ในช่วง 3 – 4 ปี ที่ผ่านมา หากถามว่าเทรนด์นวัตกรรมใดที่ครองใจและโดนใจคนรักสุขภาพสายไอทีที่สุด คงหนีไม่พ้น เทรนด์ Smart Wearable โดย Accessory หรือ ไอเทม ที่นิยมที่สุด เห็นจะเป็น Smart watch หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ซึ่งมีหลากหลายคุณสมบัติให้ผู้ใช้งานให้เลือกไปตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองกันได้ตามใจชอบ โดยในปัจจุบัน Smart Watch ที่วัดชีพจรระหว่างวิ่ง หรือนับก้าวการเดินระหว่างวัน ดูจะธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะนาฬิกาอัจฉริยะสุดล้ำนำเทรนด์ Smart Wearable ยุคนี้ เขาวัดกันที่ความเร็วในการวัด อย่างคุณสมบัติล่าสุดในนาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถวัดการวิ่งได้ภายใน 5 วินาทีที่เริ่มออกวิ่ง ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ที่ต้องใช้เวลาถึง 50 วินาที

นอกจากนั้น เทรนด์ Smart Wearable ยังพัฒนารูปแบบสินค้าไปหลากหลาย อย่าง เสื้อผ้าที่ใช้ใยพิเศษในการทอเพื่อวัดปฏิกิริยาทางไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อของผู้สวมใส่ หรือชุดชั้นในที่สามารถตรวจหามะเร็งเต้านมได้ เป็นต้น

ดังนั้น เพื่ออัปเดตถึงปัจจัยที่ส่งให้ เทรนด์ Smart Wearable ครองใจคนรักสุขภาพมาอย่างยาวนาน รวมถึงการคาดการณ์รูปแบบการพัฒนาของนวัตกรรมเอาใจคนรักสุขภาพนี้ ว่าในอนาคตจะมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์รูปแบบไหนมาโกยเงินในกระเป๋าพลพรรคคนรักสุขภาพบ้าง เราจึงขอหยิบเอาบทความเรื่อง เจาะกระแส Smart wearable เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ที่เผยแพร่ลงใน SCB Economic Intelligence Center (SCB EIC) มาแชร์ให้ได้อัปเดตกัน


3 ปัจจัย ส่ง เทรนด์ Smart Wearable โตไม่หยุด

เริ่มจากปัจจัยที่ส่งให้เทรนด์โดนใจคนรักสุขภาพสายดิจิทัล สายไอที Smart Wearable โตไม่หยุด ที่ ผู้เขียนบทความ SCB EIC นำมาแชร์ให้รู้เท่าทัน มี 3 ปัจจัย ดังนี้

  • เทรนด์การใส่ใจ ดูแลสุขภาพ ยังเป็นหนึ่งในใจคนรุ่นใหม่เสมอ

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยมีนักวิ่งประมาณ 12 ล้านคน (2016) และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางภาครัฐและเอกชนก็มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้หันมาใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้จากการจัดงานวิ่งทั่วประเทศไทย ที่เพิ่มขึ้นจาก 500 รายการต่อปีในปี 2016 เป็น 696 รายการต่อปีในปี 2018 ซึ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดหนึ่งที่บอกว่า คนทั่วไปหันมาวิ่ง ออกกำลังกาย มากขึ้น คือ ฟิตเนสรายใหญ่อย่าง ฟิตเนส เฟิรส์ท เริ่มขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดครั้งแรกในรอบ 6 ปี รวมถึงฟิตเนสแบรนด์ต่างๆ ก็เพิ่มคลาสเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า เน้นการออกกําลังกายเฉพาะ เช่น มวยไทย โยคะ ทั้งหมดนี้ล้วนตอกยํ้าให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการออกกําลังกาย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่อุปกรณ์ Smart Wearable จะขายดิบขายดี ตามความเทรนด์การออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในคนรุ่นใหม่ยุคนี้

