ข่าวการจากไปของ ฉู่ สือเจี้ยน (褚时健) เจ้าของฉายา ‘ราชายาสูบแห่งเอเชีย’ และ ‘ราชาส้มเช้งของจีน’ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับว่าสร้างความสะเทือนใจและความอาลัยให้กับชาวยูนนานจำนวนไม่น้อย เพราะความดีที่ ฉู่ สือเจี้ยน ทิ้งไว้ ก่อนที่ร่างของเขาจะจากโลกนี้ไปในวัย 91 ปีนั้น ยังคงอยู่ในใจของชาวยูนนานและชาวจีนทั้งประเทศ

โดยเฉพาะในมุมของเจ้าของกิจการ นายฉู่อุทิศเวลากว่าครึ่งชีวิตของเขาพัฒนาพันธุ์ส้มเช้ง หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า “เฉิง” (橙) กระทั่งกลายเป็นผู้ให้กำเนิดแบรนด์ส้มเช้ง “ฉู่เฉิง” (褚橙) แห่งมณฑลยูนนาน ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวยูนนาน ส่งผลให้จีนสามารถผลิตและส่งออกได้ในปริมาณมหาศาล รวมทั้งยังส่งมาจำหน่ายที่ประเทศไทยด้วย

คุณูปการที่นายฉู่ฝากไว้ ไม่ใช่แค่แบรนด์ส้มเช้งยูนนาน ฉู่เฉิงที่รู้จักไปทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ เขาเป็นต้นแบบผู้ประกอบการสินค้าเกษตรของจีนที่ริเริ่มนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง QR Code มาติดที่ผลส้ม เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและลอกเลียนแบบส้มเช้งที่เขาผลิตด้วย


ทำความรู้จักส้มเช้งยี่ห้อ ‘ฉู่เฉิง’ ของ ‘นายฉู่’

สำหรับส้มเช้งติดยี่ห้อ “ฉู่เฉิง” พัฒนามาจากส้มเช้งสายพันธุ์ “ปิงถาง” (冰糖) แปลว่า “น้ำตาลกรวด” ชื่อนี้สื่อได้อย่างดีถึงรสชาติหวานปานน้ำตาลกรวดของส้มพันธุ์ ปิงฉาง ซึ่งเป็นส้มเช้งที่พบได้ทั่วไปในจีน แต่นายฉู่นำมาตอนกิ่ง ติดตาผสมกับส้มสายพันธุ์อื่นที่มีลักษณะเด่น ดูแลบำรุงรักษาอย่างดี ควบคุมอุณหภูมิ แดด น้ำ และปุ๋ย จนเกิดเป็นส้มเช้งพันธุ์ปิงถาง ผลผลิตชั้นเลิศจึงเป็นต้นกำเนิดของส้มเช้งยี่ห้อ “ฉู่เฉิง” ที่ผู้บริโภคเรียกกันติดปากและแปลตรงตัวว่า ส้มเช้งของนายฉู่ นั่นเอง

ผลของส้มเช้งได้รับการเก็บเกี่ยวด้วยความชำนาญ ดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้มีริ้วรอย ความเสียหาย คงเอกลักษณ์ของส้มเช้งยี่ห้อ ฉู่เฉิง ที่มีทรงกลมมน ผิวเกลี้ยง สีเหลืองอมส้มไว้อย่างครบถ้วน และสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อส้มพันธุ์นี้ ต่างบอกตรงกันด้วยว่า ประทับใจไปถึงแพ็กเกจจิงที่บรรจุส้มเช้ง ฉู่เฉิง เพราะได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม

มาถึงอีกหนึ่งสิ่งที่ยิ่งทำให้ส้มเช้ง ฉู่เฉิง ได้รับการจดจำ นั่นคือ นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากมันสมองของนายฉู่ โดยเขาจะสลักรหัสหรือติด QR code เอาไว้ที่ผลส้มทุกลูก ด้วยวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันพวกที่จ้องจะเลียนแบบและปลอมแปลงส้มเช้งของเขานั่นเอง

เทคโนโลยี QR code ที่นายฉู่ใช้ป้องกันการปลอมแปลงสินค้าทุกปีนี้จะเปลี่ยนไปทุกปี ซึ่งทางสวนของนายฉู่จะประกาศให้ทราบหลังผลผลิตส้มเช้งของเขาออกสู่ตลาดแล้ว เพื่อให้พวกที่จ้องจะเลียนแบบ QR Code ส้มเช้งแบรนด์ฉู่เฉิงทำเลียนแบบไม่ทัน เรียกว่ากว่าจะทำเลียนแบบได้ ส้ม “ฉู่เฉิง” ของแท้ก็ขายหมเสียแล้ว นอกจากนี้ ประโยชน์ของการติดรหัสหรือ QR code ยังช่วยระบุสินค้ากับตัวแทนจำหน่ายได้ จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ทันทีหากพบว่าสินค้ามีปัญหา


