ใครเคยมีประสบการณ์ ซื้อเสื้อผ้า ไปจนถึงซื้อเฟอร์นิเจอร์บางอย่าง มาแล้ว สวมใส่ไม่ได้หรือไม่เหมาะกับรูปร่าง การใช้งาน ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป แล้วคิดว่าถ้ามีการผลิตสินค้าที่กล่าวมานี้ด้วยไซซ์มาตรฐานตามรูปร่างของคนไทยโดยเฉพาะ เหมือนการกำหนดไซส์เสื้อผ้า รองเท้า ของทางฝั่งยุโรปบ้าง คงจะดีไม่น้อย

วันนี้ความคิดนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องจริง เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ออกมาประกาศว่า ได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดรูปร่างคนไทย หรือ ‘มาตรฐาน SizeThai’ ออกมาใช้งานจริงแล้ว


ที่มาโครงการศึกษาวิจัย ‘มาตรฐาน SizeThai’ เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมการผลิตไทย

นิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยข้อมูลอัปเดตล่าสุดของการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดรูปร่างคนไทย หรือ ‘มาตรฐาน SizeThai’ ว่า

“ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดรูปร่างคนไทย ซึ่งเป็นการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานชาย-หญิงไทย อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 13,442 ราย ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในการออกแบบพัฒนาสินค้าที่เกี่ยวกับสรีระร่างกาย เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ต่างๆ อย่างเก้าอี้ ที่นอน โต๊ะ เนื่องจากที่ผ่านมาการออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสรีระคนไทย ส่วนใหญ่ใช้มาตรฐานไซซ์ของต่างประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐ ส่งผลให้ไซซ์เสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่ได้มาตรฐานคนไทย”

โดยจุดประสงค์หลักของการทำ ‘มาตรฐาน SizeThai’ เกิดขึ้นเนื่องจาก เสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเพื่อให้คนไทยสวมใส่ ส่วนใหญ่อ้างอิงจากไซซ์ต่างประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐ ทำให้ไซซ์แขน ขาของเสื้อผ้าต่างๆ ไม่พอดี ชายเสื้อยาวไปบ้าง ต้องคอยตัดออก หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้นั่งทำงาน เก้าอี้นั่งกินข้าว บางอันก็สูงไปทำให้เมื่อยได้ ยิ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับทำงาน ถ้าออกแบบไม่ถูกกับสรีระของผู้ใช้อาจทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้

แต่เมื่อมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ‘มาตรฐาน SizeThai’ ขึ้นแล้ว รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิตจะได้ประโยชน์จากการกำหนดมาตรฐานนี้ไปเต็มๆ เพราะต่อไปผู้ผลิตเสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นการผลิตและจำหน่ายในประเทศ จะสามารถนำมาตรฐานขนาดรูปร่างไปใช้ในการผลิตสินค้าได้

และเพื่อให้เห็นภาพประโยชน์ที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตจะได้จากโครงการนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สรุปไว้ดังนี้  

  • ธุรกิจเสื้อผ้าและสิ่งทอ ช่วยให้ผู้ผลิตออกแบบและกำหนดขนาดไซซ์ที่เหมาะสมกับขนาดรูปร่างของกลุ่มลูกค้าของตนได้ดียิ่งขึ้น
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์หรือชิ้นส่วนรถยนต์สามารถออกแบบที่นั่ง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในรถที่เหมาะสมกับขนาดรูปร่างของคนไทยได้มากยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่
  • อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ช่วยให้การออกแบบเตียงนอน เก้าอี้ เหมาะกับขนาดรูปร่างของคนไทย ช่วยในการจัดวางรูปแบบของที่ทำงาน และออกแบบอุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะสม สะดวก ปลอดภัย และถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) 
  • การแพทย์ สามารถใช้ข้อมูลขนาดรูปร่างและสัดส่วนคนไทยในการวิเคราะห์ด้านโภชนาการ และอุบัติการณ์การเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน พร้อมศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของประชากรไทย อาทิ เพื่อใช้ในการพัฒนาสรีระของนักกีฬาไทย 

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการบังคับใช้ยังอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการ

โดยมาตรฐาน มอก. ขนาดรูปร่างคนไทยจะแบ่งเป็นผู้ชายและผู้หญิง เป็นมาตรฐานทั่วไป ที่ได้จากการวัดขนาดด้วยเทคโนโลยีตรวจวัดเรือนร่างสามมิติ (3D Body Scanner) กับกลุ่มตัวอย่าง 13,442 คน ใน 5 ภาคทั่วประเทศซึ่งมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน มาใช้เครื่องสแกนสามมิติด้วยแสงขาว วัดสัดส่วนต่างๆ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ความกว้างของขนาดศีรษะ ระยะห่างตา ความยาวมือ รอบเท้า ความยาวเท้า จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์คำนวณกำหนดเป็นไซซ์ไทย