  • Aging Society ตัวแปรช่วยดันให้ตลาด Smart wearable โตขึ้นได้อีก

ต้องยอมรับว่าสังคมผู้สูงอายุเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยขยายศักยภาพการเติบโตของตลาด Smart wearable โดย สํานักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) เผยผลสำรวจล่าสุดว่าจํานวนผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มอาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราเฉลี่ยสะสม 3 % ต่อปี มาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 1.4 ล้านคน ในปี 2022 ที่จะถึงนี้ จึงคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 11 % ของผู้สูงอายุทั้งหมด ซึ่งปรากฎการณ์นี้ทําให้ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาตนเองในการทํากิจกรรมต่างๆ มากขึ้นด้วย

และที่ผ่านมา จากข้อเท็จจริงที่กรมควบคุมโรคเปิดเผยออกมาทที่ว่า ผู้สูงอายุไทย เสียชีวิตจากการหกล้มสูงถึงปีละเกือบ 2,000 ราย ดังนั้น เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส อุปกรณ์ Smart Wearable อย่าง Smart Watch ยุคนี้จึงมีการเพิ่ม Features เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมา ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการในการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียว

เพราะผู้ใช้ Smart wearable ในไทยที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วนถึง 16.4% ของจํานวนผู้ใช้ทั้งหมด และคาดว่าตัวเลขนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  • เมื่อเกิดความต้องการ การลงทุนของอุตสาหกรรม Healthcare ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งกระแสความนิยมใน Gadgets ที่จัดเป็น Smart wearable เพิ่มมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนําของโลก ในอุตสาหกรรม Healthcare เข้ามาลงทุนในประเทศ ผลักดันให้ตลาด Gadgets เฮลแคร์ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ยืนยันได้จากข้อมูลของ CB insights ที่ระบุว่าตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2018 มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 10 บริษัท ในสหรัฐฯ เช่น Apple, Intel, Alphabet, IBM และอีกหลายบริษัท มาลงทุนในอุตสาหกรรม Healthcare ทั้งหมด 209 ดีล ทำให้ตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน อุปกรณ์เพื่อสุขภาพรั้งอันดับที่ 2 ในตลาด Healthcare เป็นรองแค่การลงทุนใน Software เท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มี.ค 2561)

และหากดูสถิติจํานวนการลงทุนทั่วโลกในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหมวดของ Smart wearable เพื่อการดูแลสุขภาพจะเห็นได้ว่ามีการเติบโตเฉลี่ยถึง 41% ต่อปี (ตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2016) แสดงถึงความสนใจของบริษัทชั้นนําของโลกที่มีต่ออุตสาหกรรมด้านนี้ ซึ่งการลงทุนจากบริษัทเหล่านี้ทําให้ Smart wearable ขยายขีดความสามารถ และเกิดการแข่งขันทางด้านราคาและคุณภาพ รองรับการออกกําลังกายได้หลายรูปแบบ เปรียบเสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัว ที่คอยแนะนําผู้สวมใส่ได้เลย


แนะ 3 ทิศทาง หลัก ที่ตลาด Smart wearable จะพัฒนาต่อไปในอนาคต

ข้อมูลต่อไปนี้ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการต่างๆ ในการรู้ทันทิศทางของตลาด Smart wearable จะเติบโตต่อไปแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคได้อัปเดตรูปแบบของ Smart wearable ในอนาคต เพื่อให้ไม่ตกเทรนด์อีกด้วย

  • Smart wearable จะมีให้เลือกใช้มากมาย

ต่อไป Smart wearable จะถูกนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ Gadget ของแบรนด์ดังๆมากขึ้น นอกเหนือจาก Smart watch / Smart band เช่น Smart footwear รองเท้าจากบริษัท Under Armour ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหว ตั้งแต่การลงนํ้าหนัก ปริมาณการเผาผลาญแคลอรีรวมถึงสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ในตัวเอง

