ท่ามกลางกระแสข่าวการบ้านการเมืองที่ดูวุ่นวาย มีข่าวดีข่าวหนึ่งที่เชื่อว่าเมื่อคนไทยหลายคนได้รับรู้ จะสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยได้ไม่มากก็น้อย นั่นคือ รายงานข่าวเรื่อง ‘สุนันทา กังวาลกุลกิจ’ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ณ นครเจนีวา รับตำแหน่งประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ต่อจากผู้แทนญี่ปุ่น ซึ่งปรากฏการณ์นี้นับว่าได้สร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้ประเทศไทย โดย สุนันทา เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้ปฏิบัติหน้าที่นี้ตั้งแต่มีการก่อตั้ง WTO เมื่อปี 2538

และนี่นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในเวทีระดับโลก ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อถือและความไว้วางใจของนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย เพราะคณะมนตรีใหญ่มีความสำคัญในฐานะองค์กรสูงสุดของ WTO ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมการดำเนินงานขององค์กร


เปิดโปรไฟล์ ‘สุนันทา กังวาลกุลกิจ’ หญิงไทยหนึ่งเดียวในเวที WTO

www.thaiwto.com

ชื่อของ สุนันทา กังวาลกุลกิจ ปรากฏในสื่อต่างๆ บ่อยครั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศ บุคลากรในระดับผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์

ย้อนไปในปี 2558 ระหว่างที่เธอปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารหญิงท่านนี้ก็มักจะได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อย่าง การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน บวก 6 ประเทศคู่ค้า หรือ RCEP เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 ในครั้งนั้น สุนันทาออกมารายงานผลของการประชุมเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน บวก 6 ที่กรุงเทพฯ พร้อมให้มุมมองที่น่าสนใจว่า

“RCEP น่าจะมีบทบาทสำคัญมากสำหรับไทยและประเทศอาเซียนหลังปี 2015 เนื่องจากจะครอบคลุมการค้า การลงทุน และธุรกิจบริการ ในตลาดที่มีประชากรรวมกว่า 3.4 พันล้านคน หรือประมาณครึ่งของประชากรโลก โดยไทยจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการส่งออก การลงทุนโดยตรง ท่องเที่ยว และอื่นๆ”

จากวันนั้น มาถึงการเจรจา RCEP รอบล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว การเจรจานี้ก็ได้รับการคาดหวังว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ ทั้งในด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ ความเชื่อมโยง การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ความร่วมมือในกรอบอาเซียน และสอดคล้องกันพอดีกับบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน ปี 2562 นี้

หลังจากนั้น สุนันทาก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมการเจรจา จัดทำข้อตกลงทางการค้าอยู่เรื่อยๆ ยกตัวอย่างหนึ่งภารกิจซึ่งได้รับผลตอบรับที่น่าพึงพอใจ คือ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 สุนันทาได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเจรจาทางการค้าสำหรับการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-ปากีสถาน (PATHFTA) เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมในการกำหนดรูปแบบการเปิดตลาดสินค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีและแลกเปลี่ยนรายการสินค้าที่จะเปิดตลาดระหว่างกัน ที่ก่อให้เกิดผลเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุนของทั้งสองประเทศอย่างมีนัยสำคัญ (ข่าวจาก FB : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ)

จนกระทั่งปี 2560 สุนันทา กังวาลกุลกิจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก หรือ WTO ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

www.thaiwto.com

และเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2561 ที่ผ่านมา สุนันทาก็ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิก WTO 164 ประเทศ ในที่ประชุมคณะมนตรีใหญ่ WTO เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ให้ดำรงตำแหน่งประธานองค์กรระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement Body: DSB) ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในฐานะคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่ดังกล่าวตั้งแต่มีการก่อตั้ง WTO เมื่อปี 2538

นับแต่นั้นมา ผู้บริหารหญิงท่านนี้ก็ดำเนินบทบาทโดยใช้ทักษะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านการเจรจาระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศมาตลอด ยกตัวอย่าง การเข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในหัวข้อ Challenges and Opportunities facing the WTO ร่วมกับ ออท. สหรัฐฯ ในการประชุมรัฐสภาว่าด้วยองค์การการค้าโลกประจำปี 2561 เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับองค์กรระงับข้อพิพาท และการแก้ไขวิกฤตองค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) ของ WTO (รายงาน ข่าวจากเวทีเจรจาการค้าโลก ฉบับที่ 21/2561 ธันวาคม พ.ศ. 2561)

จวบจนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้บริหารหญิงท่านนี้ก็สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยอีกครั้ง ว่าเราคนไทย…มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก ด้วยการรับตำแหน่งสำคัญ “ประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO” ดังรายงานข่าวที่เกริ่นในตอนต้น


www.thaiwto.com

ความท้าทายหลังรับตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO

จากรายงานข่าว เรื่อง “ทูตไทยขึ้นรับตำแหน่งประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO ปี 2562” (ข่าวจากเวทีเจรจาการค้าโลก ฉบับที่ 2/2562 มีนาคม พ.ศ. 2562) ระบุถึงความท้าทายจากสถานการณ์การค้าโลกในขณะนี้ จะว่าไปแล้ว นี่คือสิ่งที่รอให้ประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO คนใหม่ ไปจัดการนั่นเอง

“การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ ถือว่ามีความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงสภาวะเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน การเสริมสร้างความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือของ WTO จึงถือเป็นภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคี”

