“หากจะวางระบบการสาธารณสุขครบวงจรในพื้นที่อีอีซี บุคลากรทางการแพทย์ที่จัดได้ว่าขาดแคลน คือ ทันตแพทย์ เภสัชกร และรู้หรือไม่ว่าวิชาชีพที่ขาดมากที่สุด คือ พยาบาล จากผลสำรวจล่าสุดแค่เฉพาะในเขต 3 จังหวัดในพื้นที่อีอีซี ขาดอยู่ไม่น้อยกว่า 3,000 ตำแหน่ง และเฉพาะจังหวัดชลบุรีแห่งเดียว ขาดอยู่ 1,700 ตำแหน่งทีเดียว”


ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์

ข้อเท็จจริงที่ ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เคยกล่าวไว้ เมื่อครั้งประชุมการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา บ่งบอกชัดเจนว่า สถานการณ์การขาดแคลนพยาบาลของไทย เข้าสู่ภาวะที่น่าเป็นห่วง และอาจเป็นปัจจัยที่กลายมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซีก็ว่าได้

โดยในที่ประชุมครั้งนั้น ศ.พญ.จิรพร ยังชี้ถึงสถานการณ์และต้นเหตุของภาวะปัญหานี้อีกว่า

“ต้นเหตุของปัญหานี้ ไม่ได้เป็นเพราะสถาบันการศึกษาไทยผลิตพยาบาลออกมาไม่เพียงพอในแต่ละปี แต่ปัญหาอยู่ที่ ‘รัฐไม่มีตำแหน่งทางราชการที่จะบรรจุให้กับพยาบาลต่างหาก กอปรกับค่าตอบแทนที่ได้รับก็ไม่เพียงพอกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต’ เพราะอาชีพพยาบาลทั่วไปแบ่งเป็นพยาบาลที่เข้ากะกลางวันและกะกลางคืน ซึ่งพออายุมากหรือแต่งงานไป พยาบาลส่วนใหญ่ก็มักจะลาออกไปดูแลครอบครัวหรือเป็นแม่บ้าน และยิ่งในยุคที่อาหารเสริมเป็นที่นิยม มีการขายประกันสุขภาพ พยาบาลส่วนใหญ่ก็ย้ายไปทำอาชีพขายอาหารเสริม ขายประกันก็ไม่น้อย ทำให้ขาดแคลนพยาบาลในภาพรวม”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีความพยายามของ สภาการพยาบาล ซึ่งร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุม ‘เวทีพัฒนานโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาบทบาทพยาบาล ผู้จัดการระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีการดูแลระยะยาว’ เพื่อเพิ่มทักษะให้ ‘พยาบาลไทย’ พัฒนาสู่นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ Aging Society หรือ สังคมผู้สูงอายุ และการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพื้นที่อีอีซีด้วย


เปิดภารกิจเร่งด่วน วงการ ‘พยาบาลไทย’ สร้าง ‘นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว’

ปรากฏการณ์การเข้าสู่สังคมสูงวัย นับเป็นการกระตุ้นสังคมให้ตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาศักยภาพและทักษะพยาบาลไทยอย่างเร่งด่วน โดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล เกริ่นไว้ในเวทีประชุมครั้งล่าสุดว่า

“ต้องยอมรับว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัวในหลายด้าน ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล ระดับครอบครัว ไปจนถึงระดับประเทศ ในการเตรียมตัวรับมือกับสังคมผู้สูงวัยในอนาคตอันใกล้ โดยล่าสุดในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี และในปี 2563 ระบุไว้แล้วว่า จะมีอัตราส่วนการพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อคนวัยทำงาน คือ วัยทำงาน 100 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 30.3 คน ทีเดียว”

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยมีประชากรผู้สูงวัยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ และมีจำนวนสูงกว่าเวียดนาม มาเลเซีย เมียนมา และอินโดนีเซีย เนื่องจากมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ถึงร้อยละ 17.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

และแน่นอนว่า สภาวะที่เป็นตัวแปรสำคัญของการเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกด้านเพื่อรับสังคมผู้สูงวัย คือ สุขภาพของประชากรในวัยผู้สูงอายุที่จะมีความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และยังมีความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง คิดว่าเป็นภาระ หมดคุณค่าในตัวเอง นำมาซึ่งภาวะติดบ้าน ติดเตียง และภาวะพึ่งพิง ดังนั้น การอภิบาลดูแลเอาใจใส่ทั้งกายและใจจึงเป็นเรื่องสำคัญของผู้สูงวัย

และตามหลักทั่วไปของการดูแลผู้สูงอายุ (Elderly care หรือ Elder care) จะต้องประกอบไปด้วยการดูแลทั้งในด้านอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย การขับถ่าย การป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน การติดเชื้อและโรคประจำตัว สุขภาพจิต รวมถึงสิ่งแวดล้อมโดยรวม ซึ่งจะก่อให้เกิดสุขภาวะที่ดีสำหรับผู้สูงอายุด้วย


ก้าวแรกของการสร้าง ‘นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวของไทย’

ในเวทีพัฒนานโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาบทบาทพยาบาลครั้งนั้น รศ.ดร.ทัศนาอัปเดตสถานการณ์จำนวนพยาบาลในประเทศไทยว่า

“ขณะที่ ภาพรวมทั้งประเทศมีประชากรราว 66,413,979 คน แต่ในระบบสาธารณสุขไทย มีพยาบาลปฏิบัติงานในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิเพียง 12,433 คน หากเป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดว่าให้พยาบาล 1 คนดูแลประชากร 2,500 คน จะเท่ากับว่าขาดพยาบาลอีกถึง 14,133 คน”

ด้วยเหตุนี้ ภารกิจแรกจึงมีการเสนอให้จัดตั้ง ‘ศูนย์การดูแลสุขภาพชุมชนและผู้สูงอายุ’ ประมาณ 14,133 ศูนย์ เพื่อให้การดูแลครอบคลุมประชากรทุกคน โดยเสนอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้การรับรองศูนย์ฯ เป็นเครือข่ายในหน่วยบริการปฐมภูมิ และมีองค์กรจากทุกภาคส่วนร่วมกัน กำกับคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ภายใต้การมีสถาบันการศึกษาพยาบาลเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพศูนย์

ทั้งนี้ รศ.ดร.ทัศนาชี้แจงว่า ทางสภาฯ มีความพยายามที่จะร่วมมือกับ สสส. และทุกหน่วยงานเพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุไทยให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงพื้นที่ศึกษายังพบปัญหาสุขภาวะในชุมชนอื่นๆ อีก เช่น ผู้ป่วยนอนบนแคร่ที่มีน้ำขัง

“ภารกิจการเร่งสร้างนักจัดการสุขภาวะในชุมชนจึงมีความสำคัญมาก โดยผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้ต้องรู้ว่าเมื่อคนในพื้นที่มีอาการหรือภาวะแบบไหนแล้วต้องเข้าไปปรึกษาใคร ต้องติดต่อประสานงานกับแพทย์ประจำครอบครัวหรือแพทย์ประจำพื้นที่ เพื่อการส่งต่อข้อมูลและส่งต่อคนไข้ได้ทันท่วงที แม้ในทีมจะมีพยาบาลวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ มีผู้ช่วยพยาบาลทำงานร่วมกับผู้ดูแลที่ผ่านการอบรม (Care Giver) ทั้ง อสม. อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย นักจิตอาสา และบุคลากรสายวิชาชีพอื่นในชุมชนก็ตาม เพื่อร่วมกันป้องกัน ดูแล และแก้ไขปัญหาสุขภาวะตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงวัย หรือเปรียบง่ายๆ คือ การสร้างลูกทีมด้านสุขภาพ นั่นเอง” 

ในส่วนของ สสส. ซึ่งเป็นหน่วยงานพันธมิตรหลักที่มาร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะของพยาบาลไทย โดย นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ (สำนัก 7) สสส. นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจว่า

“จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับพยาบาลเป็นระยะเวลาหลายปี มองว่าพยาบาลเป็นนักจัดการระบบสุขภาพที่มีความสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันความท้าทายในระบบสุขภาพไทย คือ ทำอย่างไรผู้ป่วยจึงจะได้รับการรักษาที่ดี และได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงต้องพัฒนาระบบบริการสุขภาพ พัฒนาบุคลากรในระบบสาธารณสุขให้เป็น Health Manager หรือนักจัดการสุขภาพ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

โดยในประเด็นผู้สูงอายุ นพ.ชาญวิทย์ มองว่า กลุ่มผู้สูงอายุในเขตเมืองเป็นกลุ่มที่น่าจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้งมากที่สุด นี่จึงเป็นที่มาของโครงการบางกอกน้อยโมเดล ใน 42 ชุมชน เพื่อแสดงให้กลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ได้รับรู้ถึงความห่วงใยและการดูแล ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งการดูแลที่กล่าวมานี้จำเป็นต้องอาศัย ‘นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน และกำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อสร้างบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ให้ออกมาเพียงพอกับความต้องการของสังคมได้ในเร็ววัน


อ้างอิง :

  • รายงานข่าวเรื่อง “สร้าง ‘พยาบาล’ สู่นักจัดการสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว” ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 8 มีนาคม 2562
  • บทความเรื่อง การดูแลผู้สูงอายุ (Elder care) (http://haamor.com/th/)

อ่านบทความ ความร่วมมือพัฒนาการศึกษา ตอบโจทย์ความต้องการภาคอุตสาหกรรม เพิ่มเติม

ก่อนไปถึง ‘ไทยแลนด์ เมดิคัล ฮับ’ ไทยมีความพร้อมทางการแพทย์แล้วหรือ? คำถามที่การประชุมขับเคลื่อน EEC HDC มีคำตอบให้

‘แพลตฟอร์ม’ สร้างการศึกษาและพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ ที่เชื่อมโลกให้ไทยแล่น

Demand Driven : โละ ‘การศึกษา’ ที่ปรับตัวไม่ทันโลก จัดระบบใหม่ตาม ‘ความต้องการจริง’ เพื่อพัฒนาประเทศ