พูดถึงอาชีพ ‘นักข่าว’ เรามักจะนึกถึงคนที่ไปทำข่าว ผู้รายงานข่าว ซึ่งต่างก็ทำหน้าที่สื่อสาร/รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น และถ้าแยกให้ชัดขึ้นก็จะมี ‘Reporter’ กับ ‘Journalist’ มาในยุคดิจิทัลที่มีการเก็บข้อมูล (Data) เพื่อนำไปวิเคราะห์ คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป Data Journalist หรือ นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก จะเป็นอาชีพที่สังคมต้องการมากขึ้น


เกริ่นก่อนว่ามีโอกาสไปร่วมงาน International Open Data Day : Build Our Open Data ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ The Reading Room โดยเป็นงานที่เปิดโอกาสให้คนที่ใช้ Open Data ทำประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ออกมานำเสนอแนวคิด การทำงาน อุปสรรค และร่วมพูดคุยกับผู้ฟัง เปิดโอกาสให้ซักถามเพื่อพัฒนาและสร้างเครือข่ายกันต่อไป 

Data Journalist ไม่เกิด Open Data ไม่โต

คุณเก๋ – พรรณี อมรวิพุธพณิช อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย หนึ่งในผู้นำเสนอประเด็น ‘Data Journalist’ ไม่เกิด Open Data ไม่โต มาเล่าถึงการใช้งานและประโยชน์ของ Open Data บทบาทการทำงานในเครือข่ายนักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก มุ่งให้ความรู้ พัฒนาทักษะให้นักข่าว นักสื่อสาร พัฒนาความสามารถเป็น Data Journalist หรือ นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะมีประโยชน์มากสำหรับวิชาชีพสื่อและจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศได้

รู้จัก Data, Big Data, Open Data กันก่อน

  •  Data  คือ ข้อมูล ข้อเท็จจริง เหตุการณ์เกี่ยวกับคน สถานที่ สิ่งของ ซึ่งอยู่ในรูปของตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ และเมื่อรวบรวมแล้วนำไปประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
  •  Big Data  คือ ข้อมูลขนาดมหาศาลและมีความซับซ้อน ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่รองรับข้อมูลมหาศาลได้ มักทำงานบนระบบคลาวด์ ทั้งการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ประมวลผลแบบเรียลไทม์ และช่วยคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (อ่านเพิ่มเติมที่ Big Data คืออะไร อยู่ในชีวิตประจำวันของเราตอนไหน ใช้ประโยชน์อะไรได้?)
  •  Open Data คือ ระบบข้อมูลแบบเปิด ในแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ (Machine-readable Data) ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่คิดมูลค่า (Open License) และเป็นประโยชน์ต่อการนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างนวัตกรรมได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (Open Innovation) 

ตัวอย่างของ Open Data 

  • ข้อมูลเชิงสถิติ เช่น สถิติรายได้ของประชากรในแต่ละพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ข้อมูลพิกัดของตำบล โรงเรียน โรงพยาบาล
  • ข้อมูลตารางเวลา เช่น ข้อมูลตารางเวลาเดินรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถไฟ รถประจำทาง
  • ข้อมูลจากการตรวจจับด้วยเซ็นเซอร์ เช่น ข้อมูลระดับน้ำในเขื่อน สภาพอากาศ น้ำฝน ระดับฝุ่นละออง ในแต่ละช่วงเวลา
  • ข้อมูลรหัสมาตรฐาน เช่น ข้อมูลรหัสจังหวัด รหัสถนน รหัสหน่วยงานของรัฐ

เช่นที่ ประเทศอังกฤษ ภาครัฐเปิด London DataStore เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชาวลอนดอนในหลากหลายด้าน เช่น จำนวนผู้ว่างงาน การคมนาคมขนส่ง สิ่งแวดล้อม ข้อมูลสุขภาพ โดยเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะในรูปแบบของ Open Data-sharing Portal เพื่อให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล สตาร์ทอัพ และผู้สนใจนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

open data
Source : https://data.london.gov.uk

Data Journalist ทำอะไร สำคัญอย่างไร?

เมื่อรู้จัก Data, Big Data, Open Data และ Data Scientist แล้ว เราจะพาไปรู้จัก ‘Data Journalist’

จากอาชีพ Journalist หรือ Reporter นักข่าว นักสื่อสารที่สามารถทำงานคนเดียวได้ แต่ในยุคของข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล จึงผลักดันให้เกิดอาชีพ Data Journalist หรือ นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก ขึ้น และทำงานคนเดียวไม่ได้ เนื่องจากข้อมูลจะอยู่ในหลายรูปแบบ หากไม่มีความรู้ความสามารถในการค้นหา จัดการ และประมวลผลข้อมูลอย่างที่คนเรียนจบสาขาสถิติหรือคอมพิวเตอร์ก็จะไม่เข้าใจ จึงต้องทำงานร่วมกับหลายอาชีพ 

  • นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)
  • นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ (Predictive Modelers)
  • โปรแกรมเมอร์
  • นักข่าว
  • กราฟิกดีไซเนอร์
  • ฯลฯ

Data Journalist สามารถช่วยงาน Journalist ได้ โดยสิ่งที่ Data Journalist ต้องการคือ นำข้อมูลที่ได้มาย่อย เรียงประเด็น สื่อสารให้เข้าใจง่ายเพื่อบอกต่อหรือกระจายข่าวออกไป เพื่อทำให้เกิดอิมแพ็ค สร้างการตระหนักรู้ ไปจนถึงการป้องกันและแก้ปัญหา


