จากข้อมูลอัปเดตของ สำนักงานสถถิติแห่งชาติ ทำให้ทราบว่า ปัจจุบันประชากรเพศหญิงมีอัตราส่วนมากกว่าเพศชายอยู่ที่ร้อยละ 51 : 49 โดยประชากรเพศหญิงมีจำนวนประมาณ 33.4 ล้านคน ขณะที่เพศชายมีราว 32.1 ล้านคน ดูจากตัวเลขแล้วแม้จะเป็นจำนวนที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อนำมาพิจารณาในมุมกำลังซื้อของพวกเธอแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมแบรนด์ทุกแบรนด์ ทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ของผู้ชายก็ยังต้องหันมาทำตลาดกับเหล่าผู้หญิง นั่นเป็นเพราะเธอคือผู้กุมอำนาจในระบบเศรษฐกิจทุกระดับอย่างแท้จริง ทั้งตัวเธอเองและคนรอบข้างที่เป็นผู้ชายล้วนอยู่ภายใต้ She-Economy ทั้งสิ้น

เพราะยอดขายกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ของการซื้อสินค้าแบรนด์ต่างๆ มาจากลูกค้าสุภาพสตรี และพลังนักช้อปหญิงนี้เองที่สร้างทั้งปรากฏการณ์และสร้างนิยามใหม่ๆ อันทรงพลัง อย่างในแวดวงช้อปออนไลน์ คำว่า CF (Confirm) หรือ CC (Cancel) กลายเป็นศัพท์ฮอตฮิตที่สาวนักช้อปสร้างขึ้น และถูกนำไปใช้ในการสื่อสารเพื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในวันนี้อย่างแพร่หลายไปแล้ว

ดังนั้น กระแส She-Economy จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่คนหลายกลุ่มควรศึกษาไว้ ทั้งกลุ่มเจ้าของแบรนด์สินค้า ว่าจะวางกลยุทธ์การตลาดอย่างไร ถึงจะครองใจนักช้อปหญิง รวมไปถึงตัวคุณผู้หญิงเอง ที่ต้องรู้รอบด้าน ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ที่ตนเองใช้ช้อป โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องจะใช้สื่อหรือช่องทางเหล่านี้อย่างไรให้ปลอดภัย


รู้รอบด้าน ทำไม ‘She-Economy’ ถึงทรงอิทธิพลนัก

เมื่อปีที่แล้ว นิโอ ทาร์เก็ต จัดงาน 2018 ASIA CEO SUMMIT ณ ประเทศสิงคโปร์และในประเทศไทย โดยเปิดเวทีสัมมนาพร้อมให้รางวัลแบรนด์ไทยที่เป็นที่ชื่นชอบและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด ในโอกาสนั้นมีการเปิดเผยผลการศึกษาและการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งการศึกษาต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งพบว่ากระแส She-Economy เกิดขึ้น เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงมีสถานะทางการงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น กำลังซื้อก็เพิ่มขึ้นไปด้วย

ยืนยันได้จากผลสำรวจที่ทำโดยบริษัทและสถาบันระดับโลกอย่าง ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ที่ระบุว่า ผู้หญิงจะเป็นผู้ตัดสินใจหลักด้วยตัวเองสูงถึงร้อยละ 80 หากพวกเธอต้องการซื้อสินค้าประเภทที่อยู่อาศัย รถ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้และความสามารถในการประกอบอาชีพที่ส่งผลให้ผู้หญิงมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องการยอมรับในสถานะทางสังคมที่ผู้หญิงเริ่มมีบทบาทในการบริหารมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข้อมูลเชิงสถิติจากแกรนท์ ธอร์นตัน ที่โฟกัสเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบว่า สัดส่วนของผู้หญิงที่ทำงานในระดับผู้บริหารเพิ่มขึ้นเป็น 29% ในปี 2560 โดยประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคที่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ด้วยเหตุนี้ ในมุมของผู้ประกอบการ เจ้าของแบรนด์ หรือคนที่ทำงานวางกลยุทธ์ให้กับแบรนด์ต่างๆ จึงไม่ควรมองข้ามกระแสนี้ เพราะกระแสการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังหญิง เป็นโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นจริงจากขนาดตลาดและกำลังซื้อของผู้หญิงที่มากขึ้น

