Series ชุด Executive Function คู่แข่ง Brain-Based Learning เดินทางมาถึงตอนจบแล้วครับ

ในตอนแรก ผมได้ปูพื้นฐานเกี่ยวกับ “ทฤษฎีเกี่ยวกับการคิด” โดยเฉพาะ “กระบวนการคิดขั้นสูง”

และในครั้งที่แล้ว ผมได้นำเสนอ องค์ประกอบทั้ง 9 ประการของ Executive Functions กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มาในคราวนี้ ผมขออนุญาต เทียบฟอร์มระหว่าง Executive Function กับ Brain-Based Learning ว่าใครจะชนะเลิศ

ก่อนอื่น เรามาดูความหมายของ Brain-Based Learning กันก่อนครับ

Brain-Based Learning หมายถึง การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน เป็นแนวคิดของนักประสาทวิทยาและนักการศึกษาที่สนใจการทำงานของสมอง ร่วมกันนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้สมรรถนะของสมองเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบการจัดการเรียนรู้

โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของมนุษย์แต่ละช่วงวัย

เพราะสมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดซึ่งมนุษย์จะใช้ในการเรียนรู้นั่นเองครับ

โดยทางทฤษฎีแล้ว นักวิชาการด้านประสาทวิทยาและนักการศึกษาได้ให้นิยามเกี่ยวกับ Brain-Based Learning เอาไว้ดังนี้ครับ


Renate Nummela Caine (1989) ได้อธิบายเกี่ยวกับว่า Brain-Based Learning เอาไว้ว่า การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน หมายถึง ทฤษฎีการเรียนรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของโครงสร้างและหน้าที่การทำงานของสมอง

หากสมองสามารถปฏิบัติตามกระบวนการทำงานปกติ การเรียนรู้ก็ยังจะเกิดขึ้นต่อไป ทฤษฎีนี้เป็นสหวิทยาการเพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดซึ่งมาจากงานวิจัยทางประสาทวิทยา


ขณะที่ Eric Jensen (2000) ได้กล่าวถึง Brain-Based Learning เอาไว้ว่า การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน หมายถึง การรับรู้ที่เชื่อมต่อไปยังสมองไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ถือเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน โดยเป็นการสหวิทยาการเช่นเดียวกัน อาทิ เคมีวิทยา ชีววิทยา ประสาทวิทยา จิตวิทยาสังคมวิทยา ซึ่งสามารถนำมาอธิบายกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยเฉพาะความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้กับสมอง

เพราะการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานนั้น มิได้มุ่งเน้นการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมอง หรือทำอย่างไรให้สมองเจริญเติบโต แต่หัวใจสำคัญของการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน อยู่ที่การออกแบบการเรียนการสอน ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุด


ส่วน Geoffrey Caine (2009) ได้ให้ความหมายของ Brain-Based Learning เอาไว้ว่า การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน เป็นการที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นจริงและวาดฝัน และการค้นหาวิธีการต่างๆ ในการรับประสบการณ์เข้ามา

ซึ่งหมายรวมถึงการสะท้อนความคิด การคิดวิจารณญาณและการแสดงออกในเชิงศิลปะซึ่งเป็นการสรุปความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้นั่นเอง


กล่าวโดยสรุปก็คือ Brain-Based Learning หรือ การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน หมายถึง แนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามหลักการของสมองกับการเรียนรู้ การเรียนรู้ต้องใช้สมองทุกส่วน ทั้งการคิด การรู้สึก และการลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆ กัน

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ได้ให้ความหมายของ Brain-Based Learning หรือ การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน เอาไว้ว่า Brain-Based Learning คือการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและการทำงานของสมอง ของคนในทุกช่วงวัย

ได้แก่ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ตลอดจนถึงวัยสูงอายุ ให้รู้ศักยภาพของตนเอง มีความสามารถในการเรียนรู้ การทำงาน สามารถแก้ปัญหาในด้านวิชาชีพ รวมถึงปัญหาในชีวิตจริงได้ พร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยมีหลักการทำงานของสมอง 6 ประการกล่าวคือ

1. สมองต้องการทั้งอาหารกายและอาหารใจ

2. สมองเรียนรู้จากการสัมผัสตรง ทางตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส และใจ

3. สมองเรียนรู้และจดจำได้ดีเมื่อสมองส่วนอารมณ์ Limbic system เปิด

4. สมองมีวงจรหลักสำหรับการเรียนรู้ 2 วงจร คือ แบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ

5. สมองเรียนรู้จากของจริงไปหาสัญลักษณ์ จากง่ายไปยาก

6. สมองเรียนรู้และจดจำผ่านการลงมือปฏิบัติจริง แล้วฝึกฝนจนเกิดทักษะ ความชำนาญ และค้นพบตนเอง

หากย้อนกลับไปพิจารณาความแตกต่างระหว่าง Executive Function กับ Brain-Based Learning จาก Series ชุด Executive Function คู่แข่ง Brain-Based Learning ก็สามารถสรุปได้ว่า

แม้ทั้ง Executive Function และ Brain-Based Learning จะพูดเรื่องฟังก์ชั่นการทำงานของสมองเหมือนๆ กัน

ทว่า Brain-Based Learning นั้นจะให้ความสำคัญกับการแบ่งสมองออกเป็น 2 ซีก คือ ซีกซ้ายและซีกขวา ให้ทำงานสัมพันธ์กัน

ในขณะที่ Executive Function นั้นจะให้ความสำคัญกับสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนของการคิด การวิเคราะห์ และการควบคุมพฤติกรรมต่างๆ รวมถึงการตัดสินใจนั่นเองครับ