สร้าง มาตรฐาน SizeThai’ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ 3D Body Scanning

มาตรฐาน SizeThai ที่ออกมานี้ ประกอบด้วยไซซ์ผู้ชาย 9 ไซซ์ กำหนดจากรอบอก รอบเอว ส่วนผู้หญิงมี 10 ไซส์ กำหนดจากรอบอก รอบเอว และรอบสะโพก

อย่างที่เกริ่นมาข้างต้นว่า มาตรฐาน SizeThai เป็นผลลัพธ์จากการใช้เทคโนโลยี 3D Body Scanning ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทัดเทียมกับเทคโนโลยีที่ใช้ในประเทศชั้นนำต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น โดยตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ใช้ผลจากการสำรวจด้วยเทคโนโลยี 3D Body Scanning นี้เพื่อกำหนดไซซ์มาตรฐานของประเทศจนสำเร็จ

การทำงานของเครื่อง 3D Body Scanner นั้น จะทำงานโดยการฉายริ้วแสงสีขาว (Light Stripe) ไปที่ร่างกายผู้รับการสแกน โดยมีเซ็นเซอร์ 12 ตัว เป็นตัวจัดเก็บข้อมูลรูปร่าง และส่งผลไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลภาพที่ได้ สร้างเป็นโครงร่างจุดสำคัญต่างๆ และเชื่อมโยงจุดทั้งหมด เข้าด้วยกันจนเห็นเป็นพื้นผิวแบบ 3 มิติ

จากนั้น ซอฟต์แวร์จะกำหนดจุด Landmark บนร่างกาย และวัดสัดส่วนของร่างกายโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าการวัดด้วยมือที่เคยทำมา โดยหลังจากที่สแกนด้วยเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำข้อมูลที่ได้จากการสแกน มาร่วมกับเทคโนโลยีการประมวลผลที่เรียกว่า Swarm Intelligence ซึ่งดำเนินการโดย ดร. สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ ซึ่งเป็นนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จัดระบบข้อมูลเพื่อประมวลผลกระทั่งได้เป็นตารางมาตรฐาน ‘SizeThai’

โดยโครงการ SizeThailand นี้ มีทีมนักวิจัยจำนวน 11 ท่าน มาร่วมกันศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยเนคเทคเป็นผู้ริเริ่มและเป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการจัดเก็บข้อมูลทั่วประเทศ พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ โครงการวางมาตรฐาน SizeThai สำเร็จเป็นรูปธรรมได้ด้วยพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ โรงพยาบาลรามาธิบดี สมาคมช่างตัดเสื้อไทย สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์การอบรมแพ็ทเทิร์น อุตสาหกรรมแพ็ทเทิร์น ไอที โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนหลายแบรนด์ ได้แก่ โตโยต้า เทสโก้ โลตัส ไทยวาโก้ และธนูลักษณ์ (ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แอร์โรว์) 

ต่อไปในอนาคต ชาวไทยจะได้เลือกซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีไซซ์เฉพาะคนไทยให้เลือกสรร ไม่ต้องง้อมาตรฐานไซซ์ทางฝั่งตะวันตกที่ไม่เหมาะกับคนไทยอีกแล้ว …อีกไม่นานเกินรอ


อ้างอิง :

  • รายงานข่าว เรื่อง ‘กำหนดมาตรฐานรูปร่างคนไทย’ ที่มา : เดลินิวส์ (13 มีนาคม 2562) เผยแพร่ในเว็บไซต์ สสส.
  • ข้อมูลมาตรฐาน SizeThailand จาก เว็บไซต์ www.sizethailand.org

อัปเดตนวัตกรรมสร้างสรรค์ดีๆ ฝีมือคนไทย กันต่อ

เปิดตัวต้นแบบงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ‘ไก่ยูริกต่ำ’ เอาใจคนรักสุขภาพ ฝีมือ อาจารย์ มข.

ชุดน้ำยาเรืองแสง พิสูจน์คราบดีเอ็นเอ ช่วยไขคดี ‘อาชญากรรม’ ผลงานวิจัยดีกรีรางวัลสภาวิจัยฯ

สำรวจ ‘ศูนย์ทดสอบ 5G’ ที่ ม.เกษตร ศรีราชา อยากรู้เหมือนกันไหมว่า แต่ละองค์กรใช้ 5G สร้างประโยชน์ด้านใด