ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นเรื่องวัย หรือ Generation (Gen) มีส่วนก่อให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ไม่เข้าใจกันได้มากทีเดียว ยิ่งในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือ ‘องค์กร 4.0’ ทุกวันนี้ ต่างก็มีคนหลายวัยที่ต้องมาทำงานร่วมกัน และด้วยช่วงอายุที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม ความคิด การตัดสินใจ ความเชื่อ และวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะว่าไปแล้ว ความต่างนี้ไม่ได้เป็นตัวปัญหาเสมอไป เพราะถ้ามองในแง่บวกก็จะพบว่าบ่อยครั้ง ความหลากหลายของ Gen ที่ต่างกันนี้เอง ที่ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในทางสร้างสรรค์ได้แบบไม่รู้ตัว

ดังที่ได้เกริ่นมาว่า องค์กร 4.0 ในปัจจุบัน ยิ่งถ้าเป็นองค์กรที่อยู่มานานหลายสิบปี ก็มักจะเป็นแหล่งรวมคนทำงานที่มีครบทั้ง 4 Gen หลัก ได้แก่ Gen-B หรือ Baby Boomer (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2487-2505) Gen-X (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2506–2520) Gen-Y (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2521-2538) และกลุ่มที่ 4 คือ Gen-Z (เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา)* ดังนั้น ในการทำงานร่วมกัน จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงภาวะความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

(*อ้างอิงปีเกิดในแต่ละ Gen จากรายงานเรื่อง คุณภาพชีวิตต่างวัยของผู้มีงานทำ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 


เปิดใจศึกษาทุกความต่าง ปราการด่านแรกของการปรับตัวใน ‘องค์กร 4.0’

หนึ่งในการเริ่มต้นที่ดีที่สุดซึ่งจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา คือ การเปิดใจศึกษาความต่างและลักษณะนิสัยสำคัญของคนแต่ละเจน รวมถึงจุดแข็ง จุดอ่อน ที่จะช่วยให้คนทำงานทุกคนเข้าใจเพื่อนร่วมงานทุก Gen ได้ง่ายขึ้น

 Gen-B  ใครที่ได้ทำงานกับคนวัยนี้ มักจะอดรู้สึกไม่ได้ว่า คนในนิยาม Gen B หรือ Baby boomer เป็นพวกอนุรักษนิยม เป็นกลุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เพราะพวกเขาจะมีความจริงจัง เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี มีความอดทนสูง ประหยัด อดออม

 Gen-X  คนวัยนี้จะเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานและในการใช้ชีวิต เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม วอล์กแมน ลักษณะนิสัยที่เด่นชัดคือ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่เป็นทางการ มีแนวคิดสร้างความสมดุลในเรื่องงานกับครอบครัว และจากการสำรวจล่าสุดพบว่า คน Gen-X สมัยนี้ ไม่เชื่อเรื่องศาสนา ไม่ได้ยึดขนบธรรมเนียมประเพณีมากนัก เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปได้ดี

 Gen-Y  คนวัยนี้ คือ คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มชีวิตในวัยทำงาน พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี คน Gen-Y คาดหวังที่จะได้รับเงินเดือนสูง ต้องการคำชมและการยอมรับ จะไม่ทนกับงานที่ไม่ชอบ และมักจะวางแผนสร้างสมดุลชีวิตของตนเอง ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานเพียงอย่างเดียว นอกเวลางานคนรุ่นนี้มักจะไปทำกิจกรรมที่ชอบ ทำแล้วมีความสุข ทำให้ชีวิตมีความหมาย อย่างการเล่นกีฬา พบปะเพื่อนฝูง ร่วมกิจกรรมจิตอาสาหรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม

 Gen-Z  มีทัศนคติต่อเรื่องการใช้เงินแบบอนุรักษนิยมที่สุด การมีเสถียรภาพทางการเงิน คือ เสาหลักของชีวิต เงินเดือนและสวัสดิการจึงเป็นแรงบันดาลใจหลักของ Gen-Z และคน Gen นี้จะเน้นสร้างความมั่นคงตั้งแต่อายุยังน้อย ชื่นชอบการคิดนอกกรอบ เกิดมาพร้อมจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการและนวัตกร ชอบแก้ปัญหาซับซ้อนด้วยวิธีที่สร้างสรรค์


ปรับตัว เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน พัฒนา ‘องค์กร 4.0′ ให้ก้าวหน้ากว่าเดิม

เมื่อรู้ถึงลักษณะนิสัยที่สำคัญของคนแต่ละ Gen แล้ว เคล็ดลับต่อมาในการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นใน องค์กร 4.0 นั้น คือ “การปรับตัว” เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน ความสามารถ ความเชี่ยวชาญของแต่ละ Gen ซึ่งจะช่วยเติมเต็มทักษะการทำงานซึ่งกันและกัน และทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้ในที่สุด

  •  Gen-B คนทำงานผู้มากด้วยประสบการณ์ สู้งานหนัก

เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่า คนวัยนี้ผ่านประสบการณ์การทำงานมามากมาย เพราะหลายคนอาจทำงานในองค์กรมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตทำงานและไม่เปลี่ยนงานเลย จึงมีอายุงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ดังนั้น ส่วนใหญ่คนทำงานวัยนี้มักจะมีความจงรักภักดีต่อองค์กร อดทน ให้ความสำคัญกับงาน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยมุ่งมั่นทำงานจนกว่าจะสำเร็จ เพราะฉะนั้น Gen นี้จึงมีข้อดี คือ มีความอดทนสูง สู้งานมากที่สุด จะยึดหลักการใช้ความสามารถของตนเอง และทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

