“บาร์โด” แปลว่า “การเปลี่ยนผ่าน” หรือ “ช่องว่าง” ระหว่าง “สถานการณ์ที่สิ้นสุด” และ “อีกสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น”


โดยทั่วไป ชาวทิเบตรู้จัก “บาร์โด” ดี ว่าเป็นภาวะที่อยู่ระหว่าง “การดับ” และ “การเกิดใหม่”

และคำสอนเกี่ยวกับ “บาร์โด” ที่กล่าวถึง “การดับ” และ “การเกิดใหม่” มีความลึกซึ้ง ชี้ให้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่เราเรียกว่า “ชีวิต” และ “ความตาย” นั้น ไม่อาจแยกจากกันได้

Geshe Dadul Namgyal, Ph.D., Buddhism and Philosophy, Drepung Monastic University, Tibet. กล่าวว่า “การดับ” และ “การเกิดใหม่” เกิดขึ้นทุกขณะในชีวิตของเรา จิตดวงปัจจุบันเป็นจิตที่เกิดจากการดับของจิตในขณะก่อน

การดับและการเกิดใหม่ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของเรา ทำให้จิตทั้งเสื่อมถอยและพัฒนาได้ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบประสบการณ์ทั้งเรื่อง “การดับ” “บาร์โด” และ “การเกิดใหม่” อยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ ในขณะมีชีวิตอยู่ จึงมีการสอนเรื่องการบำเพ็ญทางจิต การทำสมาธิภาวนาตามหลักพุทธศาสนา เป็นการตระเตรียมใจเข้าสู่จิตระดับต่างๆ

เพราะขณะที่เราเคลื่อนจาก “บาร์โด” หนึ่งสู่อีก “บาร์โด” หนึ่ง ทั้งใน “การดับ” และ “การเกิดใหม่” จะมีความเปลี่ยนแปลงในจิตใจเสมอ

คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่มีตัวละครชื่อ Batou ปรากฏในอะนิเมะเรื่อง Ghost in the Shell

Ghost in the Shell มังงะผลงานการวาดของ Masamune Shirow เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนๆ ที่นิตยสาร Seinen Manga ในปี ค.ศ. 1989 ได้รับการดัดแปลงเป็นอะนิเมะ Series ทางโทรทัศน์ และภาพยนตร์หลากหลายเวอร์ชั่น

ตัวละครหลักของ Ghost in the Shell คือ “ผู้พัน Motoko” เป็น “หุ่นยนต์” และ “บาโตะ” (Batou) เป็น “ไซบอร์ก” แห่ง “หน่วยพิเศษที่ 9” ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น นอกจาก “ผู้พัน Motoko” และ “บาโตะ” ยังมี “โทงุสะซัง” ซึ่งเป็น “มนุษย์” ร่วมทีมด้วย

คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่มีตัวละครชื่อ Batou ปรากฏในอะนิเมะเรื่อง Ghost in the Shell

คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ Masamune Shirow กำหนดให้ “ผู้พัน Motoko” เป็น “หุ่นยนต์” ส่วน “บาโตะ” (Batou) เป็น “ไซบอร์ก” และ “โทงุสะซัง” เป็น “มนุษย์”

ราะแนวคิดหลักของ Ghost in the Shell ที่ Masamune Shirow กำหนดไว้ก็คือ  “ร่างกาย” เป็น Shell หรือ “เปลือกหอย” ส่วน Ghost คือ “จิต/วิญญาณ”

“ร่างกาย” ในความหมายของ Masamune Shirow ไม่ว่าจะเป็น “มนุษย์” หรือ “ไซบอร์ก” หรือ “หุ่นยนต์” ก็คือ Shell เหมือนกัน เพราะทั้ง “ผู้พัน Motoko” “บาโตะ” และ “โทงุสะซัง” ต่างก็มี Shell หรือ “ร่างกาย” เป็นที่ประจักษ์

โดยทั้ง “ผู้พัน Motoko” “บาโตะ” และ “โทงุสะซัง” ต่างก็มีความรู้สึกนึกคิด “จิต/วิญญาณ” หรือ Ghost ด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับ “ผู้พัน Motoko” และ “บาโตะ” แล้ว ความที่พวกเขาเป็น “หุ่นยนต์” และ “ไซบอร์ก” ทำให้ “ร่างกาย” ไม่ได้เป็นของพวกเขา

