ปาฏิหาริย์มีอยู่จริง แถมปรากฏให้เห็นไปแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง…และทั่วโลก เมื่อพิธีกรสาวผู้ดำเนินรายการ ศึกเลือกตั้ง 62 ตอน “คนใหม่…การเมืองใหม่” ในค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ถูก “สั่งปลด” แบบสายฟ้าแล่บ ด้วยข้อหา “เอียงกะเท่เร่” ทั้งที่มหาชนต่างยกนิ้วชื่นชมในการทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม…


“อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ชูดี” เธอคือผู้หญิงเก่ง – แกร่ง และคือเหยื่อ!

อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ชูดี หรือในชื่อเล่น “ตุ๊ก” ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมคณะและสถาบันเดียวกันกับ เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) คือผู้หญิงที่ทั้งเก่ง…แกร่ง และผู้หญิงที่เป็น “เหยื่อ” ถูกคำสั่งประกาศิต “ปลด” ด้วยข้ออ้าง “ไม่เป็นกลาง” ในการดำเนินรายการ

หลายคนที่ไม่ใช่ “คอข่าว” หรือ “คนพันธุ์ข่าว” อาจฉงนสงสัย… “ตุ๊ก – อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ชูดี” ที่ถูกปลดพ้นรายการศึกเลือกตั้ง 62 เป็นใคร?

สำหรับ “ตุ๊ก” แล้ว พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “เธอเกิดมาเพื่องานข่าว” และทุกลมหายใจของเธอคือข่าว

หลังคว้าปริญญาวารสารศาสตรบัณฑิตจากแดนโดมแล้ว ชีวิตของเธอก็โลดแล่นอยู่บนสังเวียนข่าวมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวการเมือง

วงจรชีวิตความเป็นคนข่าวของเธอเริ่มต้นใน “เขตทหารห้ามเข้า” ณ สถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ในฐานะ นักข่าววิทยุ ก่อนที่จะขยับขยายจากนักข่าววิทยุ ไปสู่ความเป็นคนข่าวโทรทัศน์ที่ช่อง 7 และมาปักหลักอยู่ที่ช่อง 9 อสมท.

ข่าวคือชีวิต และชีวิตคือข่าว มิได้จำกัดวงเฉพาะตัวของเธอเท่านั้น แต่พาดพิงไปถึง “คำรณ ชูดี” คู่ชีวิตของเธอ ซึ่งก็เป็นคนข่าวที่คร่ำหวอดอยู่ในสนามข่าวการเมืองเช่นเดียวกับเธอ จะต่างกันก็เพียงแค่สังเวียนข่าวที่คู่ชีวิตของเธอโลดแล่นอยู่นั้น เป็นสังเวียนสื่อสิ่งพิมพ์ และเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในบ้านเมืองนี้


“เอาใจวัยโจ๋ ดีเบตเกมโชว์” ถูกใจมหาชน…แสลงใจผู้ใหญ่ใจปลาซิว

รายการศึกเลือกตั้ง 62 ตอน คนใหม่การเมืองใหม่ ในค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งถูกจัดขึ้นในรูปแบบ “ดีเบตเกมโชว์” เพื่อหวังกระตุกต่อมความสนใจคนวัยโจ๋ โดยมี อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ชูดี และ วีระ ธีรภัทรานนท์ อดีตคนข่าวมติชน – เดลินิวส์ – วัฏจักร ซึ่งปัจจุบันหันมาจับงานพิธีกรอิสระ ร่วมกันดำเนินรายการ สร้างสีสันความสนุกสนานมีชีวิตชีวาอย่างมีสาระ

ความครึกครื้นสนุกสนานของรายการดีเบตการเมืองที่แหวกแตกต่างไปจากช่องอื่นๆ ซึ่งทำกันดาษดื่น มี “หัวเชื้อ” มาจากประสบการณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดจนการทุ่มเทให้ชนิดทั้งตัวและหัวใจของ อรวรรณ ในบทบาทของผู้จัดการส่วนสร้างสรรค์รายการข่าว สำนักข่าวไทย อสมท.