หรือจะเป็น Smart bra จากบริษัท Microsoft ที่สามารถตรวจคลื่นหัวใจ และรับรู้ถึงความเครียดของผู้สวมใส่ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่เกิดขึ้นจะทําหน้าที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เก็บได้จากแต่ละส่วนของร่างกายคุณสมบัติ

  • ความสามารถของ Smart wearable ที่เก๋ไก๋ ไฉไลขึ้นได้อีก

น่าตื่นเต้นไม่น้อยที่บทความชิ้นนี้ทำให้ได้รู้ว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า Smart wearable จะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีการเจาะหรือฝังเข้าไปในชั้นผิวหนัง (Non-invasive) เพื่อไม่ไปรบกวนการใช้ในชีวิตประจําวันของผู้สวมใส่มากเกินไป (Minimal attention) และมีข้อมูลที่ได้มีการบันทึกอย่างต่อเนื่อง (Continuous data) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ในหลายระบบ (Interoperability)

  • มั่นใจได้กับระบบประมวลผลที่แม่นยำ หายห่วง

การประมวลผลที่แม่นยํา จะมาควบคู่กับคำแนะนําผู้บริโภคในการใช้ชีวิตประจําวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Platform ที่คาดว่าจะเห็นได้อย่างแพร่หลาย จากการเชื่อมต่อของระบบ IoT และ AI ทําให้ข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์มากขึ้น อาทิ นาฬิกา Xiaomi ที่สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบของ Percentile ให้คําแนะนําผู้สวมใส่เกี่ยวกับการนอน และกิจกรรมอื่นๆระหว่างวัน จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมดกว่า 46.2 ล้านคน ยาวนานกว่า 3 ปี จึงทําให้เจ้านาฬิกาอัจฉริยะนี้สามารถให้คําแนะนําแก่ผู้สวมใส่ได้อย่างน่าเชื่อถือ



Salika says

ในตอนท้ายของบทความจาก SCB EIC นี้ ยังได้เน้นย้ำถึงฟีเจอร์อัปเดตล่าสุดของนวัตกรรมเอาใจคนรักสุขภาพนี้ว่า

“มีอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจคือการพัฒนา Compatible applications ที่ใช้ร่วมกับ Smart wearable ซึ่งเป็นการนําข้อมูลมาต่อยอด วิเคราะห์ และประมวลผล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ ทั้งนี้ Startup จํานวนมากทั่วโลกให้ความสนใจในการผลิต Apps ชนิดนี้”

“ยกตัวอย่างเช่น FitStar แอปพลิเคชันที่คอยให้คําแนะนําแก่ผู้เล่นโยคะ Lumosity ที่วัดระดับการทํางานของสมองของผู้ใช้ ว่าการออกกําลังกายอย่างสมํ่าเสมอช่วยพัฒนาสมองอย่างไร รวมไปจนถึงแอปส่งเสริมการฝึกสมาธิ และฝึกการตัดสินใจในแต่ละวัน ด้วย”


ที่มา : บทความเรื่อง เจาะกระแส Smart wearable เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ที่เผยแพร่ลงใน SCB Economic Intelligence Center (SCB EIC) (7 March 2019) โดย ภัทรานิษฐ์ เอี่ยมศิริ Economic Intelligence Center (EIC) 


อยากอัปเดตเทรนด์นวัตกรรม โดนใจคนรักสุขภาพต่อ ต้องไม่พลาดบทความต่อไปนี้

เปิดตัวต้นแบบงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ‘ไก่ยูริกต่ำ’ เอาใจคนรักสุขภาพ ฝีมือ อาจารย์ มข.

รวม 5 แอปพลิเคชันเช็ค ‘ค่า PM 2.5’ โหลดติดสมาร์ทโฟนไว้ รู้เรื่องฝุ่นไว…อุ่นใจกว่า

4 ฟู้ดเทรนด์ ปี 2019 เขย่าวงการอาหาร เน้นเทคโนโลยีการผลิตล้ำสมัย ดีต่อสุขภาพ รักษ์โลก