เป็นที่ยอมรับว่าโลกยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลมหาศาล ซึ่งองค์กรต่างๆ ก็ให้ความสำคัญกับวิธีการบริหารจัดการข้อมูล เพราะองค์กรสามารถนำข้อมูลมาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ โดยข้อมูลที่อยู่ในคำนิยามของ ‘Big Data’ หมายรวมทั้งข้อมูลจากภายในบริษัทเอง และข้อมูลที่มาจากภายนอกอย่างโซเชียล มีเดีย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ ประมวลผลแล้วนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

ข้อมูลที่กล่าวถึงนี้สามารถนำมาวิเคราะห์ได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าทางบริษัทต้องการนำข้อมูลนี้ไปใช้งานในด้านไหน ซึ่งตอนนี้หลายบริษัทก็นิยมทำ Big Data Analysis เพื่อใช้ในการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตหรือเพื่อใช้ดูแนวโน้มสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

จากกระแสนี้เองที่ทำให้เกิดเทรนด์อาชีพใหม่ๆ เกี่ยวกับการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อประยุกต์ใช้และต่อยอดเชิงธุรกิจในด้านต่างๆ ซึ่ง แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของ จ๊อบไทย (JobThai) เว็บไซต์หางานชื่อคุ้นหูคนไทย ออกมาแนะนำ 3 อาชีพ สายเทคฯ ที่กำลังมาแรง ตอบรับกระแสการบริหารจัดการข้อมูลมหาศาลนี้


‘Data Scientist’ ผู้เป็นทั้งนักวิเคราะห์ Big Data และนักสื่อสารในเวลาเดียวกัน

เป็นหนึ่งในอาชีพมาแรงของโลกการทำงานสมัยใหม่ ซึ่งอาชีพ ‘นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล’ มีนิยามอาชีพที่ค่อนข้างกว้าง ผู้ที่ทำงานตำแหน่งนี้บางคนอาจมีหน้าที่ดูเรื่อง Analytic อย่างเดียว ขณะที่ บางคนต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อ แต่โดยรวมแล้วก็คือ การนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดีขึ้นนั่นเอง

สำหรับอาชีพนี้ ซีอีโอจ๊อบไทยอธิบายต่อว่าค่อนข้างเปิดกว้าง โดยคนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้ได้นั้น ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าต้องจบสาขาอะไร แต่ส่วนใหญ่แล้วจะจบมาทางวิทยาศาสตร์ เพราะมีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลอื่นได้ หรือจบจากสาขาที่เกี่ยวกับสถิติก็ได้เช่นกัน และสำหรับผู้ที่สนใจทำงานในสายนี้ต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่

ทักษะทางตรง (Hard Skills) คือ การนำเสนอข้อมูลเชิงภาพ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลมาแล้วต้องสามารถถ่ายทอดข้อมูลเหล่านั้นให้แก่คนที่ต้องการจะสื่อสารด้วยให้เห็นภาพมากที่สุด ซึ่งอาจจะทำออกมาเป็นรูปแบบของกราฟหรือภาพ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือต้องรู้ว่ากราฟหรือภาพแบบไหนเหมาะกับข้อมูลประเภทใดเพื่อทำให้คนทั่วไปเข้าใจมากที่สุด

ต่อมา คือทักษะในการเขียนโค้ด ถือเป็นทักษะสำคัญมากสำหรับอาชีพนี้ เพราะต้องใช้สร้างโมเดลให้สามารถเก็บและดึงข้อมูลตามที่ต้องการ ไปใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ

ทักษะทางอ้อม (Soft Skills) ได้แก่ ทักษะด้านการสื่อสาร – นอกจากการนำเสนอข้อมูลเชิงภาพออกมาในรูปแบบต่างๆ แล้ว ต้องมีทักษะในการสื่อสารข้อมูลเหล่านั้นให้คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้าน Data Science สามารถเข้าใจได้ และควรมีความรู้ด้านธุรกิจเป็นทักษะเสริม เพราะจะช่วยให้เข้าใจเป้าหมายเข้าใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำนั้นว่า มีผลตอบรับเป็นอย่างไร จะเพิ่มผลลัพธ์ให้แก่ธุรกิจได้อย่างไร


‘Computational Linguistics’ นักภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ผู้รังสรรค์ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษา และทำหน้าที่แทนมนุษย์

เป็นอาชีพที่ต้องนำทฤษฎีทางภาษาศาสตร์มาผสานกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจภาษา และทำหน้าที่ทางด้านภาษาต่างๆ แทนมนุษย์ได้นั่นเอง โดยความรับผิดชอบของคนที่ทำอาชีพนี้ต้องสร้างนวัตกรรมอย่าง เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ (Machine Translation) หรือ หุ่นยนต์นักสนทนา (Chatbot) รับคำสั่งจากมนุษย์ได้ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานเป็นรูปแบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่จะมาทำงานในสายนี้ก็ต้องมีทักษะสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้