เพ็ญพรรณ แหลมหลวง คนข่าวรุ่นน้องที่มีประสบการณ์ร่วมกับ “ตุ๊ก” ให้การยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า…

“ในฐานะน้องเล็กของพี่ รับรู้ถึงความทุ่มเทของพี่ตุ๊ก ที่นั่งคิดรูปแบบ ออกแบบรายการ ออกไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตั้งคำถาม ประสานงาน และอื่นๆ กับทีมงานอย่างตั้งใจ ยังไม่รวมอื่นๆ ที่สมองแทบแตก พี่ตุ๊กตั้งใจอยากให้ #ศึกเลือกตั้ง62 เป็นการดีเบตที่ไม่น่าเบื่อ เปลี่ยนคนดูในยุค 4.0 ให้มีส่วนร่วม และเราก็ได้รับความร่วมมือผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนของ อสมท. อย่างแข็งแกร่ง จนช่องอื่นๆ สื่ออื่นๆ ต้องหันมาดูเรา”

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากคนใกล้ชิดกับ “ตุ๊ก” อย่างเพ็ญพรรณ แหลมหลวง ยังยืนยันความทรหดของ “ตุ๊ก” เพื่อรับผิดชอบต่อความสำเร็จในงานที่แบกไว้เต็มบ่า…

“ตอนเช้าของวันดีเบต พี่ตุ๊กยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะไข้ขึ้นสูง เป็นหวัดกล่องเสียงอักเสบจนเสียงแหบ ต้องแอดมิดเพื่อให้เสียงกลับมา แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย ก่อนออนแอร์พี่ตุ๊กถอดสายน้ำเกลือเพื่อมาจัดรายการ แต่รถติดหนักมาก พี่แหม่ม อนัญญา แก้ปัญหา ให้มอเตอร์ไซค์ไปรับพี่ตุ๊กจนมาถึง อสมท. อย่างทุลักทุเล 20 นาทีก่อนออกอากาศ พี่ตุ๊กวิ่งมาแต่งหน้าทำผม ท่ามกลางคำว่าลุ้นของทุกคน แต่เธอ ก็ทำสำเร็จ 5 4 3 2 1 คิว! รายการเดินหน้าตามกำหนด ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากประชาชน สื่อมวลชน และน้องคนนี้ที่ขอยืนยันว่า สิ่งที่พี่ทำ มันคือความภาคภูมิใจของวิชาชีพพวกเรา! รักพี่ตุ๊ก”

น่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ใจยิ่งนักที่ผลตอบรับจากมหาชนที่มีต่อรายการออกมาดีเยี่ยม แต่พิธีกรผู้ดำเนินรายการ…โปรดิวเซอร์ผู้รับผิดชอบรายการ แทนที่จะได้รับ “ช่อดอกไม้” เป็นรางวัลจากคณะกรรมการและคณะผู้บริหาร อสมท. กลับกลายเป็นได้รับ “ใบสั่ง” ให้หลุดจากรายการ ราวกับว่าความสำเร็จของรายการนี้ อาจจะไปทิ่มหู-ทิ่มตาผู้ใหญ่ใจปลาซิวฝูงใหญ่เข้าให้อย่างจัง


ผลโหวตสดวัยโจ๋ ชนวนปลด “อรวรรณ”

เบื้องหลังใบสั่งปลด อรวรรณ จากรายการศึกเลือกตั้ง 62 ถูกตั้งข้อสังเกตไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะมีสาเหตุหลักมาจากผลโหวตสดผ่านรายการที่ออกอากาศสดของนิสิต – นักศึกษา 100 คน จาก 16 สถาบันทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งเหนือ – อีสาน – กลาง – ใต้ – ออก – ตก – กทม.


ประเด็นโหวตในค่ำคืนนั้น มีด้วยกัน 4 ประเด็น

  • ประเด็นที่ 1 เห็นด้วยมั้ย? ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ร่วมดีเบต
  • ผลโหวต เห็นด้วย 6 คน ไม่เห็นด้วย 94 คน

  • ประเด็นที่ 2 เห็นด้วยมั้ย? ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้ 5 ปีแรก สมาชิกวุฒิสภา ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
  • ผลโหวต เห็นด้วย 1 คน ไม่เห็นด้วย 99 คน

  • ประเด็นที่ 3 เห็นด้วยมั้ย? ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จำเป็นสำหรับประเทศไทย
  • ผลโหวต เห็นด้วย 2 คน ไม่เห็นด้วย 98 คน