ฉู่ สือเจี้ยน ราชาเกษตรกรชาวจีนผู้ไม่ย่อท้อ เดินหน้าชนทุกปัญหาด้วยปัญญา

ฉู่ สือเจี้ยน / Source : finance.sina.com.cn

หลังจากที่ราชาส้มเช้งของจีนจากโลกนี้ไปไม่นาน สังคมจีนก็กล่าวขานถึงนายฉู่ผู้ล่วงลับ ด้วยความยกย่องในฐานะผู้ที่ใช้ชีวิตของเขาเป็นแบบอย่างเพื่อสอนบทเรียนชีวิตให้กับชาวจีนได้รู้ว่า “คนเก่งที่แท้จริง ไม่ได้ดูที่เขาขึ้นไปอยู่สูงแค่ไหน แต่ดูที่เมื่อตกลงมาแล้ว ยังจะยืนขึ้นมาอีกได้หรือไม่”

เพราะหากย้อนไปดูอัตชีวประวัติของพ่อค้าและเกษตรกรชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนนี้ เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในอุตสาหกรรมยาสูบเมื่อปี ค.ศ. 1979 โดยรับตำแหน่งผู้จัดการโรงงานยาสูบเมืองยวี่ซี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลยูนนาน นายฉู่ใช้เวลาเพียง 15 ปี พลิกฟื้นโรงงานยาสูบที่ใกล้ล้มละลายให้มีสินทรัพย์มากกว่า 7,000 ล้านหยวน ชำระภาษีเกือบ 20,000 ล้านหยวนต่อปี และสำคัญที่สุดคือการสร้างแบรนด์ “หงถ่า” (红塔) ให้มีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่า 30,000 ล้านหยวน จนได้รับสมญานามว่า “ราชายาสูบแห่งเอเชีย”

เรียกได้ว่า อุตสาหกรรมยาสูบของมณฑลยูนนานมีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของจีนได้ก็ด้วยคุณูปการของ ราชายาสูบแห่งเอเชีย ท่านนี้ ก็ไม่ผิดจากความจริงนัก

มรสุมชีวิตของนายฉู่ยังคงเกิดขึ้นอีกระลอกระหว่างปี ค.ศ. 1995 – 2001 เนื่องจากนายฉู่และครอบครัวถูกดำเนินคดีด้วยปัญหาทางการเงิน จึงเป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิตของครอบครัวฉู่

จนกระทั่งปี ค.ศ. 2002 แสงแห่งความหวังก็ได้ส่องขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เมื่อนายฉู่ตัดสินใจเช่าที่ดินรกร้างในเมืองยวี่ซี นำมาปรับปรุงสภาพดินเพื่อเพาะปลูกส้มเช้ง โดยนายฉู่ทุ่มเทมันสมองและสองมือในการทดลองพัฒนาสายพันธุ์ ด้วยการปรับเอาวิทยาการทางการเกษตร ควบคุมการให้ปุ๋ยและปัจจัยภายนอกต่างๆ จนผ่านไป 10 ปี ผลลัพธ์ของความตั้งใจก็ผลิดอกออกผล เป็นส้มเช้งเกรดพรีเมียม แบรนด์ “ฉู่เฉิง” ทำให้นายฉู่กลายเป็น “ราชาส้มเช้งของจีน” ในที่สุด


เรียนจากผู้รู้ – ดูวิธีแก้ปัญหา – สังเกตราคาผลผลิตทางการเกษตร – พึ่งพาตัวเองและนวัตกรรม

แน่นอนว่า เส้นทางเดินของนายฉู่สู่การเป็นราชาส้มเช้งของจีนก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทั้งหมด แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้แกผู้ประกอบการและเกษตรกรรุ่นหลัง กลับมีค่ายิ่งและสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อฝ่าฟันทุกปัญหาที่เกิดขึ้นบนเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการเกษตรได้จริง

ยกตัวอย่าง ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ผลผลิตทางการเกษตรส่วนใหญ่มีอายุการเก็บรักษาสั้น เน่าเสียง่าย ทำให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบจากผู้ผลิตและถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา โดยไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคาสินค้าได้ ขณะเดียวกัน หากไม่รีบตัดสินใจขายไปทั้งที่ขาดทุน สินค้าก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเน่าเสียอีก

แต่ส้มเช้ง “ฉู่เฉิง” กลับไม่ประสบปัญหาที่กล่าวมา นี่จึงเป็นบทเรียนที่น่าศึกษาและนำมาปรับใช้มาก เพราะส้มเช้งของนายฉู่สามารถจำหน่ายหมดภายในเวลาประมาณ 1 เดือน นับตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ตลาด ที่สำคัญ ผู้ผลิตยังเป็นทั้งผู้กำหนดราคาขายส่งให้แก่ตัวแทนจำหน่ายและยังกำหนดราคาขายปลีกที่เหมาะสมได้อีกด้วย

