หากนับจากวันที่ 12 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1492 อันเป็นวันที่ Christopher Columbus ช่างทำแผนที่ชาวอิตาลี ได้นำกองเรือของเขาภายใต้การสนับสนุนของราชสำนักสเปน ขึ้นฝั่งที่ Caribbean จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 500 ปี ที่โลกได้รู้จัก “อเมริกา”

อันที่จริง Christopher Columbus หาใช่ชายแปลกหน้าผู้เข้ามาสำรวจ “อเมริกา” เป็นคนแรกของโลกไม่ เพราะก่อนหน้านั้น โลกได้จารึกชื่อของ Leif Ericsson นักผจญภัยชาวไอซ์แลนด์ ได้เดินทางมาถึง “อเมริกา” ก่อนหน้า Columbus เกือบ 500 ปี คือในราวปี ค.ศ. 1000

Leif Ericsson memorial statue at Shilshole Bay Marina (Port of Seattle) // en.wikipedia.org

นอกจากนี้ Leif Ericsson ยังได้รับการจารึกอีกว่า เป็นผู้คนพบทวีปยุโรปเป็นคนแรกอีกด้วย ดังนั้น ชื่อชั้นของ Leif Ericsson ในมุมมองของนักประวัติศาสตร์จึงยิ่งใหญ่กว่า Columbus อย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับผู้คนวงกว้างแล้ว นาม Christopher Columbus คือผู้ค้นพบ “อเมริกา”

การค้นพบ “อเมริกา” ของ Columbus มีความหมายต่างจาก Ericsson ตรงที่ การขึ้นฝั่งที่ Caribbean ของ Christopher Columbus เป็นการเดินทางที่ส่งผลให้เกิดการติดต่อและเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพระหว่างโลกภายนอกกับ “อเมริกา” มากกว่าที่ Leif Ericsson ได้ทำไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้นพบ “อเมริกา” ของ Christopher Columbus ได้ส่งอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์แห่งโลกตะวันตกสมัยใหม่

ไม่ว่าจะเป็นกลไกการสำรวจดินแดนหรือการล่าอาณานิคมนอกทวีปยุโรปที่ดำเนินการล่วงผ่านระยะเวลายาวนานในหลายศตวรรษต่อมา

และแม้โลกจะจารึกชื่อของ Leif Ericsson ว่าเป็นชายแปลกหน้าคนแรกที่มาถึง “อเมริกา” เมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน ทว่า การตั้งรกรากของมวลมนุษยชาติในดินแดนที่เราเรียกกันว่าประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ยาวนานกว่า 15,000 ปีมาแล้ว

มีหลักฐานบันทึกว่าชาวไซบีเรียคือคนกลุ่มแรกที่เดินทางจากบ้านเกิดมายังอแลสกาซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ “อเมริกา”

ขณะที่ ในภาคใต้บริเวณนิว เม็กซิโก ชนเผ่าอะนาซาซิ ได้เข้าครอบครองพื้นที่บริเวณดังกล่าว และหากลงใต้ไปอีกบริเวณที่เรียกว่าเมโสอเมริกา ได้เป็นแหล่งกำเนิดสามอาณาจักรสุดยิ่งใหญ่แห่งอเมริกาใต้ นั่นคือ มายา แอซเท็ก และอินคา

ส่วนด้านตะวันออกละแวกคาโฮเกีย มีเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองริเริ่มสร้างสัมพันธ์ทางการทูต ขณะที่ฟากตะวันตก มีอินเดียแดง 5 เผ่าในนามสหพันธ์อิโร-ควอยส์

อย่างไรก็ดี อารยธรรมของ “อเมริกา” ในความหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เพิ่งมาเริ่มต้นอย่างจริงจัง ก็เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1776 หรือวันประกาศอิสรภาพจากจักรวรรดิอังกฤษ

แม้ก่อนหน้านั้น “อเมริกา” จะมีประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะโดยชนพื้นเมือง และการตั้งรกรากของชาวไซบีเรีย หรือการค้นพบ “อเมริกา” ทั้งจาก Leif Ericsson และ Christopher Columbus ก็ตาม

PAUL S. BOYER ผู้เขียน AMERICAN HISTORY

ดังที่ PAUL S. BOYER ได้เขียนไว้ในหนังสือ AMERICAN HISTORY หรือ ประวัติศาสตร์อเมริกา สำนวนแปล กีรตยาจารย์และธรรมศาสตราภิชาน ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ และ ดร.อาวุธ ธีระเอก “…แม้ว่าในตอนต้นคนอเมริกันจะรู้สึกว่าตนต่ำต้อย แต่ก็สามารถมอบความสำเร็จที่สำคัญแก่มนุษยชาติได้ในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และในการสร้างสรรค์ศิลปะ…”

“ความรู้สึกต่ำต้อยของคนอเมริกันยุคแรก” คือการตกเป็นประเทศอาณานิคมอยู่ภายใต้เงาของ “ชาวยุโรป” ไม่ว่าจะเป็น ราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ หรือ จักรวรรดิอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส สเปน ฮอลันดา โปรตุเกส อิตาลี ไอร์แลนด์ ฯลฯ บรรดาชาตินักล่าอาณานิคมชาวยุโรปเหล่านี้ ล้วนเป็นประเทศที่มีความศิวิไลซ์เจริญรุดหน้ามาก่อน “อเมริกา” นับพันปี

อย่างไรก็ดี หากนับจาก “วันประกาศอิสรภาพ” 4 กรกฎาคม 1776 จนถึงวันนี้ นับเนื่องได้เกือบ 250 ปี ที่ “คนอเมริกัน” หรือ “ประชาชนสหรัฐอเมริกา” นอกจากจะ “ไม่รู้สึกต่ำต้อย” แล้วยัง “ภาคภูมิใจ” ที่ศิลปะและวิทยาการซึ่ง “คนอเมริกัน” สร้างขึ้นเอง หลายประการ มีความยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ชาวยุโรปได้เคยสร้างไว้

และแม้ “สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์” ผู้ก่อตั้ง “รางวัลออสการ์” จะริเริ่มขึ้น เมื่อ ปี ค.ศ. 1929 หรือเพียงแค่ 90 ปี ทว่า อิทธิพลและผลสะเทือนของ “รางวัลออสการ์” มีความยิ่งใหญ่ในฐานะ “รางวัลภาพยนตร์” อันดับหนึ่งของโลก แซงหน้า “รางวัลภาพยนตร์” อื่นๆ ของทุกประเทศและทุกทวีป โดยเฉพาะทวีปยุโรป ที่มีมาก่อนหน้านี้

ชี้ให้เห็นถึงแรงขับภายในของ “คนอเมริกัน” กับการสร้างอารยธรรมใหม่และเผยแผ่วัฒนธรรมในแบบฉบับของตน เพื่อลบล้าง “ความรู้สึกต่ำต้อยของคนอเมริกันยุคแรก” ให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ

ปัจจุบัน นอกจาก “รางวัลออสการ์” แล้ว “รางวัลแกรมมี่” ก็เป็น “รางวัลดนตรี” อันดับหนึ่งของโลกเช่นกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลพวงของแรงผลักดันจาก “คนอเมริกัน” ยังไม่นับ “ชาร์ตเพลงบิลบอร์ด” “บาสเก็ตบอล NBA”

หรือวรรณกรรมระดับโลกมากมายของนักเขียนเลื่องชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Edgar Allan Poe, Herman Melville, Mark Twain, T.S. Eliot, F. Scott Fitzgerald, William Faulkner, Ernest Hemingway, John Steinbeck และอีกหลายนาม


อ่านบทความตอนแรก

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนแรก)