วิญญาณเกิดจากจิตของบุคคล ส่วนเนื้อหนัง กระดูก อวัยวะรับกลิ่น และกลิ่นต่างๆ เกิดจากธาตุดิน เลือด อวัยวะรับรู้รส รสชาติต่างๆ และของเหลวในร่างกายเกิดจากธาตุน้ำ ความอบอุ่น สีที่ชัดเจน อวัยวะรับภาพ และรูปที่เห็นเกิดจากธาตุไฟ ลมหายใจ อวัยวะรับสัมผัส และผัสสะทางกายเกิดจากธาตุลม โพรงและช่องว่างในร่างกาย อวัยวะรับเสียง และเสียงเกิดจากธาตุอากาศ (ประตูสู่สภาวะใหม่, 2541, พระไพศาล วิสาโล, ผู้แปล, The Tibetan Book of Living and Dying, 1992, Sogyal Rinpoche, ผู้เขียน)


ข้อถกเถียงที่มีมานานในเรื่องของ “จิต/วิญญาณ” มนุษย์ ในทางวิทยาศาสตร์ยึดถือ “ร่างกาย” เป็นหลักในการวิเคราะห์สภาวะและการมีอยู่ของ “จิต/วิญญาณ” ขณะที่ในทางศาสนา “จิต/วิญญาณ” อยู่เหนือ “ร่างกาย” และไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Rob Knight, Professor of Biology, Ph.D., University of California, San Diego. ได้เปิดเผยผลการวิจัยเกี่ยวกับชีวนิเวศจุลชีพ หรือ Microbiome หมายถึง จุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีมากถึง 57% ในขณะที่ Cell ที่ระบุความเป็นมนุษย์ของเรามีเพียง 43%

ยิ่งไปกว่านั้น หากเปรียบเทียบในระดับ Gene ร่างกายของเรายิ่งมีความเป็นมนุษย์ลดน้อยถอยลงไปอีก เพราะคนเรามี Gene ประมาณ 20,000 Gene ขณะที่จุลินทรีย์ในร่างกายมนุษย์มี Gene มากถึง 20 ล้าน Gene เลยทีเดียว

ข้อมูลจาก Professor Dr. Rob Knight ดังกล่าว เป็นทั้งส่วนเติมเต็ม และเป็นทั้งคำโต้แย้งในข้อถกเถียงเกี่ยวกับ “จิต/วิญญาณ” มนุษย์

ซึ่งนำไปสู่คำถาม Classic ที่สำคัญยิ่งว่า แท้จริงแล้ว “มนุษย์” คืออะไร?

ทันทีที่เรามีร่างกาย เราก็มีสิ่งที่เรียกว่าขันธ์ ซึ่งมี 5 ประการ อันประกอบด้วยกายและใจ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขันธ์เป็นฐานที่ตั้งของประสบการณ์ของเรา และเป็นปัจจัยหนุนเนื่องให้เกิดการติดยึดตัวตน ทั้งยังเป็นพื้นฐานของความทุกข์ในสังสารวัฏ ขันธ์ทั้งห้าเป็นโครงสร้างยืนพื้นของจิตใจมนุษย์ (ประตูสู่สภาวะใหม่, 2541, พระไพศาล วิสาโล, ผู้แปล, The Tibetan Book of Living and Dying, 1992, Sogyal Rinpoche, ผู้เขียน)

ในทางศาสนา “กาย” กับ “ใจ” หรือ “จิต/วิญญาณ” มนุษย์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ในทางวิทยาศาสตร์ “ร่างกาย” คือตัวบ่งชี้สภาพความเป็นมนุษย์ เมื่ออวัยวะสำคัญหยุดทำงาน หัวใจหยุดเต้น สมองตาย หรือหมดลมหายใจ “กาย” กับ “ใจ” ก็ดับสูญ

Ruth Ley, Professor of Human Microbiome, Ph.D., Director, Department of Microbiome Science at Max Planck Institute for Developmental Biology. ได้กล่าวว่า ร่างกายของเรา หาได้มีแค่เราไม่

เพราะเป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า สภาพแวดล้อมบนโลก ไม่ว่าเราจะอาบน้ำแปรงฟันสระผม ชำระล้างทำความสะอาดร่างกายให้หมดจดเพียงใด ทุกซอกทุกมุมของร่างกายมนุษย์ก็ยังหนีไม่พ้นการคุกคามของจุลินทรีย์

และจุลินทรีย์ที่เรารู้จักกันดีก็คือ แบคทีเรีย ไวรัส และรา นั่นเอง

Professor Dr. Ruth Ley บอกว่า ลำไส้มนุษย์คือแหล่งที่มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากที่สุด

Alanna Collen เจ้าของหนังสือ 10% Human กล่าวว่า ขณะตั้งท้อง แม่จะส่งผ่านจุลินทรีย์ให้กับลูก และเมื่อคลอดแล้ว จุลินทรีย์ในน้ำนมที่จะไปอยู่ในลำไส้เด็ก จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายและพัฒนาการที่รวดเร็วของทารก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

Sarkis K. Mazmanian, Professor of Microbiology, Ph.D., The Division of Biology & Biological Engineering at the California Institute of Technology. กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้คนเป็นมนุษย์ คือส่วนผสมระหว่าง DNA ของเรา บวกกับ DNA จุลินทรีย์ในลำไส้ของคน

เมื่อ Cell จุลินทรีย์มีมากกว่า Cell มนุษย์ และ Gene จุลินทรีย์ก็มีมากกว่า Gene ของคน อีกทั้ง DNA ของเราก็ปะปนกับ DNA ของจุลินทรีย์ในลำไส้

ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่กำหนดความคิดของเรา มิได้เกิดจากตัวเรา?

ความตายในทัศนะของคนทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อหมดลมหายใจ การแพทย์แผนใหม่ถือว่าบุคคลถึงแก่ความตายเมื่อหัวใจหยุดเต้น สมองตาย หรือหมดลมหายใจ แต่ทางวัชรยานหรือทิเบตถือว่าแม้หมดลม หัวใจหยุดเต้น หรือสมองตาย ก็ยังไม่ถือว่าบุคคลถึงแก่ความตายแล้ว นั่นเป็นเพียงการแตกสลายทางกายเท่านั้น (ชั่วขณะสุดท้ายแห่งชีวิต: คำอธิษฐานเพื่อการจากไปอย่างสุขสงบและชีวิตที่ดีกว่า, 2548, ธารา รินศานต์, ผู้แปล, Advice on dying and living a better life, 2002, Dalai Lama, ผู้เขียน)

ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่กำหนดความคิดของเรา มิได้เกิดจากตัวเรา?


ตอนต่อไปรอคุณอยู่

ความคิดของเรา ไม่ใช่ของเรา (ตอนที่ 2)