จากการได้รับโอกาสจากศูนย์พัฒนากำลังคนของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ในการเข้าชมงาน FOODEX JAPAN 2019 ที่ Makuhari Messe จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานที่จัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.. 1976 และในปี ค.. 2019 นี้ถือเป็นครั้งที่ 44 โดยเป็นงานด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับสามของโลก โดยมีผู้เข้าร่วมจัดงานและเยี่ยมชมเกือบหนึ่งแสนคนจาก 95 ประเทศ


บรรยากาศภายในงาน FOODEX 2019 ที่ Makuhari Messe จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

จากการเยี่ยมชมบูธต่างๆ ในงาน FOODEX JAPAN 2019 ผู้เขียนขอสรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในไทยควรต้องมี คือ

บูธของบริษัทฮาคุซุรุ (HAKUSURU) ซึ่งขายสาเกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1743

1. เนื้อเรื่องหรือประวัติศาสตร์ (story and history) การเสพอาหารทางรสชาติ ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มมูลค่าของสินค้า ดังนั้นหลายๆ บริษัทจึงใส่เนื้อเรื่องเข้าไปในตัวผลิตภัณฑ์ เช่น เนื้อวัวญี่ปุ่นที่เรียกว่า “วากิว” (Wagyu) จากแถบโกเบหรือมัตซึซากะ และหากมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาประกอบด้วยแล้วจะยิ่งเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้น เช่น สาเกจากบริษัทฮาคุซุรุ (HAKUSURU) ซึ่งขายสาเกมาตั้งแต่ปี ค.. 1743 ปัจจุบันก็ยังขายสาเกเป็นสินค้าหลักอยู่ ดังนั้นจึงเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อย่างสูงยิ่งในด้านนี้

2. นวัตกรรม (innovation) การใส่เทคโนโลยีเข้าไปในอาหารหรือผลิตภัณฑ์จะช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างมาก ยกตัวอย่าง ประเทศจีนนิยมบริโภคปลิงทะเล แต่ไม่ใช่ว่าทุกเมืองของจีนจะติดทะเล ประกอบกับชาวจีนมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก และไม่ใช่ว่าทุกประเทศจะกินปลิง ดังนั้นจึงนำนวัตกรรมอบแห้งมาใช้กับปลิง เมื่อผ่านการอบแห้งแล้ว ตัวปลิงที่ประกอบด้วยน้ำจำนวนมากจะหดตัวเหลือนิดเดียว และก่อนจะนำมารับประทานก็นำมาแช่น้ำสักพัก ตัวปลิงที่อบแห้งจะขยายตัวจนเท่าตัวปลิงจากธรรมชาติและพร้อมนำมาประกอบอาหารต่อไป การนำนวัตกรรมนี้มาใช้ทำให้สามารถส่งปลิงทะเลไปยังทุกพื้นที่ได้และประหยัดค่าขนส่งอย่างมาก

อีกตัวอย่างหนึ่งคือนวัตกรรมด้านการบรรจุหีบห่อ (packaging) เป็นที่รู้กันดีว่าหีบห่อที่สวยงามจะดึงดูดผู้บริโภคให้ซื้อได้มากขึ้น ดังนั้นหีบห่อที่สวยงามจึงมีความสำคัญมาก แต่ความสวยงามนี้หากมีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์หรือทางวิศวกรรมผสมอยู่ด้วยแล้วจะเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้มากขึ้น เช่น บริษัท โมรินากะ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น คิดค้นฝาปิดขวดโยเกิร์ตที่เมื่อเปิดแล้วจะไม่มีโยเกิร์ตติดออกมากับฝาปิด ทำให้ไม่เลอะมือผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์จากบริษัท BO HAI KOU ประเทศจีน

3. มาตรฐานการส่งออกต่างๆ ผู้อ่านคงเคยผ่านตาคำว่า GMP, HACCP, ISO หรืออื่นๆ มาบ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้นการมีมาตรฐานเป็นดัชนีที่ยืนยันว่าอาหารเหล่านี้มีความปลอดภัยในการบริโภคไม่ทางตรงก็ทางอ้อม บางมาตรฐานไม่ได้เข้าไปจับกับตัวสินค้า แต่บอกว่ากระบวนการต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตได้มาตรฐาน ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่าผลิตภัณฑ์จึงมีมาตรฐานด้วย แต่ในบางมาตรฐานเป็นการตรวจวัดในตัวผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในแต่ละประเทศมีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานที่แตกต่างกัน

ดังนั้นหากจะส่งออกสินค้าไปยังประเทศใดควรศึกษามาตรฐานของแต่ละประเทศให้ดี ซึ่งบางครั้งประเทศยักษ์ใหญ่ก็ใช้มาตรฐานเหล่านี้หรือกฎเกณฑ์บางอย่างในการกีดกันสินค้าจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นำมาออกงาน FOODEX JAPAN 2019 ล้วนแล้วแต่ผ่านมาตรฐานทั้งสิ้น

ในยุค Thailand 4.0 นี้ ทางภาครัฐได้ยื่นมือเข้าช่วยผู้ประกอบการอย่างมากเพื่อผลักดันบริษัท SME ให้สามารถยกระดับเป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น โดยมุ่งใช้แนวคิดทำน้อย ได้มาก ผู้เขียนเชื่อว่าหากผู้ประกอบการไทยนำสามสิ่งข้างต้นมาปรับใช้กับสินค้าของตัวเองแล้วจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าตัวเองได้ และจะสามารถส่งออกเพื่อนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้ มิใช่เป็นเพียงแค่ผู้ส่งออกวัตถุดิบอย่างเช่นปัจจุบัน


.

.

เรื่อง : มารุโตะ


อ่านบทความเพิ่มเติมจากงาน Foodex Japan 2019 ในมุมมองของ จตุรงค์ กอบแก้ว

FOODEX JAPAN 2019 อาหารยุคใหม่ รสชาติดีไม่มีประโยชน์…ขายไม่ได้!!!

ถ้าสนใจบทความเกี่ยวกับอาหารและนวัตกรรม แนะนำให้อ่านบทความเหล่านี้ต่อ

ทำความรู้จัก “Lab-grown foods” อาหารสังเคราะห์แห่งโลกอนาคต

5 Superfoods สู้อาการอักเสบ