หากเปรียบ “จิต/วิญญาณ” กับ “น้ำ”

“น้ำ” แต่เดิม มีความใส ความสะอาด แต่เมื่อ “น้ำ” ที่ดูสกปรก เหตุเพราะมีสิ่งสกปรก ไม่สะอาดเข้ามาเจือปน

“น้ำ” ที่เราเห็นด้วยตาเนื้อ ย่อมชี้ชัดลงไปได้ว่ามีความใส ความสะอาด แต่ก็อาจเชื่อได้ว่า “น้ำ” นั้น ยังมิบริสุทธิ์ หมดจด ใช่หรือไม่?

และเมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ความบริสุทธิ์ ความหมดจด ของ “น้ำ” เป็นคุณสมบัติของ “น้ำ” อยู่ก่อนแล้ว ต่อเมื่อมีสิ่งสกปรก ไม่สะอาดเข้ามาเจือปน

ต่อเมื่อเรากลั่น เรากรอง สิ่งสกปรก ไม่สะอาด ที่เจือปน จน “น้ำ” มีความใส ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความหมดจด

“น้ำ” ก็จะอยู่ร่วมกับ “น้ำ” อย่างเป็นปกติสุข

ฉันใดก็ฉันนั้น

ในทางศาสนา “จิต/วิญญาณ” มนุษย์ ที่กลั่น ที่กรองแล้ว จะเป็น “จิต/วิญญาณ” ที่มีความใส ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความหมดจด

ทว่า ในทางวิทยาศาสตร์ มีการค้นพบว่า Cell จุลินทรีย์ในร่างกายคน มีมากกว่า Cell ที่บ่งบอกความเป็นมนุษย์ และ Gene จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในล้ำไส้ก็มีมากกว่า Gene ของคน อีกทั้ง DNA ของเราก็ปะปนกับ DNA ของจุลินทรีย์จนเกือบจะแยกไม่ออก

Trevor Lawley, Professor of Mechanisms Pathogenic Bacteria, Ph.D., Wellcome Trust Sanger Institute. กล่าวว่า อิทธิพลทางบวกที่จุลินทรีย์ในลำไส้ส่งผลต่อร่างกายมนุษย์ คือ การคุ้มครองและเยียวยาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในกรณีคนป่วย จุลินทรีย์จะช่วยฟื้นฟูดูแล ในกรณีที่ยังไม่ป่วย จุลินทรีย์จะช่วยปกปักรักษา

การค้นพบกลไกดั้งเดิมของลำไส้ ก่อนที่จะมีงานวิจัยเกี่ยวกับอิทธิพลที่จุลินทรีย์มีต่อร่างกายมนุษย์นั้น เป็นประเด็นที่ทราบกันทั่วไป ว่าลำไส้เปรียบเสมือน “สมองก้อนที่ 2” ของคนเรา

Megan Rossi, Professor of Gut Health, Ph.D., Faculty of Medicine and Biomedical Sciences, University of Queensland, Australia. กล่าวว่า ลำไส้ทำงานอย่างอิสระ ลำไส้สามารถตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากสมองเหมือนอวัยวะอื่น

ที่เป็นเช่นนี้ได้ ก็เพราะ “ลำไส้” มี “ระบบประสาทของตนเอง” ที่รู้จักกันในชื่อ ENS (Enteric Nervous System) เครือข่ายเซลล์ประสาทที่โยงใยเป็นร่างแหอยู่ในกระเพาะและลำไส้

โดย ENS จะสื่อสารกับ CNS (Central Nervous System) หรือระบบประสาทส่วนกลางตลอดเวลา ผ่านระบบประสาท Sympathetic และ Parasympathetic เพื่อควบคุมระบบการย่อยอาหารทั้งหมด

ใช่หรือไม่ว่า “จุลินทรีย์” เลือก “ลำไส้” เป็นที่อยู่ที่อาศัย เพื่อการกำหนดสิ่งต่างๆ ด้วยสมรรถนะพิเศษของ ENS หรือ “ระบบประสาทอิสระ” ของ “ลำไส้” ?

Geshe Dadul Namgyal, Ph.D., Buddhism and Philosophy, Drepung Monastic University, Tibet. กล่าวว่า การดับและการเกิดใหม่ เกิดขึ้นทุกขณะในชีวิตของเรา จิตดวงปัจจุบันเป็นจิตที่เกิดจากการดับของจิตในขณะก่อน

การดับและการเกิดใหม่ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของเราทำให้จิตทั้งเสื่อมถอยและพัฒนาได้ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบประสบการณ์ทั้งเรื่องการดับ บาร์โด และการเกิดใหม่อยู่เสมอ

Rosalinda Roberts, Ph.D., Neuroanatom, University of Alabama, Birmingham, USA. กล่าวว่า จากการศึกษาชิ้นส่วนสมองของผู้เสียชีวิตจำนวน 34 ราย พบข้อบ่งชี้ว่า มีแบคทีเรียชนิดปลอกหุ้มอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นใน “สมอง” ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นอวัยวะที่ “ปิดมิดชิด” และ “ปลอดเชื้อ” แต่กลับกลายเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่พบความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่อาศัยอยู่ในลำไส้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะการค้นพบจุลินทรีย์ที่ Astrocytes ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารของเซลล์ประสาทสมอง

แม้ Dr. Rosalinda Roberts จะยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าแบคทีเรียดังกล่าวเข้าไปอาศัยอยู่ในสมองได้อย่างไร แต่ก็สันนิษฐานว่า อาจเล็ดลอดตามกระแสเลือดไปอาศัยอยู่ในใยประสาท Axon หรือในแนวกั้นเลือดและสมอง (Blood-Brain Barrier)

อีกทั้งยังพบหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งชี้ว่ามี “จุลินทรีย์” ใน “สมองหนูทดลอง” ทั้งๆ ที่ “หนูน้อย” ถูกชุบเลี้ยง และเติบโต ใน “สภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ”

ใช่หรือไม่ว่า “จุลินทรีย์” เลือก “สมอง” เป็นที่อยู่ที่อาศัย เพื่อการกำหนดความคิดของมนุษย์?

Dr. Megan Rossi กล่าวว่า “ลำไส้” มีความเชื่อมโยงกับ “อารมณ์”

ปัจจัยหนึ่งซึ่งเชื่อมโยง “ลำไส้” กับ “อารมณ์” เข้าด้วยกัน คือสาร Serotonin ซึ่งในทางการแพทย์ชี้ว่า Serotonin ราว 90% ผลิตขึ้นใน “ลำไส้”

Serotonin เป็นสารสื่อประสาททางเคมีที่ส่งผลต่อการทำงานหลายอย่างของร่างกาย โดยเฉพาะ “การเคลื่อนไหวของลำไส้” และ “สภาพอารมณ์”

ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า ไม่ว่าจะเป็น “ความสุข” หรือ “ความเครียด” โดยเฉพาะ “ความกังวล” มีผลมาจาก “ระดับของสาร Serotonin” ในร่างกายที่แตกต่างกัน

มีหลักฐานจากการศึกษากับสัตว์หลายชนิดและมนุษย์ พบการทำงานที่ไม่สอดประสานกันของ “กลุ่มจุลินทรีย์” ใน “ลำไส้” ของกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ป่วยจิตเภท

ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่กำหนดความคิดของเรา มิได้เกิดจากตัวเรา?

เราจะมาหาคำตอบกันในตอนหน้า ซึ่งเป็นตอนจบครับ


ตอนแรกอยู่ตรงนี้

ความคิดของเรา ไม่ใช่ของเรา (ตอนแรก)