เส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ (Career Path) ในยุคดิจิทัลเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากองค์กรจำนวนมากกำลังปรับตัวสู่ ‘Lean Organization’ หรือ ‘องค์กรแบบลีน’ คือองค์กรที่มีความกระฉับกระเฉง มีระบบการผลิตที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการรับคนเข้าทำงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่เป็น ‘จูเนียร์’


จูเนียร์ที่มาพร้อม Multi-skills เป็นที่ต้องการมากกว่าใคร

เพราะการศึกษาตามหลักสูตรทำให้ความรู้ของผู้เรียนในยุคนี้เท่าๆ กัน แต่ในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ทำงานลักษณะใด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ในประเด็นนี้ พรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) กล่าวถึงพนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ว่า

“จากเดิมพนักงานใหม่หรือ จูเนียร์ ไม่ได้จำเป็นต้องมีทักษะรอบด้านมากนัก อาจมีเพียงวุฒิความรู้ จากนั้นก็อาศัยการศึกษาเพิ่มเติมแล้วเติบโตไปตามความรู้หรืออายุงานที่เพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้ ด้วยลักษณะองค์กรธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ‘จูเนียร์ – บัณฑิตจบใหม่’ จะถูกคาดหวังให้มีทักษะเทียบเท่ากับพนักงานที่มีประสบการณ์ พนักงานอาวุโส หรือที่นิยมเรียกว่า ‘ซีเนียร์’ ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าทำงาน”

PIM
พรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนและทักษะ/ประสบการณ์จากการทำงาน PIM จึงผลักดัน การเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-based Education) นับตั้งแต่ก่อตั้งสถาบัน และให้ความสำคัญกับ พลังของเครือข่าย (Power of Networking) เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ในองค์กรเหล่านั้นหรือมีโอกาสเข้าไปทำงานทันทีเมื่อเรียนจบ จึงสร้างความร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก

“ในบางธุรกิจ บางตำแหน่ง อาจคาดหวังที่จะรับคนทำงานซึ่งมีทักษะระดับเดียวกับผู้จัดการ โดยสิ่งที่จะช่วยให้เติบโตในสายงานได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะความรู้ของทุกคนเท่ากัน คือ ต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลา ตามแนวทาง Learn – Unlearn – Relearn” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ PIM กล่าว


ความต้องการ (Demand) บุคลากรที่มีทักษะรอบด้านใน Lean Organization

อธิบายก่อนว่า Lean แปลว่า ผอม ไม่มีไขมัน มีลักษณะสมส่วน ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับการบริหารจัดการองค์กร Lean จะหมายถึง การทำให้กระบวนการผลิตมีศักยภาพมากขึ้น โดยลดความสูญเปล่าในขั้นตอนการผลิต ซึ่งก็คือ ตัดขั้นตอนหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป

เมื่อนำมาใช้กับองค์กรเป็น ‘Lean Organization’ หรือ ‘Lean Enterprise’ จึงหมายถึง องค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีความกระฉับกระเฉง ปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่มีส่วนใดหรือกระบวนการใดเป็นส่วนเกิน โดยยึดหลัก การลดต้นทุน ลดความสูญเสีย (Waste) ร่วมกับการเพิ่มคุณค่า (Value) และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

องค์กรแบบลีนที่ปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเจอกระแสหรือความเปลี่ยนแปลงใดก็สามารถขยับปรับตัวได้ สอดคล้องกับการที่เด็กจบใหม่หรือจูเนียร์เป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด (Digital Native) จึงใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว, มีแนวคิดว่าเรียนรู้จากที่ไหนก็ได้ และหากมีทักษะหลากหลายด้านจากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ จูเนียร์คนนั้นก็จะโดดเด่นและอาจก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กรในไม่ช้า

รู้จักคำว่า Lean เพิ่มเติม
  • Lean Thinking
    การคิดแบบลีน
  • Lean Management
    การบริหารแบบลีน
  • Lean Manufacturing
    การผลิตแบบลีน
  • สรุปลักษณะสำคัญของ ‘องค์กรแบบลีน’

เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัว ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ
– ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น
– เปลี่ยนจาก ‘ความสูญเปล่า’ (Waste) ไปสู่ ‘คุณค่า’ (Value)
– บุคลากรทุกระดับในองค์กรต้องมีทักษะรอบด้าน


Lean Principles IBM
Source : www.ibm.com

  • วิธีพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องตามแนวคิดลีน (Lean Concept) มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 
  1. การพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการทำงาน 
  2. การตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหา
  3. การกำหนดจุดเปลี่ยนที่ชัดเจน
  4. การค้นหาสาเหตุของปัญหา
  5. การกำหนดมาตรฐานในการปรับปรุง
  • Case Study : TOYOTA