“นอกจากนี้ ยังมีประเด็นในการเตรียมประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลก ครั้งที่ 12 (MC12) ที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งจะกำหนดทิศทางการค้าและการดำเนินการของ WTO ในอนาคต โดยเฉพาะการปฏิรูปองค์การการค้าโลก หรือ WTO Reform เพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพลวัตทางการค้าได้ดียิ่งขึ้น”

“ด้วยเหตุนี้ ภารกิจของประธานคณะมนตรีใหญ่ ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของ WTO จึงมีทั้งการเสริมสร้างและผลักดันให้สมาชิกได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายสามารถเห็นชอบร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินงานของ WTO เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สมาชิกและประชาคมโลกมั่นใจว่า WTO ยังเป็นที่พึ่งที่ดี มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล และสร้างความเป็นธรรมทางการค้าระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นจริงได้”


สุนันทา กังวาลกุลกิจตัวแทนหญิงไทย เทียบชั้นสุดยอดซีอีโอโลก

เชื่อว่าเรื่องราวของ สุนันทา กังวาลกุลกิจ ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยเท่านั้น แต่การรับตำแหน่งประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO ทำให้เธอกลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ โดยผลสำรวจล่าสุดของเว็บไซต์บลูมเบิร์ก สำนักข่าวระดับโลก ยืนยันอีกเสียงว่า สุนันทา เป็นหญิงไทยที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจและมีความสามารถเทียบชั้นสุดยอดซีอีโอระดับโลกเลยทีเดียว

โดยบลูมเบิร์กตั้งคำถามว่า “เพราะเหตุใด ผู้หญิงไทยจึงประสบความสำเร็จอย่างมากในแวดวงธุรกิจมากกว่าในแวดวงการเมือง” จากนั้นจึงรายงานต่อว่า

“ผู้หญิงไทย เป็นผู้นำในโลกธุรกิจระดับสูงถึง 37 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยพบว่า ผู้หญิงไทยดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ถึง 34 เปอร์เซ็นต์”

ไม่เพียงเท่านั้น ด้านการศึกษา หญิงไทยในปัจจุบันก็ยังมีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมากกว่าผู้ชายในสัดส่วน 1.41 ต่อ 1 คน

แต่อย่างไรก็ตาม ในรายงานของบลูมเบิร์กฉบับเดียวกันนี้ก็ไม่ลืมตอบคำถามว่า ทำไมหญิงไทยจึงประสบความสำเร็จอย่างมากในแวดวงธุรกิจมากกว่าในแวดวงการเมือง โดยอ้างอิงผลสำรวจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ไทยรั้งอันดับเกือบต่ำสุด คือ อันดับที่ 181 จาก 193 ประเทศทั่วโลก ที่ถูกสุ่มสำรวจในหัวข้อ “ผู้หญิงในสภา ปี 2560” เนื่องจากมีผู้หญิงเพียง 13 คนเท่านั้นในรัฐสภาทหาร 240 ที่นั่ง ซึ่งในจำนวนนี้ไม่มีผู้หญิงได้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลเลยสักคนเดียว

ที่ผลการสำรวจออกมาเช่นนี้ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงไทยซึ่งมีบทบาทในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขนส่งคมนาคม และค้าปลีก ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ตรงกันว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงไทยประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจสืบเนื่องมาจาก วัฒนธรรมการทำงานของผู้หญิงในธุรกิจครอบครัว ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และสภาพสังคมไทยที่เปิดกว้างให้ผู้หญิงทำงานนอกบ้านได้ กอปรกับผู้หญิงเข้าถึงการศึกษาได้มากกว่าผู้ชาย จึงบ่มเพาะให้หญิงไทยมีความแกร่งและมีความเป็นผู้นำในโลกธุรกิจ รวมถึงโลกการทำงานในอัตราที่สูง

แต่ถ้าโฟกัสไปที่บทบาทของผู้หญิงในแวดวงการเมือง กลับพบว่า การที่พวกเธอจะเข้ามีบทบาทในทางการเมืองเยี่ยงผู้ชายได้นั้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองที่มีมติและวิสัยทัศน์เอื้อให้ผู้หญิงก้าวขึ้นมามีบทบาทในแวดวงที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ซึ่งบรรยากาศแบบที่กล่าวมานี้ยังคงมีน้อยมากในสังคมไทย นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมนักการเมืองหญิงที่อยู่ในสภานิติบัญญัติจึงมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น


อ้างอิง :

  • รายงานข่าว เรื่อง “ทูตไทยขึ้นรับตำแหน่งประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO ปี 2562” (ข่าวจากเวทีเจรจาการค้าโลก ฉบับที่ 2/2562 มีนาคม พ.ศ. 2562)
  • ข่าว จาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง “สื่อนอกชูนักธุรกิจ “หญิงไทย” เทียบชั้น สุดยอดซีอีโอโลก”

อ่านเรื่องราวคนไทยตัวอย่าง ซึ่งเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก กันต่อ

บทสัมภาษณ์ ‘หมอไต่ – ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล’ เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องไปต่อ เพราะอยากให้คนไทยได้ใช้ ‘ยาแอนติบอดี้’ รักษามะเร็ง

ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส ความสุขของนักวิจัย คือ วิจัยแล้วนำไปใช้ประโยชน์ ตอบแทนประเทศชาติได้จริง

คนไทยผู้คิดค้น ‘Siri’ แอปพลิเคชัน A.I. Assistants ใน iPhone