แม้ความฝันที่จีนเคยประกาศกร้าวไว้ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยแทนที่สหรัฐอเมริกา อาจต้องสะดุดลงด้วยภาวะเศรษฐกิจจีนในปีนี้ ที่ว่ากันว่า จะถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่า ก็ยังมีอีกหลากหลายโครงการที่พี่จีนหมายมั่นว่าจะใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และด้วยความตั้งใจของรัฐบาลจีน หากบรรจุโครงการใดเข้าไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่โครงการนั้นจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุดเช่นที่มี แผนจัดตั้งเขตพัฒนาเทคโนโลยี กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า หรือ Greater Bay Area (เกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย) ให้กลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งใหม่ ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญและเป็นรูปธรรมมากทีเดียว

แผนยุทธศาสตร์เรื่องนี้ได้รับการบรรจุลงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ Made in China 2025 โดยรัฐบาลพยายามจะผลักดันให้จีนก้าวไปเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ อุตสาหกรรม อาทิ หุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า อวกาศ ไอที และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ

ด้วยความสำคัญในฐานะหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ดังนั้น การศึกษาวิธีการบริหารจัดการเพื่อผลักดันให้โครงการนี้เกิด จึงเปรียบเหมือนการสร้าง ‘ซิลิคอน วัลเลย์ แห่งจีนขึ้น’ จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง


รู้ที่มาของแผนปั้น ‘กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า’ ว่าที่ ‘ซิลิคอน วัลเลย์’ แดนมังกร

ตามรายงานข่าวที่ปรากฏในสื่อจีนให้ข้อมูลว่า พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ประกอบด้วย เมืองกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า กวางโจว เซินเจิ้น จูไห่ ฟอชาน ฮุยโจว ตงกวน ซองชาน เจียงเหมิน และเจ้าฉิง กินพื้นที่ 56,500 ตารางกิโลเมตร มีประชากรรวมกันเกือบ 70 ล้านคน และถ้าดูมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เฉพาะในพื้นที่นี้ สูงถึงประมาณ 10 ล้านล้านหยวน!

รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่รอบอ่าวให้มีความทันสมัยภายในปี 2565 ด้วยการทุ่มงบปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค พัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และการขนส่ง เพื่อผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจภาคเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา ทันทีที่รัฐบาลจีนประกาศแผนนี้ ราคาหุ้นบริษัทบริหารท่าเรือต่างๆ ก็พร้อมใจกันปรับตัวขึ้น ขานรับการดำเนินยุทธศาสตร์นี้กันถ้วนหน้า เช่น ท่าเรือกวางโจว ท่าเรือจูไห่ ท่าเรือเซินเจิ้น หยานเทียน ที่มีมูลค่าหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ทางฝั่ง ฮ่องกง มาเก๊า ซึ่งมีระบบการเงิน การเมือง และกฎหมายแยกเป็นเอกเทศจากจีนคอมมิวนิสต์ ทางจีนก็ตั้งใจที่จะสร้างความร่วมมือและขยายโอกาสไปยัง 2 พื้นที่ดังกล่าว โดยเคารพหลักที่ว่า ทั้งฮ่องกงและมาเก๊าต่างยังคงมีอำนาจเต็มที่ในการปกครองตนเอง แต่หากเกิดพื้นที่แห่งเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาจริงๆ จีนก็พร้อมหารือเรื่องระบบศุลกากรและระบบกฎหมายที่จะนำมาปรับใช้

เพราะที่ผ่านมา การเดินหน้าโครงการพัฒนา เกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย ถูกตั้งคำถามในประเด็นเรื่องระบบศุลกากรที่แตกต่างกัน ดังนั้น แผนแม่บทการตั้งเขตพัฒนาเทคโนโลยีฉบับนี้ จึงกำหนดเนื้อหาอย่างชัดเจนเรื่องการช่วยพัฒนาฮ่องกงและมาเก๊าให้เติบโต ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกับจีนอย่างยั่งยืน และก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ การเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก


สะพานนี้มีความยาว 55 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญทางภาคใต้ของจีน คือ เกาะฮ่องกง มาเก๊า และเมืองจูไห่ ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของจีนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล

สะพานฮ่องกง จูไห่ มาเก๊า ไฮเวย์เชื่อมเขตพัฒนาเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

การพัฒนาระบบคมนาคมให้พร้อมเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน เป็นวัตถุประสงค์หลักที่จีนสร้าง สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ขึ้น ซึ่งเปิดให้ใช้บริการเมื่อปีที่แล้ว โดยสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนเดินทางไปเปิดสะพานแห่งนี้ด้วยตัวเอง 

ทางการจีน รายงานเมื่อครั้งเปิดใช้สะพานแห่งนี้ว่า ออกแบบเพื่อให้ใช้งานได้นาน 120 ปี โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมด 1 แสนล้านหยวน และเริ่มต้นโครงการก่อสร้างเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 จากนั้นเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 นับเป็นโครงการก่อสร้างสะพานครั้งประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจารึกไว้เลยว่า เป็นสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุด ใช้เงินลงทุนสูงที่สุด และเป็นงานก่อสร้างที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์จีนเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่นั้น โครงการนี้ยังเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองเป้าหมายของประธานาธิบดีสี ในการทำให้บริเวณ เกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย ซึ่งหมายถึง อ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อแข่งขันกับเมืองท่าสำคัญของโลก อย่างซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก และกรุงโตเกียว

wikipedia.org

เพราะสะพานแห่งนี้สร้างข้ามทะเลหลิงติงหยาง ซึ่งเป็นเขตช่องทางเดินเรือที่คึกคักนอกบริเวณแม่น้ำจูเจียง โดยทางตะวันออกของสะพานเชื่อมต่อกับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ทางตะวันตกเชื่อมกับเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง และเขตบริหารพิเศษมาเก๊าของจีน

