การศึกษาของบ้านเมืองเราเติบโตมาอย่างไร้ทิศทาง นับจากที่ปรับ – จัดการศึกษาสมัยใหม่ตามแนวทางของมิชชันนารีเมื่อศตวรรษก่อน โดยดึงการศึกษาออกจาก ‘บ้าน’ และ ‘วัด’ มาสู่ ‘โรงเรียน’ ต่อมาก็ตั้ง ‘กระทรวงธรรมการ’ ขึ้นมาดูแล จนได้เปลี่ยนเป็น ‘กระทรวงศึกษาธิการ’ ในที่สุด


เมื่อระบบการเมืองการปกครองจัดปรับประเทศเข้าสู่การศึกษาสมัยใหม่ซึ่งลอกเลียนมาจากระบบอังกฤษ ได้แปร่งปร่าผิดเพี้ยนขึ้นจากการบริหารจัดการและการแพร่ของเชื้อหิวอำนาจและไวรัสคอร์รัปชัน จนการศึกษาหมุนเคว้ง…กลายเป็นช่องทางทำมาหากินผ่านระบบไปโดยปริยาย สิ่งที่ปรากฏขึ้นตามมานอกจากความสูญเปล่ามากมหาศาลแล้ว ยังสั่งสมหมักหมมเชื้อความโกลาหลของระบบอุปถัมภ์ การแก่งแย่งประโยชน์ ชิงอำนาจ แย่งตำแหน่ง และการวิ่งวนล่าอำนาจและงบประมาณไม่สิ้นสุด

จะว่าไปแล้วทั้ง ‘อำนาจ’ และ ‘งบประมาณ’
ที่แก่งแย่งกันชุลมุนอยู่นั้น เป็นเรื่องที่
อยู่นอก 
‘เขตแดนประสิทธิภาพ’
ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

และการพัฒนาสติปัญญาของสังคมทั้งสิ้น!

เมื่อโลกเคลื่อนเปลี่ยนสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้า ทำให้เศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรและแรงงานสิ้นมนต์ขลัง เปลี่ยนไปสู่ ‘เศรษฐกิจฐานความรู้ – นวัตกรรม – เทคโนโลยี’ สถาบันการศึกษาและการศึกษาโลกทั้งระบบจึงเผชิญกับการถูกทำลายล้าง (Disruption) อย่างรุนแรงในปัจจุบัน เฉกเช่นเดียวกับหลายธุรกิจ หลากอุตสาหกรรมที่ไม่รู้จักปรับตัว จนต้องทยอยล้มหายตายจากไป!

การศึกษาของบ้านเมืองวันนี้ก็กำลังเจอสภาพเดียวกัน แต่หนักกว่าก็ตรงที่ การปรับตัวของระบบการศึกษาแบบราชการในบ้านเมืองนั้นต้องปรับทั้งระบบ! มันเป็นระบบที่ใหญ่โต ซับซ้อน เทอะทะ ล้าหลัง มากอำนาจ และกระหายผลประโยชน์ ที่สำคัญคือขาดสติปัญญา (Wisdom) ยิ่ง! นี่คือคลื่นมวลใหญ่มหึมาที่เป็นอุปสรรคต่อการปรับเปลี่ยน การจัดการรื้อสร้างการศึกษาสู่ทิศทางใหม่ จึงต้อง ‘เลือกพื้นที่ – เลือกระบบ – เลือกเครือข่าย’ ที่เหมาะกับการรื้อสร้างการศึกษาใหม่ขึ้นมาให้ได้! 

การจัดการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ผ่านการระดมความคิดและพัฒนาขึ้นเป็นพื้นที่ปฏิบัติการเริ่มแรก โดยดึงเอาบทเรียนจากหลากหลายแนวคิดและแนวปฏิบัติ ที่มีทิศทางการจัดการศึกษาซึ่ง ตอบสนองความต้องการ (Demand Side) มาแทนการจัดการศึกษาที่เคยชินในสถานศึกษาแบบ ผลิตคนออกสู่ตลาดงาน (Supply Side) โดยไม่ดูความต้องการของตลาด ส่งผลให้มีผู้ว่างงานจำนวนมาก!