ในตอนนี้ หลายแบรนด์ หลายสถานประกอบการก็ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคหญิงกันมากขึ้น โดยจัดทั้งแคมเปญ ทั้งการอำนวยความสะดวกอย่างบริการที่จัดพิเศษเฉพาะสตรี เช่น ที่จอดรถ Lady Parking ห้องพักในโรงแรมที่แบ่งโซนสำหรับผู้หญิงเท่านั้น เพื่อให้พวกเธอรู้สึกปลอดภัยและพึงพอใจเวลามาเข้าพัก รวมถึงมีหลากหลายแบรนด์ที่หันมาสนใจและคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้หญิงมากขึ้น เพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค (Brand Love)


ผลสำรวจที่ออกมารับวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2019 คอนเฟิร์ม ‘พลังหญิงขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสด’

วันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี มักจะมีผลสำรวจที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงออกมา ซึ่งทางฝั่งของภาคเศรษฐกิจ การตลาด ทรูมันนี่เผยข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับ She-Economy ที่แสดงให้เห็นพลังบวกของพวกเธอในฐานะตัวแปรสำคัญผู้ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าไปสู่ยุคสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society อย่างแท้จริง

จากการเก็บสถิติของทรูมันนี่ในช่วงระยะเวลาเพียงสองเดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2562) พบว่าผู้หญิงสามารถสร้างมูลค่าธุรกรรมต่างๆ บน TrueMoney Wallet หลายสิบล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพด้านการใช้จ่ายของพวกเธอที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรม e-Wallet ในประเทศไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

และข้อค้นพบนี้ยังมีรายละเอียดที่น่ารู้และสามารถนำไปปรับใช้เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจทุกระดับได้อีก ดังนี้

  • 46% ของสัดส่วนจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมดที่เป็นผู้หญิง 60% อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงกว่าผู้ใช้ต่างจังหวัดที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 40%
  • ผู้หญิงที่ใช้ e-Wallet ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y อายุเฉลี่ย 24 ปี
  • บริการใน e-Wallet ที่ผู้หญิงใช้มากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ ซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต / เติมเน็ต โอนเงินให้บุคคลอื่น ใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และร้านค้าทั่วไป
  • ผู้หญิงมีปริมาณการใช้จ่ายเงินผ่าน e-Wallet เฉลี่ยต่อครั้งจะอยู่ที่ 280 บาท โดยยอดการใช้จ่ายที่สูงนั้นมาจากการจ่ายบิลเป็นหลัก และธุรกรรมที่มีจำนวนผู้ใช้เพศหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การบริจาค และการเลือกซื้อดิจิทัลคอนเทนต์
  • ผลการสำรวจที่กล่าวมานี้ นักวิจัยของทรูมันนี่อธิบายเพิ่มเติมว่า สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงมอง e-Wallet เป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มเรื่องการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นช่องทางการทำบุญ และเป็นประตูเชื่อมโลกดิจิทัลคอนเทนต์ของพวกเธออีกด้วย

ฟีเจอร์ใดในสังคมไร้เงินสดที่โดนใจผู้หญิงยุค Cashless Society

สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และคุ้มค่า คือ 4 keywords ที่มีอิทธิพลต่อสาวๆ นักช้อป ในการตัดสินใจเลือกใช้ช่องทางในการจ่ายเงินออนไลน์ และอย่างที่เกริ่นในตอนต้นว่า นอกจากข้อมูลดีๆ ที่แบรนด์ต่างๆจะสามารถนำไปใช้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด รองรับระบบเศรษฐกิจที่ผู้หญิงเป็นใหญ่แล้ว บทความนี้ยังมีเคล็ดลับดีๆ สำหรับคุณผู้หญิงนักช้อป ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวก คุ้มค่า ประหยัด และปลอดภัยให้กับทุกการจับจ่ายในสังคมไร้เงินสด ดังนี้