ทักษะทางตรง (Hard Skills) ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพนี้ต้องมีทักษะด้านภาษาศาสตร์ เพราะข้อมูลทางภาษามีความพิเศษของตัวเอง จึงต้องใช้ทักษะในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น การแปลภาษาอัตโนมัติ (Machine Translation) ให้ความหมายออกมาในรูปแบบต่างๆ ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ หรือโปรแกรมในการค้นหา (Search Engines) ที่จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้เราสามารถพิมพ์คำถามตามที่ต้องการลงไปได้เลย ซึ่งระบบก็สามารถเข้าใจและส่งคำตอบกลับมาให้เราได้

ต่อมา คือ ต้องมีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม ทักษะนี้จะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ว่ามนุษย์ต้องการอะไร เช่น การทำให้หุ่นยนต์นักสนทนา (Chatbot) สามารถตอบคำถามเราได้ โดยที่เข้าใจได้ว่านี่คือคำถามชนิดใด จะไปหาคำตอบมาได้จากที่ไหน หรือสิ่งที่ต้องการเป็นประโยคคำสั่งหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบัน Chatbot สามารถรับคำสั่งจากมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟ ปรับแอร์ เปิดตู้เย็น เป็นต้น

และทักษะทางตรงสุดท้าย คือ ทักษะทางด้านสถิติ เพราะการทำงานในฐานะนักภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต้องอาศัยพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และสถิติในการศึกษาข้อมูลทางภาษาศาสตร์ที่มีจำนวนมาก เช่น สถิติการใช้คำและประโยคเพื่อวิเคราะห์ความเป็นธรรมชาติในการใช้งานและความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ การใช้ความน่าจะเป็นในการแก้คำกำกวม ซึ่งทักษะเชิงคณิตศาสตร์และสถิติจะช่วยให้เข้าใจถึงกลไกของภาษาหรือเข้าใจธรรมชาติของภาษาได้ดีขึ้น

ทักษะทางอ้อม (Soft Skill) ได้แก่ การคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางภาษา เพื่อพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจภาษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางภาษาในลักษณะต่างๆ ได้ดีขึ้น เช่น การพัฒนาเครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ อาจต้องวิเคราะห์ว่าความหมายที่ต้องแสดงผลออกมานั้นจะเป็นรูปแบบไหน ต้องใช้โมเดลอะไร เป็นต้น


‘Artificial Intelligence Engineer’ นักพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ ผู้ริเริ่มพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ ตอบสนองความต้องการขององค์กร

เมื่อยุคนี้ เป็นยุคของ AI หรือเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่ในโลกธุรกิจต่างหยิบเอานวัตกรรมแห่งยุคนี้มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาชีพ ‘AI Engineer’ มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง AI Engineer คือผู้ที่สามารถนำเอาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ โดยการเขียนโปรแกรมหรือชุดคำสั่งด้วยเทคนิคต่างๆ เพื่อทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้นเรื่อยๆ และสำหรับผู้ที่สนใจทำงานในสายนี้ต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่

ทักษะทางตรง (Hard Skills) ได้แก่ การเขียนโปรแกรมและความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์ ผู้ทำงานตำแหน่งนี้ต้องมีความรู้ด้าน​การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาที่นิยมทางด้าน AI เช่น python, java เพื่อสร้างและทดสอบแบบจำลองการเรียนรู้ของ AI ให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น

ต่อมา คือ ทักษะด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ เนื่องจากคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น AI Engineer จึงต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลมหาศาล และสามารถนำความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เช่น ความน่าจะเป็น สถิติ แคลคูลัส มาประยุกต์ใช้กับข้อมูลเหล่านั้นเพื่อวิเคราะห์และออกแบบระบบอย่างมีประสิทธิภาพ

ทักษะทางอ้อม (Soft Skill) AI Engineer ต้องมีทักษะการสื่อสาร เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญกับทุกอาชีพแม้ว่าสายงานนี้จะเน้นการทำงานในเชิงเทคนิค แต่ก็ต้องมีการสื่อสารกันทั้งภายในทีมและกับทีมอื่นๆ เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลเชิงเทคนิคด้วย และผู้ใดอยากจะมีความก้าวหน้าในสายงานนี้ ยังต้องเรียนรู้เทคโนโลยีอยู่เสมอ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และอัปเดตเทรนด์เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆตลอดเวลา เพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงและสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด


อัปเดตกระแส เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิต ในมุมอื่นกันต่อ

จะไป 5G กันอยู่แล้ว แต่ความเร็ว 4G ทั่วโลกเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว ผันผวนยิ่งกว่าค่าเงินซะอีก

ชี้ช่องยืมมือ ‘3D printing’ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เทคโนโลยีการพิมพ์แห่งอนาคต ดันธุรกิจให้ไปไกลกว่าที่คิด

เจาะลึก 3 ประเด็น ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ เปลี่ยนโฉมวงการ HR สู่ยุค Digital HR