  • ประเด็นที่ 4 เห็นด้วยมั้ย? ประเทศไทยจะมีการปกครองแบบประชาธิปไตยเต็มใบหรือครึ่งใบก็ได้ ถ้าทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้น
  • ผลโหวต เห็นด้วย 17 คน ไม่เห็นด้วย 83 คน


ใครเป็นใครพัวพัน “ใบสั่งปลดอรวรรณ”

คณะบุคคลที่ถูกกล่าวขานในการสั่งปลดอรวรรณ มีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มคือ คณะกรรมการ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) และ คณะผู้บริหาร บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)

ในส่วนของคณะกรรมการประกอบด้วยคณะบุคคล จำนวน 13 คน ได้แก่

  • พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานคณะกรรมการ
  • เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • พิเศษ จิยาศักดิ์ กรรมการ
  • ปานทิพย์ ศรีพิมล กรรมการ
  • จิรชัย มูลทองโร่ย กรรมการ
  • ปาริชาต สถาปิตานนท์ กรรมการ
  • ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการ
  • วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการ
  • สุวิทย์ นาคพีระยุทธ กรรมการ
  • มนตรี แสงหิรัญ กรรมการ
  • ศิริกุล เลากัยกุล กรรมการ
  • ธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมการ
  • ธวัชชัย อรัญญิก กรรมการ

สำหรับคณะผู้บริหาร อสมท. ประกอบด้วย

  • เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • ธนะชัย วงศ์ทองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • นันทสิทธิ์ เล็กศรีสกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • กัลยา โลหิตคุปต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • มาลิน พลธีระเสถียร ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • ธานินทร์ ถาวรศาสนวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • สมหมาย สุวรรณวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • กฤษณา อุบลเพ็ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • ช่อทิพย์ นรเศรษฐ์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • คณิต บุษบง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
  • ขจรศักดิ์ จตุรภัทรนนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

อนาคต อสมท.น่าเป็นห่วง!

กาลครั้งหนึ่งเมื่อ 13 ปีก่อนหน้านี้ ในยุค คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) อรวรรณ คนเดียวกับที่ถูกปลดจากรายการศึกเลือกตั้ง 62 ในยุค คสช. เคยขึ้นเวทีเสวนาวิสัชนา “ใครทำร้าย อสมท.” ขององค์กรวิชาชีพสื่อ

ครั้งกระนั้นเธออยู่ในฐานะประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท. เคยออกโรง “แต่งดำ” ประท้วงการใช้อำนาจ “คุกคาม” ต่อ อสมท.มาแล้ว

มาวันนี้เมื่อผลงานที่เธอทุ่มเทพัฒนาขึ้น และได้รับการขานรับอย่างดีจากปฏิกิริยามหาชน ถูกบีฑาจาก “ผู้มีอำนาจ” เหนือเธอ จึงน่าเป็นห่วงว่าอนาคตข้างหน้าของ อสมท.จะไปต่อกันอย่างไร?

ลำพังที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่อ่อนล้า มีลมหายใจรวยรินเต็มที โดยสังเกตได้ง่ายๆ จากความเสื่อมทรุดของระดับราคาหุ้น จากที่เคยยืนอยู่ 9.10 บาท เมื่อวันซื้อขายสุดท้ายของปี 2561 มาอยู่ที่ 9.00 บาท เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 และมูลค่าตลาดของ อสมท. ที่เคยมีอยู่ 6,252.60 ล้านบาท ก็วูบมาเหลือแค่ 6,183.89 ล้านบาท หรือหดหายไปแล้วกว่า 68 ล้านบาทในช่วงเวลาเพียง 59 วันเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นสถานะความมั่นคงแข็งแรงทางการเงินก็ออกอาการเสี่ยงต่อความง่อนแง่นมากขึ้นไปทุกที โดยพินิจพิจารณาจากรายได้หด – ทรัพย์สินที่ลดลง – หนี้สินที่เพิ่มขึ้น แถมส่วนของผู้ถือหุ้นก็ย่อบแย่บหนักขึ้น

ปัจจัยบ่งชี้แบบนี้น่าพิจารณาเปลี่ยนคณะกรรมการ – คณะผู้บริหาร มากกว่าเปลี่ยนพิธีกรเยอะเลย!!!