ซึ่งทั้ง “ผู้พัน Motoko” และ “บาโตะ” หรือ “ไซบอร์ก” และ “หุ่นยนต์” คนอื่นๆ ใน Ghost in the Shell ต่างมีสิทธิ์ที่จะ “ลาออก” จาก “ความเป็นไซบอร์ก” ได้ ทว่า ก็ต้องส่งคืน “ร่างกาย” ให้กับทางการทันทีที่ลาออก

จุดนี้เอง ที่ทำให้ทั้ง “ผู้พัน Motoko” และ “บาโตะ” เริ่มคิดคำนึงถึงประเด็นนี้ และเกิดความไม่แน่ใจ ว่าแท้จริงแล้ว “ตนเองเป็นใคร” โดยเฉพาะ “ผู้พัน Motoko” ที่พยายามสืบหารากเหง้าของตนเอง

“วรรคทอง” ที่เสมือนเป็นกุญแจสำคัญของ Ghost in the Shell ก็คือ การที่ “ผู้พัน Motoko” “บาโตะ” และ “โทงุสะซัง” ต้องสัมผัสกับ “ไซบอร์ก” ที่ไร้ “จิต/วิญญาณ” ผู้ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อตัวเอง ไม่เคยพบเห็นหน้าพ่อแม่ และจำสถานที่เกิดและเติบโตมาก็ไม่ได้

ทำให้ “บาโตะ” กล่าวว่า “ในโลกนี้ ไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่า Shell ที่ไม่มี Ghost อีกแล้ว”

www.gq.com

สำหรับ “มนุษย์” ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็คงไม่ต่างไปจากมังงะเรื่อง Ghost in the Shell เพราะเรามี “ร่างกาย” หรือ Shell กับ “จิต/วิญญาณ” หรือ Ghost เหมือน “ผู้พัน Motoko” “บาโตะ” และ “โทงุสะซัง” ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายท่านทราบกันดีอยู่แล้ว

ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีงานวิจัยใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลของ “จุลินทรีย์” ที่มีต่อ “ร่างกาย” หรือ Shell กับ “จิต/วิญญาณ” หรือ Ghost งานวิจัยบางชิ้นชี้อิทธิพลของ “จุลินทรีย์” ในลำไส้ที่ส่งผลถึง “สภาพอารมณ์” ขณะที่บางชิ้นค้นพบการมีอยู่ของ “จุลินทรีย์” ในสมองของคน

แม้ว่า ณ ขณะนี้ มีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า “จุลินทรีย์” นั้นเกี่ยวข้องกับ “ร่างกาย” หรือ Shell อย่างแน่นอน ในฐานะ “ชีวนิเวศจุลชีพ” หรือ Microbiome ที่ให้การคุ้มครองและเยียวยาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ โดยในกรณีคนป่วย “จุลินทรีย์” จะช่วยฟื้นฟูดูแล และในกรณีที่ยังไม่ป่วย “จุลินทรีย์” จะช่วยปกปักรักษา

ทว่า เรายังคงไม่อาจตัดสินได้ว่า “จุลินทรีย์” เกี่ยวข้องกับ “จิต/วิญญาณ” หรือ Ghost แน่ชัดหรือไม่ ทำได้เพียงการสังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ “ลำไส้” มี “ระบบประสาทของตนเอง” ทำงานได้เองโดยไม่ขึ้นอยู่กับคำสั่งจาก “สมอง” และ “ลำไส้” คือที่อยู่อาศัยของ “จุลินทรีย์” มากที่สุดและหลากหลายชนิดที่สุด อีกทั้งมีการพบความเกี่ยวข้องกันของ “จุลินทรีย์” ใน “ลำไส้” กับ “จุลินทรีย์” ในสมอง

ระหว่างที่รอการค้นพบ มีนักคิดและศิลปินจำนวนมาก พยายามทำความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะวงการภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น Ghost in the Shell, Akira, The Matrix, Transcendence, Lucy, Her และอีกหลายเรื่อง ถ้ามีโอกาสควรจะได้ชมกันครับ


ย้อนอ่านบทความสองตอนแรก

ความคิดของเรา ไม่ใช่ของเรา (ตอนที่ 2)

ความคิดของเรา ไม่ใช่ของเรา (ตอนที่ 2)