พูดได้เต็มปากแล้วว่า พวกเราอยู่ในยุคแห่ง Big Data ที่แท้จริงกันแล้ว เมื่อโลกยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลมหาศาล และข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่ง วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูล หรือ Data ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพของประชาชน เป็นแหล่งผลิตข้อมูลจำนวนมหาศาลในทุกวัน ทั้งข้อมูลประวัติการรักษา ข้อมูลการใช้ยา ข้อมูลการวิจัย ตลอดจนแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้คนทั่วไป

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการรักษาโรค ป้องกันโรค และปรับปรุงบริการทางการแพทย์ สังคมไทยจึงต้องการ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญมาทำหน้าที่บริหารจัดการข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งถ้าบ้านเรามี นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ เพียงพอ นั่นย่อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดตั้งหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา ‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ ขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองรับความต้องการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นสาขาใหม่และที่สังคมกำลังมีความต้องการ


เปิดตัวสาขาวิชาใหม่ ‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ สร้างผู้เชี่ยวชาญประมวลผลข้อมูลสุขภาพมืออาชีพ

ศ.ดร.แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวถึงความตั้งใจในการเปิดหลักสูตรนี้เพิ่มเติมว่า

“ทั้งสองสถาบันการศึกษามุ่งหวังให้บัณฑิตของหลักสูตรฯ สำเร็จการศึกษาออกไปเป็นบุคลากรที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลสุขภาพจากแหล่งต่างๆ และนำมาใช้แก้ไขปัญหาทางการแพทย์ และการสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว มีระเบียบแบบแผน และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต”

และวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้ ก็บ่งบอกชัดเจนอยู่ในเอกสารรายงานสรุปหลักสูตรว่า มุ่งหวังผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ข้อมูลให้มีทักษะ 5 ด้าน ได้แก่ การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความคิดสร้างสรรค์ ตระหนักในคุณธรรมและจริยธรรม มีทักษะทางสังคม และเป็นนักปฏิบัติ

นอกจากนั้น ยังมุ่งผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีความรู้ด้านซอฟต์แวร์การประยุกต์ใช้งานคอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพและสุขภาพของประชาชน ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากต่างประเทศ และสามารถให้บริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลในประเทศไทยโดยเน้นการวิจัยและพัฒนาที่ใช้ข้อมูลทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ สุขภาพ และสาธารณสุข ต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพของประชาชนได้ในที่สุด

โดย ศ.ดร.แพทย์หญิงจิรายุ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางอาชีพที่บัณฑิตจากสาขาวิชานี้สามารถไปทำงานได้ว่า นอกจากนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลแล้ว ยังมีนักระบาดวิทยา นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบข้อมูล ผู้จัดการซอฟต์แวร์และข้อมูล ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไปจนถึงนักวิชาการคอมพิวเตอร์


เติมเต็มความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คู่ความรู้ด้านจัดการข้อมูลสุขภาพ

ด้าน ดร.อัญชลิสา แต้ตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยในมุมอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสื่อว่าสาขาวิชาใหม่นี้ ต้องการสร้างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพที่มีความรู้ด้านการจัดการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า

“ที่ผ่านมาประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งหากอ้างอิงข้อมูลจากทั่วโลกพบว่าข้อมูลด้านสุขภาพเป็น 1 ใน 3 อันดับแรก ที่ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยศาสตร์วิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Science ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพหรือการบริการด้านสาธารณสุข เช่น หากต้องการใช้ AI วิเคราะห์รูปภาพและข้อมูลทางการแพทย์เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย หรือการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานในโรงพยาบาลเพื่อลดระยะเวลาการใช้บริการของผู้ป่วย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ต้องทำการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก โดยดึงเอาข้อมูลที่มีอยู่แล้วในอดีต มาหาความสัมพันธ์เพื่อตอบโจทย์ปัญหา แล้วมาทำเป็นโมเดลคณิตศาสตร์เพื่อทำนายอนาคต และบอกแนวทางในการแก้ปัญหานั้นๆ ให้ได้”

สาขาวิชาใหม่ ‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ จึงเป็นการออกแบบหลักสูตรร่วมกันของสองสถาบัน โดย มจธ. จะเน้นการเรียนการสอนแบบการแก้โจทย์ปัญหาจริง (problem based learning) จากฐานข้อมูลจริง เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล

ส่วนวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะเน้นการเรียนการสอนเรื่อง Healthcare เกี่ยวกับความรู้ด้านสาธารณสุข สุขภาพ ข้อมูลการรักษา ข้อมูลโรงพยาบาล เมื่อบัณฑิตจบไปจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีความเข้าใจเรื่อง Healthcare สามารถไปศึกษาเพิ่มเติมในด้านอื่นให้เข้าใจในธุรกิจนั้นก็สามารถประกอบอาชีพได้ในหลากหลายธุรกิจ ทั้ง ธนาคาร ค้าปลีก ภาครัฐ ในหลายฝ่าย ทั้งเป็น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบข้อมูล ไปจนถึงนักวิชาการคอมพิวเตอร์


สาขาวิชา ‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 ปี เปิดรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 4 หรือสายการเรียนวิทย์-คณิต หรือประกาศนียบัตรที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าสายวิทยาศาสตร์

โดยการเรียนการสอนของนักศึกษาจะเรียนที่ มจธ.เป็นส่วนใหญ่ สำหรับบางรายวิชาที่ต้องเรียนให้ห้องแล็บหรือใช้อุปกรณ์ด้าน Healthcare จะเรียนที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนี้จะได้รับปริญญาบัตรร่วมกันจากสถาบันการศึกษาทั้งสองแห่ง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pccms.ac.th/?p=3821 โทร 0645855268


อ้างอิง ที่มา :


อัปเดตหลักสูตรใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป คลิกอ่านต่อเลย

13 ปี หลักสูตร CUTIP จุฬาฯ กับภารกิจติดอาวุธทางปัญญา สร้างนวัตกรไทยรุ่นใหม่

ผศ.เกวลิน มะลิ เผยผลงานโอเพ่นแพลตฟอร์ม ‘EEC Smart Learning Center’ อยากรู้วิชาใด วัยเรียนหรือสูงวัยก็เข้าถึงได้

วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม ‘Transform’ หลักสูตรสารสนเทศ มุ่งผลิต ‘กำลังคนดิจิทัล’ ตอบโจทย์ Demand Driven ในอีอีซี

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.77/62
Next articleดัชนีทรัพย์สินทางปัญญามีประโยชน์อย่างไร และไทยอยู่อันดับไหนของ IP Index 2019
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์