ในโอกาสงานแถลงข่าวเปิดตัว ‘โครงการออกแบบป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น’ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีเวทีถกปัญหา ‘ทางออกปัญหาวิกฤตฝุ่นประเทศไทย’ โดยประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยกันบนเวทีนี้ นอกจากการนำเสนอ ‘นวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่นพิษ’ อย่างสร้างสรรค์แล้ว ก็เห็นจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ค้นพบจากการจัดทำโรดแมปคาดการณ์วิกฤตฝุ่นในรอบปี พ.ศ. 2562 – 2563 ด้วยการพัฒนาระบบการตรวจวัดฝุ่นละอองเฉพาะจุด นำร่องที่สถานศึกษา ซึ่งจะเริ่มต้นที่เขตลาดกระบัง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 นี้

จากแนวโน้มปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี กลุ่มเป้าหมายที่น่าเป็นห่วงและคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด คือ ‘กลุ่มเด็กและเยาวชน’ กว่า 4,000,000 คนในเขตเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ดังนั้น หากทุกฝ่ายในบ้านเมืองนี้ ไม่ร่วมมือกันมุ่งหาแนวทางป้องกันภัยจากฝุ่นพิษอย่างจริงจัง นั่นก็เท่ากับการยืนดูสุขภาพของเด็กและเยาวชนไทยถูกทำลายไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย


มุมมองจากนักวิชาการชี้ ‘ทางออกปัญหาวิกฤตฝุ่นประเทศไทย’ ทิศทางไหนถึงตอบโจทย์

ในเวทีถกปัญหา ‘ทางออกปัญหาวิกฤตฝุ่นประเทศไทย’ .ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นว่า

“สาเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่นละอองในแต่ละพื้นที่ที่ผ่านมา มีความแตกต่างกันไปตามรูปแบบการพัฒนาเมืองและวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่พบว่าปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นผลมาจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และการก่อสร้างสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์พร้อมกันหลายโครงการ ปัญหาดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มทารก เด็ก และเยาวชน ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต”

จากนั้น อธิการบดี สจล.นำเสนอแนวทางการรับมือกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ว่าควรวางแผนดังนี้

  • ร่วมมือกันลดการก่อฝุ่นในเขตพื้นที่มีมลพิษ เช่น ใช้ตาข่ายกันพื้นที่ก่อสร้างเพื่อดักจับฝุ่นละอองในโครงการก่อสร้าง สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เป็นการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในระยะสั้น
  • ลดใช้ยานพาหนะก่อฝุ่น การตรวจสภาพเครื่องยนต์ยานพาหนะขนส่งสาธารณะและยานพาหนะอื่นๆ ให้มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และในระบบยานพาหนะของภาครัฐควรใช้ระบบการเช่ารถมากกว่าการจัดซื้อ เนื่องจากมีความคุ้มค่าในเรื่องการบำรุงรักษา และมุ่งปรับเปลี่ยนยานพาหนะสู่การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเขตเมือง เป็นการแก้ปัญหาระยะกลาง
  • เก็บภาษีฝุ่นหยุดมลพิษ การใช้แนวคิดการใช้ภาษีสิ่งแวดล้อมจูงใจให้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน เพื่อลดการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการเสนอมาตรการเรียกเก็บภาษีมลพิษและจะออกมาบังคับใช้ในอนาคต ทั้งนี้ รัฐบาลวางแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเชิงรุกระยะยาว และไม่ผลักภาระของต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพไปให้ประชาชน เป็นการแก้ปัญหาระยะยาว

เปิดตัว ‘นวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่นพิษ’ ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ เตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตพื้นที่เมือง

ด้าน รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อุปลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สจล. กล่าวถึงโครงการของ SCiRA ที่ได้ออกแบบป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตพื้นที่เมือง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสามารถเฝ้าระวังจุดเสี่ยงโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจราจรแออัด โดยให้ข้อมูลว่า

“สำหรับการก่อสร้างป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็ก จะประยุกต์จากจุดรอรถเมล์ที่มีอยู่โดยติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละอองและพัดลม เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 หากเซ็นเซอร์ตรวจจับแจ้งว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในบริเวณนั้นมีสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ระบบพัดลมจะทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมติดตั้งป้ายแจ้งเตือนบอกคุณภาพอากาศโดยรวมของกรุงเทพมหานครด้วย”