การจัดการศึกษาในลักษณะดังกล่าวใช้เครือข่ายที่คัดสรรมาจากระดับมหาวิทยาลัย อาชีวะ มัธยม และประถม ซึ่งเป็นต้นน้ำของปฏิบัติการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษฯ โดยเริ่มที่ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งกำหนดตามนโยบายรัฐฯ จากนั้นศึกษาความต้องการในเชิงปริมาณและคุณลักษณะของบุคลากรที่ผู้ประกอบการต้องการในการทำงานยุคใหม่ทั้งระบบ จากนั้นก็นำเข้าสู่การรื้อสร้างเพื่อจัดทำการศึกษาที่ตรงตามความต้องการ (Demand)


Demand Driven EEC HDC


กฎของ Demand มีอยู่ว่า จะต้องขับเคลื่อน ปรับสร้างการศึกษาและการพัฒนาคนให้เป็นไปตามความต้องการของงานหรือการพัฒนา

ในด้าน Demand นี้ มีการศึกษาและสำรวจร่วมกับกลุ่มเศรษฐกิจสังคมที่สร้างความร่วมมือกันไว้ และสรุปการปรับสร้างการพัฒนาบุคลากรตามกฎได้ดังนี้

1) กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมและทิศทางการจัดการศึกษาที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยความร่วมมือของสถานศึกษาและสถานประกอบการ

2) สร้างความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ รวมถึงหน่วยงานที่อยู่แวดล้อมของการจัดการศึกษาและบุคลากรทั้งระบบ

3) สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องร่วมคัดเลือกบุคลากร – นักเรียน – นักศึกษา เข้าสู่ระบบการศึกษา และร่วมกันวางระบบงานด้วย

4) จัดทำหลักสูตรการเรียนรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเชื่อมโยงพื้นฐานความจริงทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่มีต่องานหรือสถานประกอบการนั้นๆ ให้แก่ผู้เรียน ไปจนถึงการจัดการเวลาตลอดหลักสูตร

5) จัดระบบสนับสนุนสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยสร้างกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และสนับสนุนให้บุคลากร – นักศึกษา เลือกเข้าระบบการศึกษาแบบ demand ตั้งแต่ต้นจนจบ

6) ต้องมีการประเมินผลในทุกมิติ ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ รวมทั้งต้องกำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาทั้งภาคทฤษฎี – ปฏิบัติ – การสื่อสารที่จำเป็น เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาเข้าสู่โลกของการทำงานได้ทันที โดยมีประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หรือใบรับรองมาตรฐานการประกอบอาชีพหรือมาตรฐานวิชาชีพ รองรับตามฐานของระดับการศึกษาและการฝึกอบรมทั้งในสถานศึกษาและสถานประกอบการ

สรุปแล้ว…การจัดการตามแผนดังกล่าว ปรับสร้างจากความเคยชินเก่าๆ ที่เน้นด้านการผลิตมาสู่การตอบสนองความต้องการ โดยเปลี่ยนจาก Supply Side มาสู่ Demand Side และสร้าง Demand Driven ขับเคลื่อนให้การผลิตบุคลากร – การศึกษา เป็นไปตามความต้องการของสถานประกอบการที่อยู่ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายการพัฒนาประเทศ

แม้ต้องเผชิญอุปสรรคนานัปการ แต่ความร่วมมือเหล่านี้จะต้องดำเนินต่อไปเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือ ประสบการณ์ และฐานความรู้ที่มีศักยภาพให้แก่ผู้เรียน ให้แก่ประชาชนคนไทย เป็นการส่งต่อแรงสั่นสะเทือนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจที่เคลื่อนไปอย่างไม่หยุดยั้งในโลกทุกวันนี้!


Demand driven EEC HDCเรื่อง : Apichatology


บทความอื่นๆ โดยผู้เขียนคนเดียวกัน

Analog vs Digital ยุคของความพลิกผันที่กระทบ ‘การงาน – การศึกษา’ นำมาสู่แผนพัฒนาโดย EEC HDC

การสร้าง ‘ทุนมนุษย์’ ในคลื่นความเปลี่ยนแปลงใหม่ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ ‘ความต้องการ’

Cognitive Abilities & Demand Driven สองปัจจัยหลักผลักดันการศึกษาและทักษะใหม่ พลิกโฉมการผลิตและบริโภค