มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและ ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ มาฝากทุกท่าน เนื่องจากรายงาน ‘The 2019 U.S. Chamber International Intellectual Property Index’ ซึ่งจัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นำข้อมูล 50 ประเทศ (รวมแล้วคิดเป็น 90% ของจีดีพีโลก) มาวัดมาตรฐานระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และในบรรดา 50 ประเทศ มีเอเชียอยู่ 15 ประเทศ


ไทย : หนึ่งใน 15 ประเทศของเอเชีย 

ศูนย์นโยบายนวัตกรรมโลกแห่งสภาหอการค้าสหรัฐ (U.S. Chamber of Commerce Global Innovation Policy Center) เป็นผู้จัดทำรายงาน The 2019 U.S. Chamber International Intellectual Property Index โดยเลือกเก็บข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาจากประเทศที่ให้ความสำคัญกับการคิดค้น จดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ซึ่งไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับ ดัชนีทรัพย์สินทางปัญญา (IP Index : Intellectual Property Index) ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา และจากการรวมคะแนนดัชนีชี้วัดครั้งล่าสุดนี้ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 42 จาก 50 ประเทศ ดังนี้

เผย 5 ประเทศที่ได้คะแนนมากที่สุด

  1. สหรัฐอเมริกา 42.66 คะแนน
  2. อังกฤษ 42.22 คะแนน
  3. สวีเดน 41.03 คะแนน
  4. ฝรั่งเศส 41.00 คะแนน
  5. เยอรมนี 41.54 คะแนน
2019 Overall Scores
2019 Overall Scores
The 2019 U.S. Chamber International IP Index : คะแนนของประเทศไทยเมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชีย และค่าเฉลี่ยทางเศรษฐกิจในระดับบนและล่าง

ข้อมูล 6 ปีที่ผ่านมา (คลิกเพื่อดูข้อมูลของปี 2561) ยังสะท้อนให้เห็นความคืบหน้าของรัฐบาลไทยในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้งานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยในรายงานฉบับที่ 7 นี้ ประเทศไทยได้คะแนนร้อยละ 32.22 (14.5 จากคะแนนเต็ม 45) เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ได้ร้อยละ 31.37 (12.55 จากคะแนนเต็ม 40) เป็นผลจากคะแนนที่เพิ่มขึ้นของตัวชี้วัดใหม่ และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านมาตรการเขตคุ้มครองชายแดน (Effective border measures)

ทรัพย์สินทางปัญญา’ ยังเป็นตัวกลางที่ทำให้เกิดข้อพิพาททางการค้าในระดับโลกได้ เห็นได้จาก จีน และ สหรัฐอเมริกา สองประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมุ่งสร้างสรรค์ความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มจำนวนทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ประเทศตน นำไปสู่ความท้าทายของอุตสาหกรรมที่ใช้หรือพึ่งพาทรัพย์สินทางปัญญามากยิ่งขึ้น

  • หนึ่งในความคืบหน้าที่ทำให้ได้รับคะแนนเพิ่ม คือ พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 ซึ่งเพิ่มความเข้มข้นของการป้องปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าผ่านลำเรือ หรือสินค้านำเข้า โดยมีเพิ่มโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาแก่ผู้กระทำผิด และภาครัฐยังเพิ่มความร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศ ทั้งในด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้
  • เนื่องจากการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้ในไทยซึ่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สำนักงานคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ (U.S. Trade Representative) จึงถอนประเทศไทยออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด (Priority Watch List) ไปอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ตามที่ระบุในรายงาน Special 301 ประจำปี 2561
  • ประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มได้อีกในด้านชีววิทยาศาสตร์ การปฏิรูปงานด้านลิขสิทธิ์ เพื่อกำจัดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทางออนไลน์ และการกำจัดอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดของผู้ถือสิทธิบัตรต่างชาติ

GIPC_IP_Index_2019_thailand_total_over_all_score inspiring tomorrow


ดัชนี 8 กลุ่มที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งใช้ในการพิจารณาดัชนีทรัพย์สินทางปัญญาและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ได้แก่