นับเป็นความสำเร็จซึ่งจีนภูมิใจมากที่สามารถเชื่อม 3 พื้นที่นี้ได้ ยังช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่าง 3 เมืองลงได้มาก จากเดิมต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น

ขณะเดียวกันสะพานแห่งนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้แก่พื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมแม่น้ำจูเจียง ซึ่งจะช่วยรักษาความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกงและมาเก๊าได้ในระยะยาว จึงถือเป็นโครงการที่มีส่วนในการพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


เจาะกลยุทธ์ ‘แผนแม่บทตั้งเขตพัฒนาเทคโนโลยี กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า’

ภายใต้ แผนแม่บทตั้งเขตพัฒนาเทคโนโลยี 3 เมือง นี้ วางแผนยุทธศาสตร์ให้เมืองหลักใน เกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย เป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ อย่าง ฮ่องกง จะมุ่งสู่การเป็นเมืองด้านการเงินระหว่างประเทศ ระบบนำทาง และการค้า ส่วนมาเก๊า จะให้ความสำคัญกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นศูนย์กลางแพลตฟอร์มการค้ากับบรรดาประเทศที่พูดภาษาโปรตุเกส อาทิ บราซิล

ขณะที่ กวางตุ้ง จะมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการบริหาร และ เซินเจิ้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ หัวเว่ย จะขยายบทบาทเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี

โครงการพัฒนาเขตเทคโนโลยีของจีนนี้ ยังสนับสนุนให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาไว้ด้วย โดยเน้นไปที่ 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ สิ่งทอ เทคโนโลยีสารสนเทศ ชิ้นส่วนรถยนต์ และวัสดุนาโนสร้างโรงบ่มเพาะ ควบคู่ไปกับเพิ่มมาตรการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งครอบคลุมไปถึงกลไกการบริหารจัดการกรณีมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดนด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลปักกิ่งยังเผยออกมาว่า จะให้การสนับสนุนธนาคารและบริษัทประกันของฮ่องกง มาเก๊า ให้เข้ามาตั้งหน่วยงานในบางเมืองอย่างเซินเจิ้นและกวางโจว นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังวางแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยเงินสกุลหยวนในมาเก๊าอีกด้วย ส่วนฮ่องกงนั้น รัฐบาลจีนไม่เพียงหมายมั่นให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ แต่ยังมุ่งให้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินและการลงทุนในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ Belt & Road Initiative ด้วย


อัปเดตประโยชน์ที่ ไทย-ฮ่องกง ได้จากแผนจัดตั้งเขตพัฒนาฯ

เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของการใช้ประโยชน์จากแผนจัดตั้งเขตพัฒนาเทคโนโลยีในเขตเกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย ขอหยิบเอาข่าวล่าสุดที่ Carrie Lam ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (Hongkong Economic and trade Office) ในกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนว่า ทางฝั่งฮ่องกงเองก็มองเห็นว่าไทยมีศักยภาพ สามารถเติบโตและพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนได้

www.thaigov.go.th

การที่ฮ่องกงมองไทยเป็น Gateway สู่อาเซียน ขณะที่ไทยก็มองฮ่องกงเป็นประตูเจาะเข้าสู่ตลาดจีน ในโอกาสนี้เอง ไทยและฮ่องกงจึงร่วมหารือกันเพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุน โดยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong Free Trade Agreement) และความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง ซึ่งเริ่มเจรจามาตั้งแต่ปี 2557 และกำลังจะมีผลบังคับใช้ในกลางปี 2562

ขณะที่มีการหารือถึงการใช้ประโยชน์จากเกรทเทอร์ เบย์ แอเรีย ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่เชื่อมฮ่องกง มาเก๊า และเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงในมณฑลกวางตุ้งซึ่งรวมทั้งหมด 11 เมือง ฮ่องกงจึงอยู่ในฐานะ Super Connector กับเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานของจีนที่สามารถเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุนเข้ากับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สุดแล้ว อภิมหาโปรเจ็กต์ที่บอกเล่ามานี้จะมีส่วนพลิกเศรษฐกิจของจีนให้กลับมาสดใสในระยะยาวได้หรือไม่ อย่างไร? และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคในแง่ใดบ้าง? เราขอยืนยันว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตาและติดตามไม่แพ้กระแสความเป็นไปของด้านอื่นๆ ในระดับโลกเลย


อ้างอิง :

  • รายงานข่าวเรื่อง “กวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า ซิลิคอน วัลเลย์ เวอร์ชันจีน” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562)
  • บทความเรื่อง “เรื่องน่ารู้ของ ‘ฮ่องกง – จูไห่ – มาเก๊า’ สะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลกของจีน” (https://www.bbc.com/thai/international-45940234)

รู้ทันจีน รู้ทันโลก อ่านบทความนี้กันต่อเลย

14 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘Alipay’ ฟินเทคยักษ์ภายใต้อาณาจักร Ant Financial

รู้ทุกเรื่อง ! ‘รถไฟความเร็วสูง จีน-ฮ่องกง’ XRL ย่นเวลา กว่างโจว-ฮ่องกง ได้ 2 เท่า

World Economic Forum ฟันธง 10 สถานการณ์เสี่ยง ทั่วโลก ปี 62 พร้อมแนะวิธีรับมือภัยไซเบอร์อย่างสร้างสรรค์