ที่ทำเช่นนี้ได้ เพราะกลไกและมาตรการที่เด็ดขาดที่นายฉู่วางไว้ คือ หากพบการขายเกินราคาที่กำหนด ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบจากรหัสหรือ QR code บนผลส้มว่าเป็นสินค้าของตัวแทนจำหน่ายรายใด จากนั้นแจ้งมายังบริษัทผู้ผลิตส้มฉู่เฉิง ซึ่งถ้าทางบริษัทพบว่าตัวแทนจำหนายรายใดทำผิดจริง ก็จะดำเนินการลงโทษโดยเพิกถอนสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่าย ทำให้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายกล้าขายเกินราคา เนื่องจากไม่คุ้มเลยถ้าจะถูกถอนจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายของส้มเช้ง “ฉู่เฉิง” นั่นเอง

และนอกจากส้มเช้ง “ฉู่เฉิง” แล้ว นายฉู่ยังพัฒนาส้มสายพันธุ์ใหม่อีก 2 สายพันธุ์ โดยตั้งชื่อว่า ส้มแมนดารินฉู่สือเจี้ยน (实建褚柑) และส้มเช้งสือเจี้ยน (实建橙) ซึ่งก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค


ตามรอยส้มเช้งฉู่เฉิง ทางออกปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรไทย ยกระดับการผลิตให้เป็นพรีเมียม 

ถึงตอนนี้ โกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ผู้เขียนบทความเรื่อง “ฉู่เฉิง” ส้มเช้งติดรหัส QR code ของยูนนาน” ที่เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ thaibizchina.com นำกรณีศึกษาความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ส้มเช้ง “ฉู่เฉิง” มาปรับกับสถานการณ์ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำของไทย โดยให้ข้อมูลว่า

“ที่จริงแล้ว คนไทยโชคดีที่มีผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตผลไม้ได้หลากหลายและมีรสชาติดี แต่ทุกปีเรามักได้ยินข่าวผลไม้ไทยมีผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ ต้องขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันบริโภคเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จนต้องกลับมาขบคิดว่า เหตุใดผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจึงต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้ทุกปี”

เพราะการที่เกษตรกรไทยเลือกปลูกผลไม้เชิงเดี่ยวตามกระแส เมื่อผลไม้ชนิดไหนมีราคาดี โดยขาดการควบคุม เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ แม้จะมีผลไม้บางชนิดที่มีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนต้องสั่งจองล่วงหน้า เช่น ทุเรียนเมืองนนท์ ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแล เป็นต้น แต่ก็เป็นเพราะเกษตรกรผลิตได้น้อย ไม่ได้เกิดจากการวางแผนควบคุมการผลิต

ผู้เขียนจึงมั่นใจว่า หากเกษตรกรไทย ตระหนักและต้องการหลุดพ้นจากปัญหานี้อย่างจริงจัง กรณีศึกษาเรื่องการแจ้งเกิดของ “ฉู่เฉิง” เป็นตัวอย่างที่ควรค่าแก่การหยิบเอาไปเป็นแรงบันดาลใจ เพราะทำให้เกษตรกรไทยเห็นว่า ท่ามกลางส้มเช้งจีนมากมายหลายสายพันธุ์ “ฉู่เฉิง” ก็สามารถแจ้งเกิดได้ ทั้งที่มีราคาสูงกว่า แต่สามารถชูจุดแข็งเรื่องคุณภาพ ดังนั้น ผลไม้ไทยหลายชนิดก็มีโอกาสแจ้งเกิดเช่นเดียวกัน โดยเกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ขณะเดียวกัน การควบคุมการผลิตและการตลาดก็มีความสำคัญ ตามหลักการ “การตลาดนำหน้าการผลิต”

นอกจากนี้ เกษตรกรควรเปลี่ยนพฤติกรรมจากการปลูกผลไม้เชิงเดี่ยว เป็นการปลูกผลไม้เชิงผสมผสาน ซึ่งแต่ละชนิดไม่ต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก เพื่อให้บำรุงรักษาและควบคุมคุณภาพได้ทั่วถึง โดยยึดหลักว่า “ทำน้อยได้มาก” และเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งควรหมั่นศึกษาข้อมูลด้านการตลาดอยู่เสมอตามแนว “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด


ที่มา :

  • เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “ฉู่เฉิง ส้มเช้งติดรหัส QR code ของยูนนาน” เขียนโดย โกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ thaibizchina.com (https://www.thaibizchina.com/article /ฉู่เฉิง-ส้มเช้ง)
  • ภาพประกอบจาก http://yg.ynshijian.com

อัปเดต เรื่องน่ารู้ในมุมการใช้เทคโนโลยีพัฒนาการเกษตรกันต่อ

ดัน CSA นำเทรนด์ ‘เกษตรอินทรีย์ 2019’ สร้างเศรษฐกิจแบ่งปันให้เกิดขึ้นจริง เกษตรกรอยู่ได้ ผู้บริโภคได้กินของดี

ดันแผน ‘เกษตรสมัยใหม่ อีอีซี’ มิติใหม่เชื่อมเกษตร ธุรกิจ เทคโนโลยี ไว้ด้วยกัน

ต้นแบบ ‘ฟาร์มดิจิทัล’ นวัตกรรมอัจฉริยะ เอาชนะทุกข้อจำกัดการทำเกษตรในประเทศ ‘สิงคโปร์’