วิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้สังคมก้าวเดินต่อไปข้างหน้า คือ ‘การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม ผู้ประกอบธุรกิจ และคู่แข่งขัน’ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะทำให้เกิด ‘กฎเกณฑ์ – หลักการอ้างอิง’ เพื่อกำหนดพฤติกรรมกับผลที่ตามมา และมีความสำคัญอย่างมากในโลกสมัยใหม่ เช่น ราคาที่เป็นธรรม


ปีที่ผ่านมานั้นโลกสูญเสียความเชื่อมั่นการค้าระหว่างประเทศจากความไม่ชัดเจนของโดนัลด์ ทรัมป์ ในด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ กับการใช้เงินดอลลาร์ในการติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยน ส่งผลให้หลายประเทศหาทางออกโดยใช้เงินสกุลใหม่ของตนเอง และหลายประเทศก็ลดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐ

หันมาดูบ้านเรา การใช้หลักการตีความโดยเนติบริกรเรื่องคำนิยาม ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ ซึ่งไม่สัมพันธ์กับที่มาของการได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดินและการใช้กฎหมายบริหารกิจการบ้านเมือง ในอนาคตอาจไม่ใช้หลักกฎหมายก็เป็นได้ เนื่องจากการตีความนั้นมุ่งตอบคำถามที่ตนสามารถยอมรับได้ แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจน ไม่มีการอ้างอิงหลักการและนำเสนอข้อมูลก็ตาม

ประเด็นนี้จะลดความน่าเชื่อถือของภาครัฐและผู้ตีความลง และในอนาคต การอธิบายหรือการตีความดังกล่าวก็คาดการณ์ได้ยากว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

นึกถึงช่วงเรียนหนังสือ วิชาวิวัฒนาการแนวคิดทาง เศรษฐศาสตร์ในยุคกลาง มีบาทหลวงรายหนึ่งเป็นตำนานของนักเศรษฐศาสตร์ สำนักอำนาจของพระเจ้า

ราคาที่เป็นธรรม โฟม่า Thomas Aquinis
Saint Thomas Aquinas (əˈkwaɪnəs 1225 – 1274) | Source : https://nlo-mir.ru

โฟม่า แอควินสกี้ หรือ เซนต์ โทมัส อควินัส ให้ความสำคัญกับหลักการการตีความโดยอำนาจของพระเจ้าและตัวบทในคัมภีร์ของพระเจ้าที่เขียนโดยบาทหลวงในศาสนาและได้ใช้วิธีการแบบจริยธรรมที่เอามาอ้างอิง เพื่อหาเหตุผลคำนิยามศัพท์ด้านเศรษฐศาสตร์โดยใช้ หลักการประเมินค่าแบบทวินิยม (ขาว ดำ ดี เลว) และทำให้กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถชนะทุกวิธีการจากคำสอนของบาทหลวงรายนี้ อย่างการตีความเกี่ยวกับปรากฏการณ์เศรษฐกิจหรือคำนิยามทางเศรษฐศาสตร์ แต่อีกเวลาหนึ่งก็กลายเป็นอาญาสิทธิ์ของพระเจ้าที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม

อย่างการอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติของเศรษฐกิจยังชีพว่า มีความสัมพันธ์กับการเกิดขึ้นของการแบ่งความมั่งคั่งตามธรรมชาติ (ผลผลิตจากเศรษฐกิจแบบยังชีพ) ศิลปะ และเคมีของแต่ละบุคคล (เงินและทองคำ) เงินและทองคำไม่สามารถทำให้มนุษย์มีความสุขได้ เพราะสิ่งสุดท้ายที่จะต้องมีคือ ความสมบูรณ์ของศีลธรรม นั่นคือ อุดมการณ์ของคริสตศาสนิกชนที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความสอดคล้องของกิจกรรมเพื่อปัญหาปากท้อง 

แอควินสกี้ถกเถียงเรื่องของนายทุนเงินกู้ ว่าการให้เงินกู้เพื่อทำให้ผู้ให้กู้มีเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งพระเจ้าได้ให้ความเท่าเทียมกันสำหรับทุกๆ สิ่งแล้ว ดังนั้น หากพระเจ้าเรียกร้องรายได้หรือผลตอบแทนทางการค้าจากการให้กู้ ก็สามารถทำได้ตามกฎหมาย เพราะแต่ละประเทศมีรากฐานก่อเกิดความมั่งคั่งที่แตกต่างกันและพระเจ้าได้ยินยอมแล้ว การค้ากำไรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสอดคล้องในชีวิตความเป็นอยู่ แต่ได้เกิดขึ้นมาในตัวของมันเอง เพราะได้ใช้สำหรับเป้าหมายที่บริสุทธิ์และเป็นกำไรที่เกิดขึ้นมาจากการจ่ายค่าแรง และหากสามารถขายสิ่งนั้นได้

ที่น่าสนใจมากในการนิยามคำว่า ‘ความยุติธรรม’ ซึ่งแอควินสกี้ชี้ให้เห็นแบบสุดๆ ไปเลยว่า ราคาที่เป็นธรรมประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

ราคาเป็นธรรมแบบที่ 1 คือ การประกันการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน สอดคล้องกับต้นทุนแรงงานและรายจ่าย (ความเท่าเทียมกันที่ถูกตีความโดยต้นทุนในการผลิต สร้างหลักประกันให้เกิดความเป็นธรรมในการแลกเปลี่ยนสินค้า)

ราคาเป็นธรรมแบบที่ 2 คือ ราคาประกันที่ใช้กับบุคคลชั้นสูง (ตามฐานันดร) ซึ่งมีสิทธิสร้างเหตุผลของราคาและกำหนดราคา ซึ่งก็คือการสร้างหลักประกันให้เกิดความยุติธรรมด้านราคาสินค้า โดยอธิบายความหมายในภาคการบริโภคของสังคมได้ว่า ราคาจะขึ้นอยู่กับฐานันดรทางสังคมและผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน หากเป็นผู้ที่มีฐานันดรสูงกว่าสามารถยกเลิกราคาที่เป็นธรรมแบบแรกได้

การอธิบายแบบนี้ของเนติบริกรนั้นไม่ได้อยู่นอกจักรวาลอย่างที่เข้าใจกัน แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุคกลางโดยตำนานนักเศรษฐศาสตร์สายศาสนารายนี้ 

การตีความ ‘ความเป็นธรรม’ ของแอควินสกี้ ใช้กันมาหลายร้อยปีก่อนที่จะเผชิญชะตากรรมล่มสลายตามมา เมื่อพ่อค้าและผู้ประกอบการในเมืองไม่สามารถเพิ่มความมั่งคั่งและสะสมทุนให้ตนเองเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งก็ต้องติดตามอนาคตของ ‘แอควินสกี้ในยุค 4.0’ กันต่อไป


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย เรื่อง : ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ GDP และเศรษฐกิจไทย

น่าจะมีความผิดพลาดบางประการที่ทำให้ ‘เศรษฐกิจ’ ของเราเติบโตช้า

‘จีดีพี’ ขยายตัวสูงสุดรอบ 6 ปี กับ ‘ภารกิจ’ ที่ยากกว่า!!!