ข้อมูลที่เปิดเผยเป็นประโยชน์ต่อคน 4 กลุ่ม

การทำงานเป็น ‘นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก’ อาจติดขัดตรงที่ภาครัฐในหลายประเทศยังไม่จัดทำระบบข้อมูลเปิด หรือจัดทำแล้วแต่ยังไม่มี Data ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึกจึงต้องพยายามกระตุ้นให้ภาครัฐหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดทำระบบข้อมูลเปิดเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ ประโยชน์ทางตรงจะเกิดกับคน 4 กลุ่ม

International Open Data Day คือ วันที่กลุ่มผู้สนใจเรื่องระบบข้อมูลแบบเปิด (Open Data) ทั่วโลก ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในระดับสาธารณะ โดยเริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2019

  1. นักข่าวหรือสื่อมวลชน ที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการนำเสนอข่าวหรือบทความ
  2. นักพัฒนาแอปพลิเคชัน/บริษัทสตาร์ทอัพ/ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทำงานของแอปพลิเคชัน หรือการทำธุรกิจ
  3. นักวิจัยหรือนักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐานการวิจัย หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
  4. ประชาชน ที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน

กรณีศึกษา : หายนะจากน้ำมัน 1.3 ตันที่รั่วไหลลงทะเล

 Sanchi
จุดที่น้ำมันรั่ว เรือ Sanchi จมเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2018

คุณเก๋ – พรรณี ยกตัวอย่างเหตุการณ์ Sanchi Oli Spill เรือน้ำมันซานจีรั่วซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคม 2561 บริเวณคาบสมุทรเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ซึ่งปริมาณน้ำมันที่ไหลลงสู่ทะเลมีมากถึง 1.3 แสนตัน ทำให้เกิดไฟลุกท่วมกลางทะเลและมีผู้เสียชีวิต 32 ราย

ในด้านการรายงานข่าว สำนักข่าวไทยนำข่าวมาแปลว่าเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายอย่างไร ขณะที่จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทเรือน้ำมัน บอกแต่เพียงว่า มีน้ำมันรั่วไหลแต่ไม่เกิดผลกระทบต่อชายฝั่งเพราะเหตุเกิดกลางทะเลลึก 

Data Journalist Sanchi Reuters
FILE PHOTO: Smoke is seen from the Panama-registered Sanchi tanker carrying Iranian oil, which went ablaze after a collision with a Chinese freight ship in the East China Sea, in this January 9, 2018 handout picture released by China’s Ministry of Transport January 10, 2018. China’s Ministry of Transport/Handout via REUTERS | Source : www.reuters.com
The Panama-registered Sanchi tanker carrying Iranian oil went ablaze after a collision with a Chinese freight ship. China Daily via REUTERS Data journalist
The Panama-registered Sanchi tanker carrying Iranian oil went ablaze after a collision with a Chinese freight ship. China Daily via REUTERS

รอยเตอร์สไม่เชื่อและไม่ยอมแพ้

ลองนึกถึงตอนน้ำมันดิบ 50 ตัน รั่วลงทะเลบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ยังสร้างความเสียหายไม่น้อย แล้วนี่เป็นแสนตัน! นักข่าวรอยเตอร์สไม่เชื่อว่า น้ำมันนับแสนตันจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล แต่ก็หาข้อมูลจาก 3 ประเทศดังกล่าวไม่ได้ จึงติดต่อขอ Open Data จาก ศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติ (NOC : National Oceanography Centre) 

Oil spill Feb 2018

ได้ข้อมูลมาก็อ่านไม่เข้าใจ ใช้งานไม่ได้ นักข่าวจึงต้องให้ Data Scientist ช่วยวิเคราะห์คาดการณ์ (ใช้เครื่องมือ Python ช่วยทำโค้ด) เขียนเป็นข้อมูลออกมาให้เข้าใจง่าย โดยข้อมูลที่ได้คือ ละติจูด – ลองจิจูดการเคลื่อนตัวของน้ำมัน ซึ่งทำให้รู้ว่า น้ำมันที่รั่วไหลนั้นกินบริเวณ 120 ตารางกิโลเมตร เทียบได้กับระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ – หัวหิน เป็นหายนะทางทะเลอย่างใหญ่หลวง 

ดูภาพเคลื่อนไหวของน้ำมันที่กระจายตัวออกไปได้ที่ : http://fingfx.thomsonreuters.com

จากตัวอย่างเหตุการณ์นี้จะเห็นว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องร่วมกันรับรู้ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล แต่หลายภาคส่วนกลับไม่เปิดเผยข้อมูลและเลี่ยงที่จะพูดถึง ดังนั้น ‘นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก’ ยังต้องสามารถเข้าถึง Open Data และใช้ประโยชน์ข้อมูลในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อเท็จจริงที่ลึกขึ้น และสุดท้ายต้องสื่อสารให้คนในสังคมเข้าใจได้ มิใช่รู้เพียงว่า เกิดอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร

‘นักสื่อสารข้อมูลเชิงลึก’ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี แต่ถ้าถามว่าจะเป็น Data Journalist ที่ทำงานคนเดียวได้หรือไม่ คำตอบคือ “ได้ แต่ต้องเขียนโค้ดเป็นและต้องเก่งรอบด้าน”


อ้างอิงข้อมูลจาก


Big Data คืออะไร อยากรู้มากกว่านี้ คลิกอ่านที่

Big Data คืออะไร อยู่ในชีวิตประจำวันของเราตอนไหน ใช้ประโยชน์อะไรได้?