1) สิทธิบัตร
2) ลิขสิทธิ์
3) 
เครื่องหมายการค้า
4) 
ความลับทางการค้า
5) 
การค้าทรัพย์สินทางปัญญา
6) 
การบังคับใช้
7) 
ประสิทธิภาพของระบบ
8) 
การเป็นสมาชิกและการให้สัตยาบันสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

IP Index
คะแนนของแต่ละดัชนีที่ไทยได้รับ เทียบกับค่าเฉลี่ยของส่วนอื่นๆ

จาก 8 กลุ่มข้างต้น สามารถแยกดัชนีที่ใช้ประเมิน IP ไม่ซ้ำกัน 45 ข้อ ดังนี้

indicator score IP index 2019 IP Index

จุดสังเกต : ข้อที่ 36 มาตรการเขตคุ้มครองชายแดนที่มีประสิทธิภาพ
พระราชบัญญัติศุลกากรฉบับใหม่ พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาในเดือนพฤศจิกายน 2017 ช่วยเพิ่มความชัดเจนในระบบศุลกากรของไทยมากขึ้น เนื่องจากการยกเลิกพระราชบัญญัติก่อนหน้าซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 โดยพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้เพิ่มบทลงโทษสำหรับการนำเข้าสินค้าลอกเลียนแบบ คือ ผู้กระทำผิดจะถูกจำคุกสูงสุด 10 ปี และ/หรือ ปรับไม่เกิน 400,000 บาท (ประมาณ 14,200 ดอลลาร์) ซึ่งบทลงโทษทางอาญานี้ครอบคลุมไปถึงการขนส่งสินค้าและผู้ที่พยายามนำเข้าสินค้าลอกเลียนแบบด้วย

อนึ่ง หากประเทศใดเกิดภัยคุกคามทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นการทำลายหรือทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาเกิดได้ยากขึ้น แต่ด้วยความหวังและแรงบันดาลใจของหลายภาคส่วนทั่วโลกจึงยังมุ่งเดินหน้าผลิตผลงานทรัพย์สินทางปัญญาหรือร่วมสนับสนุน เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นในอนาคต


‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ กับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น

ดัชนีทรัพย์สินทางปัญญา (IP Index) ที่สหรัฐอเมริกาจัดทำขึ้นนี้ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลและช่วยวางแผนงานสำหรับประเทศที่ต้องการส่งเสริมการเติบโตและเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจในเวทีโลก ซึ่งการประเมินสถานะของ 50 ประเทศ จะเห็นว่า ทรัพย์สินทางปัญญา ของประเทศใดที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อภาคธุรกิจทั้งในระยะยาว ระยะสั้น รวมถึงการลงทุน เนื่องจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 เป็นการแข่งขันกันที่ เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economies) 

economic-benefits-of-improving-ip-protection-ok IP Index

ทั้งนี้ หากจัดกลุ่มเศรษฐกิจ 50 ประเทศตาม World Bank (2018) ที่นำมาจัดทำ IP Index ไทยอยู่ในกลุ่ม ‘กับดักรายได้ปานกลางขั้นสูง’ (Upper-Middle-Income-Economics) แต่หากต้องการก้าวพ้นกับดักดังกล่าว การคิดค้นผลงานนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ จดสิทธิบัตร หรือมีทรัพย์สินปัญญาออกมามากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นผลดีและเพิ่มความก้าวหน้าให้ประเทศได้มากเท่านั้น และทุกคนยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกหรือต่อยอดจากนวัตกรรมในชาติของตัวเอง

Upper-Middle-Income-Economics world bank

ดร.อรกนก พรรณรักษา GIPC
ดร.อรกนก พรรณรักษา GIPC ทรัพย์สินทางปัญญา

อัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ศูนย์นโยบายนวัตกรรมโลกมอบรางวัลชนะเลิศด้านทรัพย์สินทางปัญญาโลก (Global IP Champions award) ให้แก่ ดร.อรกนก พรรณรักษา ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งรางวัลชนะเลิศด้านทรัพย์สินทางปัญญาโลกนี้ ยกย่องผู้ที่ทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งขับเคลื่อนให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มข้นขึ้นในประเทศไทย

หากสนใจอ่านรายงานฉบับเต็ม ‘Inspiring Tomorrow : U.S. Chamber International IP Index 7th Edition’ ดาวน์โหลดได้ที่ www.theglobalipcenter.com


อ้างอิงข้อมูลจาก