

โดยสุนทรพจน์บนเวทีรับรางวัลออสการ์ของ McDormand ในวันนั้น หลังจากกล่าวขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เธอได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้แล้ว เธอได้เชื้อเชิญให้ผู้หญิงทุกคนในวงการภาพยนตร์ที่มาร่วมงานประกาศผลออสการ์ในวันนั้น ลุกขึ้นยืนเพื่อร่วมยินดีกับเธอ และสื่อว่า รางวัลออสการ์นี้เป็นของผู้หญิงทุกคนในวงการการผลิตภาพยนต์ โดย Meryl Streep เป็นนักแสดงหญิงคนแรกที่เธอได้เชิญให้ลุกขึ้นเพื่อเป็นผู้นำผู้หญิงทุกคนในงาน

https://www.vulture.com/2017/09/new-three-billboards-outside-ebbing-missouri-trailer.html

จากนั้น เธอได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายผ่านคำ 2 คำ ซึ่งเป็นชนวนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในวงการภาพยนตร์อย่างเห็นได้ชัดในวันนี้ นั่นคือ “Inclusion Rider” ซึ่งหมายถึงการเรียกร้องให้มีความหลากหลายของนักแสดงและทีมงานในวงการผลิตภาพยนตร์อย่างน้อย 50% จนในวันนี้มีนักแสดง ทีมงาน และค่ายหนังหลายแห่งได้นำนโยบายนี้ไปปรับใช้กันไม่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น นโยบาย Inclusion Rider ยังขยายความนิยมไปสู่วงการเพลง โดยปัจจุบันสถาบันแกรมมี่ได้ประกาศสนับสนุนให้มีโปรดิวเซอร์เพลงและ Sound Engineer เพศหญิงมากขึ้น ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากการจุดประกายของเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงออสการ์ ปี 2018 คนนี้


Lupita Nyong’o : แค่ประโยคสั้นๆ แต่กินใจ สุนทรพจน์จากใจนักแสดงหญิงผิวสีที่สวยที่สุดในโลก

When I look down at this golden statue, may it remind me and every little child that no matter where you’re from, your dreams are valid. Thank you.”

ฟังแค่ชื่อภาพยนตร์ที่ Lupita Nyong’o ได้รับรางวัลออสการ์นักแสดงสมทบหญิงจากบทบาทที่เธอสวม “12 Years a Slave” ก็บอกให้รู้แล้วว่านักแสดงเรื่องนี้ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาในด้านใด ซึ่ง Nyong’o ก็ได้ถ่ายทอดความเศร้าหม่น ความยากลำบากแสนสาหัสของทาสในสมัยล่าอาณานิคมออกมาได้อย่างถึงอารมณ์ผู้ชม คู่ควรกับรางวัลที่เธอได้ครอบครองไปอย่างไร้ข้อกังขา

ทว่า ไม่ใช่แค่บทบาทในภาพยนตร์เท่านั้น แต่นักแสดงหญิงผิวสีที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโลกประจำปี 2014 และผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเครื่องสำอาง Lancome ยังได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วโลก ซึ่งเชื่อว่า เธอตั้งใจที่จะสื่อไปยังวัยรุ่นที่อยู่ในสถานะคนผิวสีเช่นเธอด้วยว่า

http://www.hollywood.com/movies/12-years-a-slave-interview-lupita-nyongo-patsey-57254522/

“ต่อจากนี้ไป เมื่อไรก็ตามที่ฉันหรือใครๆ มองไปยังรางวัลออสการ์สีทองนี้ มันจะคอยเตือนใจฉันและเด็กน้อยทุกคนว่า ไม่สำคัญว่าพวกหนูมาจากที่ไหน แต่จงรู้ไว้ด้วยว่าความฝันของพวกหนูมันมีอยู่จริงเสมอ”


Robin Williams : อารมณ์ขัน โลกต้องจำ ของนักแสดงผู้สร้างเสียงหัวเราะให้คนทั้งโลก

Most of all, I want to thank my father, up there, the man who when I said I wanted to be an actor, he said, ‘Wonderful, just have a back-up profession – like welding.'”

เอ่ยชื่อของ Robin Williams นักแสดงชื่อดังผู้ล่วงลับ คนทั่วโลกย่อมรู้จักและจำสีหน้าชายผู้มีอารมณ์ขันและอบอุ่นผู้นี้ได้เป็นอย่างดี แม้เขาจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ความสุขที่เขาได้ฝากไว้กับผู้ชมทั่วโลก ผ่านผลงานภาพยนตร์หลากหลายบทบาท ก็ยังเป็นที่จดจำและระลึกถึงของทุกคนอยู่ดี

โดยหลายคนอาจยังจดจำได้ไม่ลืม ว่าในปี 1998 Williams ได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงสมทบชายจากภาพยนตร์เรื่อง Good Will Hunting ในบทนักบำบัดพาร์ทไทม์ ผู้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาเด็กหนุ่มที่รับบทโดย Matt Damon ให้เปิดใจและเจอกับแนวทางดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ซึ่งในครั้งนี้ สุนทรพจน์ที่ Williams กล่าวบนเวที ก็ยังคงรักษาคาร์แรคเตอร์ของชายผู้มีอารมณ์ขันไว้ให้เป็นภาพจำของทุกคนที่ได้รับฟังคำกล่าวของเขาในวันนั้น

http://mentalfloss.com/article/66975/14-wicked-smart-facts-about-good-will-hunting

“เหนือสิ่งอื่นใด ผมต้องขอบคุณคุณพ่อของผมที่อยู่บนสวรรค์ เพราะเมื่อผมบอกท่านว่า อยากเป็นนักแสดง ท่านไม่ได้ขัด พร้อมตอบว่า ‘เยี่ยมไปเลยลูก’ แต่อย่าลืมหาอาชีพเสริม อย่าง ช่างอ๊อกเหล็ก ไว้ด้วยนะลูก”

ฟังคำกล่าวนี้แล้วก็รู้เลยว่า Williams ได้รับการถ่ายทอด Scent of Humor หรือ อารมณ์ขันอันเฉียบคมนี้จากใคร


อ้างอิง :


ค้นหาแรงบันดาลใจจากบทความของเราในหลากมุมมองกันต่อ

มีให้น้อยเข้าไว้ : เคล็ด (ไม่) ลับสำหรับคนที่อยากมี ‘ความสุขที่แท้จริง’

14 เส้นทางลัด สร้าง แรงบันดาลใจ ให้กับตัวเอง สำหรับคนที่กำลังรู้สึก หมดไฟ

7 หนัง อนิเมะ สตูดิโอจิบลิ สร้างแรงบันดาลใจ ปลุกจินตนาการเกินคาด