  • ทุกครั้งที่จะนำ e-Wallet ไปใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการอะไรก็ตามแทนเงินสด สาวๆ ควรตรวจสอบโปรโมชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินคืนหรือการสะสมแต้มที่ควรได้รับ รวมทั้งส่วนลด หรือสิทธิพิเศษสำหรับแลกของทานฟรี รวมไปถึงสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลใหญ่ในแคมเปญต่างๆ เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายผ่าน e-Wallet คุ้มค่ามากที่สุด
  • แม้ว่าจะมีผลสำรวจระดับโลกยืนยันว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยไซเบอร์ต่ำกว่าผู้ชาย แต่ถึงอย่างไร ความปลอดภัยเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ดังนั้นทุกครั้งก่อนจ่ายเงินออนไลน์ ให้ตั้งค่าและหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่าน รหัส PIN และ Touch ID ในแอปพลิเคชันชำระเงินออนไลน์ที่ใช้งานอยู่เสมอ พร้อมยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในขั้นสูง กรณีที่มีการจ่ายเงินจำนวนมากผ่านแอปนั้นด้วย
  • จ่ายเก่งแล้ว ก็ต้องทำบัญชีรับ-จ่ายเงินดิจิทัล เก่งด้วย เพื่อสามารถเรียกดูทุกประวัติการจ่ายเงินออนไลน์เมื่อจำเป็น ยิ่งสำหรับใครที่เป็นแม่ค้ายุคดิจิทัล การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายดิจิทัลไว้ด้วยเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะจะได้เช็คการทำธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ช่วยสร้างบริหารจัดการระบบการเงินได้ดียิ่งขึ้น
  • ไหนๆ ถ้ารักจะเป็นสาว Cashless Society แล้ว ก็ขอแนะนำให้ทำภารกิจต่างๆ ในแอปพลิเคชันที่ใช้ประจำไปเลย ทั้งเพื่อตอบสนองเหตุผลด้านความคุ้มค่า กับพอยท์ หรือคะแนนสะสมที่สามารถนำมาแลกรางวัลในรูปแบบต่างๆ ได้ รวมถึงเพื่อความบันเทิงด้านต่างๆ เพราะทุกวันนี้ แอปส่วนใหญ่ต่างพากันแข่งขันกันด้วยการออกแบบแอปพลิเคชันให้มีฟีเจอร์เสริมต่างๆ ให้คุณผู้หญิงได้ใช้เพิ่ม อย่างเกม หรือการกดแลกรับคูปองออนไลน์ส่วนลดจากแบรนด์ต่างๆ ได้
  • เพื่อควบคุมรายจ่ายผ่านระบบการจ่ายเงินออนไลน์ ขอแนะนำให้คุณผู้หญิงทุกคนเติมเงินแค่จำนวนที่ต้องการจ่ายจริงเพื่อจำกัดวงเงินการใช้จ่าย โดยเฉพาะสาวๆ ที่ใช้แอปพลิเคชันโอนเงินจ่ายบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือโอนให้คุณพ่อคุณแม่เป็นประจำทุกเดือน ควรโอนเงินเข้าตามจำนวนที่ต้องการใช้จริง เพราะจะช่วยเซฟวงเงินและไม่ผลีผลามนำไปจ่ายอย่างอื่น 

ในบทสรุปของรายงานจากทรูมันนี่ ยังคาดการณ์ถึงเทรนด์ในอนาคตอันใกล้อีกไม่นานเกินรอว่า “ด้วยพลังของ She-Economy ที่นับวันจะทวีความสำคัญและทรงอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้นนี้ อาจส่งผลให้เกิดกระแสต่อยอด เป็นสังคมไร้เงินสดแบบผู้หญิง (She-Cashless Society) ในอนาคตอีกก็เป็นได้ ใครจะไปรู้”


อ้างอิง :

  • รายงานข่าว เรื่อง “She-Economy ขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสด” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562)
  • รายงานข่าวเรื่อง “She-economy” เมื่อเศรษฐกิจเอเชียถูกขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง (เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ 21 ตุลาคม 2561)