ตัวอย่างองค์กรแบบลีนที่ชัดเจนและรู้จักกันทั่วโลก คือ โตโยต้า (TOYOTA) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเงินทุนของ Sakichi Toyoda วิศวกรและนักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่น ต่อมา Kiichiro Toyoda ผู้เป็นลูกชายได้เรียนรู้แนวคิดและปรัชญาการทำงานจากพ่อ และจากการได้เข้าชมโรงงานผลิตรถยนต์ของฟอร์ด Kiichiro ก็กลับมาสร้าง ระบบการผลิตแบบส่งมอบตามเวลา (Just In Time)  

โตโยต้าได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 Eiji Toyoda หลานชายของ Sakichi Toyoda จึงเข้ามาช่วยฟื้นฟูดูแลบริษัท และยังได้ไปชมโรงงานผลิตรถยนต์ของ Ford กับ จากนั้นกลับมาพัฒนาระบบของโตโยต้าอย่างต่อเนื่อง

Taiichi Ohno - Hero of the Toyota Production System
Taiichi Ohno ได้รับยกย่องให้เป็น บิดาแห่งลีน

ต่อมา Taiichi Ohno วิศวกรในภาคอุตสาหกรรมและนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น รับหน้าที่ในการพัฒนาระบบต่อ และได้ไปโรงงานฟอร์ดเช่นกัน กลับมาก็มีแนวคิดว่า ระบบการผลิตต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้ต้นทุนต่ำ และส่งมอบครบตามเวลาที่กำหนด แต่หากสายการผลิตติดขัด ไร้ศักยภาพ เกิดความสูญเปล่าในระหว่างกระบวนการผลิต ธุรกิจก็อาจประสบปัญหาและถูกคู่แข่งทิ้งไว้ข้างหลังได้

ในที่สุด Taiichi Ohno ก็สร้าง ระบบการผลิตแบบโตโยต้า หรือ Toyota Production System (TPS) ได้สำเร็จ ทำให้กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์มีประสิทธิภาพ สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานโดยใช้ต้นทุนต่ำ และขจัดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ สามารถคำนวณปริมาณการผลิตล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง ส่งมอบตรงเวลา ทำให้ไม่มีสินค้าค้างสต็อกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ด้วยเหตุนี้ แนวคิด TPS จึงแพร่หลายออกไปยังภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก และแม้แต่ Henry Ford ก็ยังเดินทางไปดูโรงงานโตโยต้าในญี่ปุ่น 

Source : www.searchautoparts.com

Flat Structure Organization อีกปัจจัยที่วัยทำงานควรรู้

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ PIM อธิบายเพิ่มว่า จูเนียร์ยุคใหม่ถูกคาดหวังให้มีทักษะหลากหลาย (Multi-skills) มากขึ้น ผู้เรียนจึงต้องผ่านการฝึกงานอย่างเข้มข้น พบเจอปัญหาต่างๆ จากการทำงานแล้วนำมาแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา เรียนรู้ด้วยตัวเองได้จึงจะเป็นบัณฑิต PIM ที่มีทักษะครบ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ทักษะอาชีพ 2) ทักษะสังคม (Social Skillsเช่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น และ 3) ทักษะชีวิต (Life Skills) เช่น การบริหารรายรับรายจ่าย 

นอกเหนืือจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้องค์กรต้องการทรัพยากรบุคคลแบบ Multi-skills คือ โครงสร้างองค์กรจะเป็นโครงสร้างแบบราบ (Flat Structure Organization) มากขึ้น ตำแหน่งงานบางตำแหน่งก็จะถูกรวบจบในตำแหน่งเดียว ดังนั้น ทักษะเฉพาะทางในสายอาชีพ ทักษะด้านเทคโนโลยี ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะที่เกิดจากการปฏิบัติจริง จึงเป็นกลุ่มทักษะที่องค์กรคาดหวังให้มีในพนักงานทุกคน

การเรียนการสอนของ PIM : 50-60% เป็นการเรียนรู้ในสถาบัน อีก 40-50% ของเวลาเรียนในหลักสูตร เป็นการเรียนรู้ในสถานประกอบการ

กล่าวโดยสรุป การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ ได้รับประสบการณ์จริง รวมถึงได้เข้าไปเรียนรู้งานจากผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิดจะทำให้เข้าใจความต้องการของภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมมากขึ้น และช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะที่ครบเครื่อง เป็นจูเนียร์ที่ก้าวสู่การทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ 

ขณะเดียวกัน อาจารย์และคณะผู้บริหาร ไม่ว่าจะอยู่ในฝั่งอุดมศึกษา ฝั่งอาชีวะ หรือฝั่งประถม ก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ ทำงานใกล้ชิดกับสถานประกอบการในเครือข่ายที่เป็นพันธมิตร เพื่อเข้าใจบริบท รู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนจับทิศทางความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคได้



หากสนใจเรื่อง Lean Organization แนะนำให้อ่านหนังสือเหล่านี้ต่อ

book cover Lean organization

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ้างอิงข้อมูลจาก