ยุคนี้ใครๆ ก็คุ้นเคยกับดีกับคำว่า Entrepreneur ที่แปลว่า ผู้ประกอบการ และคำว่า Entrepreneurship ที่แปลว่า ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ โดยทักษะโดดเด่นของผู้ที่มีความเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้หลายคนยอมรับ นั่นคือ ความสามารถในการเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลิตผลหรือผลิตภาพอันน่าพึงพอใจ หรือสามารถนำเสนอทางออกของปัญหา (solution) ในทางสร้างสรรค์ได้

องค์กรยุคนี้ จึงมองหาบุคลากรที่ไม่ได้มีแค่ความรู้ความสามารถตรงตามตำแหน่งเท่านั้น ทว่า ทุกองค์กรต่างอยากได้พนักงานที่มีทั้งความสามารถ จิตวิญญาณ และทักษะความเป็นผู้ประกอบการด้วย เพราะคาดว่าพนักงานเหล่านี้จะเป็น Key person หรือ กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า พัฒนาเป็นองค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมยุคใหม่ได้ในที่สุด ซึ่งความมุ่งหวังนั้นคือ การสร้าง Intrapreneur หรือผู้ประกอบการภายใน ให้เกิดขึ้นในองค์กร นั่นเอง


ทำความเข้าใจนิยาม Intrapreneur บ่มเพาะ ‘ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ’ ให้คนในองค์กร

ในเอกสารวิชาการเรื่อง “Intrapreneur for Change ย่างก้าวการเดินทาง ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง” ซึ่งจัดทำโดย โครงการผู้นำแห่งอนาคต คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายถึงความหมายของ ความเป็นผู้ประกอบการภายใน ไว้ในบทเรียนแรก ว่า

“Intrapreneur ย่อมต้องมีคุณสมบัติที่กอปรด้วยทักษะและความสามารถเช่นเดียวกับ Entrepreneur แต่ Intrapreneur ไม่ได้ทำงานบนโจทย์ที่ตัวเองริเริ่มขึ้นเองอย่าง Entrepreneur แต่จะเห็นโอกาสบางอย่าง เห็นช่องว่างบางประการในโจทย์หรือปัญหานั้น จึงยื่นมือเข้าไปร่วมคิดร่วมทำ โดย Intrapreneur อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในระหว่างการทดลองนำแนวคิด แนวปฏิบัติ หรือนวัตกรรมที่ท้าทายมาใช้ช่วงแรกเริ่ม จึงจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่น พยายาม และอดทนอย่างมากที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นให้ได้”

ขณะที่อีกมุมหนึ่ง การสร้างความเป็นผู้ประกอบการภายในให้เกิดขึ้นในตัวพนักงานในองค์กร ยังเป็นการปฏิวัติแนวคิดของพนักงานทุกคน ให้มีความพร้อมและเต็มใจที่จะปฏิบัติงาน รู้สึกเสมือนตนเป็นเจ้าของกิจการ กระตือรือร้นในการเสนอตัวรับผิดชอบโครงการ เสนอไอเดีย พร้อมรับความเสี่ยง และต้องไม่หยุดขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อให้องค์กรเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำให้ได้

และเมื่อพนักงานมีความเป็น Intrapreneur โดยมีไอเดียและเป้าหมายที่ชัดเจน องค์กรก็ควรสนับสนุน ทั้งการเงินและการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สินค้า หรือบริการใหม่ๆ เพื่อให้ Intrapreneur ได้ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่บริษัท พร้อมกับการได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินเดือน อาทิ การได้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทใหม่ หรือ ได้ผลตอบแทนต่างๆ ที่มากกว่าตัวเงิน หากทำได้เช่นนี้ เส้นชัยและความสำเร็จของการทำธุรกิจนั้นก็จะอยู่ไม่ไกล


เทคนิคปรับ Intrapreneur Mindset คนทำงาน & องค์กร ขับเคลื่อนความสำเร็จให้ทุกออฟฟิศ

หากวางทิศทางมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรแห่ง Intrapreneur แล้ว แน่นอนว่าทั้งคนทำงานและตัวองค์กรเองต่างต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน โดยเริ่มจากการมอบนโยบายขององค์กรไปยังคนทำงาน เพื่อให้พวกเขาได้ตั้งหลักและปรับตัว โดยเรามีเทคนิคมาแนะนำ ดังนี้

  • เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความท้าทาย คุณสมบัติข้อแรกของพนักงานที่มี Intrapreneur Mindset คือไม่หวั่นต่องานยาก รวมไปถึงสิ่งที่ไม่ถนัดต่างๆ
  • ก้าวออกมาจาก Comfort Zone หากอยากยกระดับตัวเองให้เป็น Intrapreneur ขององค์กร ต้องกล้าออกมาจาก Comfort Zone โดยจินตนาการว่าตนเองหลังชนฝาแล้ว ทีนี้ล่ะ เราจะออกมาจากสถานการณ์อย่างไรด้วยการคิดนอกกรอบ
  • ขยับตัวเองสู่การเป็นผู้นำในองค์กร กล้าพูด กล้าทำ หากได้ร่วมประชุมในรอบที่มีความสำคัญต่อองค์กร ถ้ามีเรื่องอะไรที่คุณคิดว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ควรกล้าพูดออกไป เพราะการประนีประนอมหรือนิ่งเงียบอาจส่งผลเสียในระยะยาว และอย่างน้อยการได้พูดสิ่งที่คิดออกไป ก็จะทำให้ที่ประชุมรู้ว่ามีคนคิดต่าง นำไปสู่การทบทวนเรื่องนั้นใหม่เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้องค์กรได้
  • Life Long Learning ไม่ทำตัวเป็นน้ำล้นแก้ว ต้องพร้อมเรียนรู้ กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติด เพราะถ้ามีพนักงานที่ฝืนความเปลี่ยนแปลงแค่เพียงคนเดียว ย่อมส่งผลให้กลไกแห่งการพัฒนาติดขัด กระทบต่อภาพรวมในที่สุด

ต่อมา องค์กรต้องวางปัจจัยส่งเสริมให้คนทำงานสามารถขับเคลื่อนตนเองและองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่ง Intrapreneur ได้ โดย ดร.พรมิตร กุลกาลยืนยง อาจารย์ประจำคณะบัญชีและวิทยาการจัดการ วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก แนะนำเทคนิคไว้ในบทความ เรื่อง “กลยุทธ์การสร้างผู้ประกอบการในองค์การ” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (กุมภาพันธ์– พฤษภาคม 2561) ว่า

  1. องค์กรต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำยุคกว่าที่มีการใช้ในอุตสาหกรรมนั้นๆ เพื่อให้มีความสามารถในการผลิตสินค้าใหม่และสร้างยอดขายที่สูงขึ้นได้เรื่อยๆ
  2. ควรให้พนักงานมีโอกาสได้ลองผิดลองถูกเพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ เนื่องจากสินค้าและบริการใหม่ๆ ขององค์กรจะประสบความสำเร็จได้ ต้องเป็นการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจากสถิติพบว่า การที่จะสร้างผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นได้ จะต้องมีประสบการณ์ล้มเหลวอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
  3. ต้องจัดหาทรัพยากรต่างๆ ให้เพียงพอในการสนับสนุน โดยการที่องค์กรต้องการให้พนักงานใช้เวลาและความพยายามในการคิดสินค้าใหม่หรือธุรกิจใหม่ ทางองค์กรต้องสนับสนุนเงินทุนและกำลังคนที่เพียงพอ แต่หากองค์กรให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ จะเป็นเพียงการแก้ไขปัญหามากกว่าจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น
  4. สนับสนุนให้มีการทำงานเป็นทีมซึ่งมีสมาชิกมาจากหลายฝ่าย เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละคน แต่การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อการปรับตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพของสมาชิกแต่ละคนนั้น ยังคงต้องเป็นไปตามผลการปฏิบัติงานในตำแหน่งและหน้าที่ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
  5. องค์กรควรมีนโยบายให้รางวัลเพื่อเป็นการตอบแทนแก่พนักงานที่ทุ่มเทความพยายามและเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้แก่องค์กร การให้รางวัลในรูปแบบของการร่วมถือหุ้นในธุรกิจใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดความทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยให้องค์กรมีผลประกอบการที่บรรลุตามเป้าหมาย
  6. กิจกรรมการสร้างผู้ประกอบการในองค์กรต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงอย่างจริงจัง เพราะเป็นส่วนที่นับว่าสำคัญที่สุด โดยการสนับสนุนจากผู้บริหารสูงสุดอาจอยู่ในรูปแบบของการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม หรือการสนับสนุนทรัพยากรด้านบุคลากรและการเงิน

อ้างอิง :

  • เอกสารวิชาการ เรื่อง Intrapreneur for Change ย่างก้าวการเดินทาง ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจัดทำโดย โครงการผู้นำแห่งอนาคต คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
  • บทความวิชาการ เรื่อง “กลยุทธ์การสร้างผู้ประกอบการในองค์การ” โดย ดร.พรมิตร กุลกาลยืนยง อาจารย์ประจำคณะบัญชีและวิทยาการจัดการ วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์– พฤษภาคม 2561)

ยังมีบทความ How to เกี่ยวกับเทคนิคสร้างสุขในที่ทำงานให้อ่านต่ออีก

‘ต่างวัยไม่เป็นปัญหา’ แนะเทคนิคทำงานให้ราบรื่นใน ‘องค์กร 4.0’ แหล่งรวมคนทุก Gen

ผลวิจัยชี้ ‘เทรนด์การทำงาน โดนใจ Gen Z’ ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดไอที & เทคโนโลยีต้องมาก่อนในทุกสรรพสิ่ง

ส่อง ‘ทักษะการทำงานในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล’ ที่มนุษย์เงินเดือนในอนาคตต้องมี