ทั้งนี้ ป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ ยังพัฒนาและปรับปรุงต่อเพื่อให้เป็น สมาร์ท บัส สต็อป (Smart Bus Stop) มีฟังก์ชั่น เช่น เรียกรถพยาบาลหรือตำรวจได้ จอป้ายแจ้งเตือนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคน (Interactive Panels) ได้ โดยป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่นนี้ มุ่งหมายให้เป็นทั้ง นวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่นพิษ และเป็นหนึ่งในซีรีส์การพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทซิตี้อื่นๆ รวมถึงการแก้ปัญหาสังคมเมือง อย่างการพัฒนา AI ช่วยแก้ไขปัญหาจราจรแบบเรียลไทม์ โดยใช้เทคโนโลยีจัดการ Big Data วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร การสร้างแก้มลิงใต้ดินสำหรับรองรับน้ำท่วม กทม. เป็นต้น

กลับมาที่ประเด็นเรื่องการทำโรดแมปการคาดการณ์วิกฤตฝุ่นในรอบปี พ.ศ. 2562 – 2563 รศ.ดร.ประพัทธ์พงษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า

“SCiRA ได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมติดตามข้อมูลมลพิษทางอากาศและวางแผนการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยทีมอาสาสมัครสม็อคแมน (SMOG Man) เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศและปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แบบเรียลไทม์เฉพาะจุด รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาระบบการตรวจวัดฝุ่นละอองในแต่ละที่ตั้งเป้านำร่องสถานศึกษาทั่วกรุงเทพฯ รับแนวโน้มปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี”

โดยต่อไป ข้อมูลการพยากรณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะได้รับการรายงานแบบเรียลไทม์ผ่านเฟซบุ๊ค SCiRA KMITL ด้วยการใช้เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศแบบเฉพาะจุดซึ่งจะเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์มากขึ้น

ในเวทีเดียวกันนี้ ยังมีตัวแทนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.อนันต์ ศรีเกียรติขจร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มาร่วมแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำในมุมของการป้องกันปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่จะต้องเจออีกแน่ว่า

“ดังที่เกริ่นกันมาแล้วว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อย่างกลุ่มทารก เด็ก และเยาวชน ที่มีกว่า 1,700,000 คน ที่อาศัยหรือเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเด็กอีกกว่า 2,500,000 คนในเขตเมืองใหญ่ ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี แพร่ ลำปาง ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ และหน้ากากอนามัย N95 ที่ใช้ป้องกันฝุ่นนั้นไม่ได้ออกแบบให้รับกับสรีระใบหน้าของเด็ก ส่งผลให้ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน และอาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคทางสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นการทำลายทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตทางอ้อม”


บทสรุปของการเปิดเวทีเฝ้าระวังและหาทางออกปัญหาวิกฤตฝุ่นประเทศไทย นอกจากจะเป็นการแถลงต่อสังคมไทยให้ตระหนักถึงการเตรียมพร้อมรับมือมหันตภัยฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นการนำเสนอทางออกของปัญหานี้ด้วยความหวังในการพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ที่เป็นแหล่งรวมของนักวิชาการผู้มีความรู้ความเข้าใจกลไกในการคิดค้นงานวิจัยที่มีประโยชน์ และสามารถตอบสนองและแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดนั่นเอง


อ่านบทความนำเสนอวิธีเตรียมตัวรับมือ ปัญหาฝุ่นพิษ อย่างฉลาด 

ระดมสมอง ทบทวนบทเรียนจาก ‘วิกฤตฝุ่น PM 2.5’ นำสู่โมเดลแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋วคุกคามคนเมืองอย่างยั่งยืน

รวม 5 แอปพลิเคชันเช็ค ‘ค่า PM 2.5’ โหลดติดสมาร์ทโฟนไว้ รู้เรื่องฝุ่นไว…อุ่นใจกว่า

เทคนิคเลือก ‘เครื่องฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5’ ของที่ทุกบ้านต้องมี รับมือมหันตภัยฝุ่นคลุมเมือง