Gen-B คุ้นเคยกับการมาคุยงานกันแบบเห็นหน้าเห็นตากัน มากกว่าที่จะคุยผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้เติบโตมาในยุคออนไลน์ และเป็นคนทำงานที่ชอบสั่งการ จึงมักจะไม่ค่อยลงรอยกับคนทำงานกลุ่ม Gen-Y แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องทำงานหรือสั่งงานกับคนกลุ่มนี้ แนะนำให้เตรียมเหตุผลของการทำงานที่ได้รับมอบหมายมาอธิบายเสมอ

  •  Gen-X แสวงหาความสมดุลระหว่างงานและชีวิต

การทำงานกับคน Gen นี้ต้องทำความเข้าใจลักษณะนิสัยของเขาอย่างที่เกริ่นมาว่า เป็นวัยที่มีทัศนคติในการทำงานชัดเจนว่า งานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ควรมีการจัดสมดุลด้านเวลางานและเวลาส่วนตัว ให้ความสำคัญกับครอบครัวไม่น้อยไปกว่างาน ถ้างานไหนทำแล้วไม่ก้าวหน้าก็พร้อมจะเปลี่ยนงาน ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีความทะเยอทะยาน ทุ่มความคิดให้กับงานเต็มที่

สำหรับวิธีการทำงานกับคน Gen นี้ พวกเขาจะชอบความชัดเจน กระชับ ไม่อ้อมค้อม ยอมรับการสั่งงานผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น อีเมล หรือไลน์ ได้ แต่ในกรณีของงานที่เป็นทางการ ควรสั่งต่อหน้าเพื่อความชัดเจน และต้องจำไว้ว่าคน Gen นี้ จะไม่ชอบให้ใครบงการ ดังนั้น ควรสั่งงานแบบให้โจทย์ปลายเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และได้ลองแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

  •  Gen-Y คนรุ่นใหม่รักความท้าทาย ใฝ่หาความสร้างสรรค์

คนวัยนี้ กล่าวได้ว่าเป็นกำลังสำคัญขององค์กร 4.0 ก็ว่าได้ พวกเขาชื่นชอบการทำงานเชิงรุก ใช้ทักษะความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการจัดการที่ดี ไม่ชอบการทำงานหนักแบบไม่มีเหตุผล แต่งานนั้นต้องทำให้ได้ใช้ความคิดบวกกับความสามารถ ทั้งในการสืบค้นและนำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์และทันสมัย

ด้วยความชื่นชอบความท้าทายใหม่ๆ ดังนั้น การได้แสดงความสามารถกับบทบาทใหม่ หรือการทำงานที่ต้องใช้ทักษะหลากหลายในเวลาเดียวกัน ถือเป็นของหวานสำหรับชาว Gen-Y และพวกเขาจะรับไม่ได้กับกฎระเบียบที่เข้มงวดจนเกินไป หากต้องทำงานกับ Gen นี้จึงควรสร้างบรรยากาศการทำงานให้มีความผ่อนคลาย เป็นกันเอง และเมื่อสั่งงานไปอย่าลืมบอกข้อดีของงานนั้นให้ทราบ เพราะถ้าสมเหตุสมผล คนวัยนี้จะยินดีทำงานให้แบบถวายหัวเลย

  •  Gen-Z วัดคุณค่าของคนที่ผลของงาน

ในฐานะน้องใหม่อายุน้อยที่สุดแห่งโลกการทำงาน คนวัยนี้จะเริ่มงานด้วยความสดใส มองโลกในแง่ดี ขณะเดียวกันก็จะมีความมั่นใจสูง ฉะนั้นการทำงานกับคน Gen นี้ต้องเข้าใจก่อนว่า พวกเขามีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง มีข้อดีที่เด่นชัด คือ เรียนรู้ได้เร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ มีอิทธิพลต่อพวกเขาอย่างมาก ผู้ที่เป็นหัวหน้างานจึงควร ‘สั่งให้น้อย ฟังให้เยอะ’ รับฟังพวกเขาอย่างจริงใจ แสดงให้เห็นว่าคุณวัดคุณค่าของพวกเขาที่ผลงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว แค่นี้ก็ได้ใจน้องใหม่ไปเต็มๆ แล้ว


อ้างอิง :  

  • บทความเรื่อง “ต่าง Gen ไม่เป็นปัญหา” วารสารสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ISSUE NO. 21 2016 (https://www.opsmoac.go.th/magazine-files-391991791812)
  • หนังสือออนไลน์ เรื่อง “เจาะเทรนด์โลก 2019 โดย TCDC”
  • บทความเรื่อง “การปรับตัวในการทำงานแบบสังคมหลาย Gen” เผยแพร่ใน เว็บไซต์ https://th.jobsdb.com

แนะเคล็ดลับดีๆ ในการปรับตัวทำงานในองค์กรกันต่อ

“การพัฒนาคน” ในโลกยุคใหม่ ต้องเริ่มจากนำพาความคิดผู้คนออกจาก “สังคมงมงาย” ไปสู่ “สังคมความรู้”

เปิดเทรนด์การเรียนรู้ใหม่ โดนใจคนวัยดิจิทัล

ส่อง ‘ทักษะการทำงานในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล’ ที่มนุษย์เงินเดือนในอนาคตต้องมี