หากให้นึกถึงประเทศพัฒนาแล้วในทวีปเอเชียที่เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยี และวิทยาการอันก้าวหน้า ‘ญี่ปุ่น’ ย่อมมาแรงแซงโค้งเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว และสำหรับในปีนี้ สปอตไลต์จะยิ่งฉายไปยังมหานครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น อย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้น เพราะในปี 2019 ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ จี20 ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยการเตรียมการรับการประชุมระดับโลกครั้งนี้ แน่นอนว่าในเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ที่จะใช้ระหว่างการประชุม ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีแห่งนี้เลย ทว่า ภารกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่น นำโดยนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ต้องการยืมมือการประชุม จี20 ครั้งนี้ เป็นวาระขับเคลื่อนคนในชาติให้มีความตระหนัก กลับเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง มาตรการลดใช้ถุงพลาสติก มากกว่า


เรื่องจริงบั่นทอนประเทศชาติ กับจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เกิดขึ้นเสียทีในญี่ปุ่น

ใครที่เคยได้ไปเที่ยวหรือเดินทางไปยังแดนอาทิตย์อุทัย หากได้ทราบข้อเท็จจริงต่อไปนี้ จะเห็นภาพและคล้อยตามได้ชัดเจนว่า ญี่ปุ่น เป็นชาติที่ได้ชื่อว่าวิถีชีวิตของผู้คนขาดพลาสติกไม่ได้เลย เพราะคนญี่ปุ่นนิยมใช้พลาสติกกันมาก โดยการใช้เพื่อเป็น ‘บรรจุภัณฑ์อาหาร’ เห็นจะแพร่หลายที่สุด ทั้งกล่องเบนโตะ wrap ห่ออาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโมจิ ไปจนถึงกล้วยหนึ่งผลก็ยังห่อพลาสติก จึงเป็นต้นเหตุให้ปริมาณหีบห่อพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศนี้

โดยมีข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ยืนยันว่า ประเทศญี่ปุ่นผลิตขยะหีบห่อพลาสติกต่อหัวประชากร มากกว่าทุกประเทศบนโลกใบนี้ ยกเว้นแค่เพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

วิกฤตที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งความพยายามของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการลดปริมาณหีบห่อพลาสติกในญี่ปุ่น โดยในปี 2561 รัฐบาลโตเกียวเสนอมาตรการที่จะริเริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าลดขยะพลาสติกปีละ 9.4 ล้านตัน หรือลดลง 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2573

ข้อเสนอนี้มีมาตรการสำคัญที่มุ่งหมายว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่น คือ มาตรการลดใช้ถุงพลาสติก ด้วยการกำหนดให้ ‘ภาคธุรกิจต้องเก็บค่าถุง’ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ชัดเลยว่า นี่ไม่ใช่มาตรการแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะทั่วโลกต่างใช้มาตรการเก็บค่าถุงพลาสติกจากผู้บริโภคมานานแล้ว แต่สำหรับชาวญี่ปุ่น มาตรการนี้ยังคงเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเรื่องการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งของคนญี่ปุ่นอย่างมาก

รายงานข่าว ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ เคนทาโร โดอิ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ขยะพลาสติก กระทรวงสิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่น ที่ออกมายอมรับชัดเจนว่า

“ในส่วนของมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการเก็บค่าถุงนั้น เรายอมรับว่าในเรื่องนี้ประเทศอื่นทั่วโลกนำหน้าเราไปหมดแล้ว และนโยบายตลอดจนข้อเสนอนี้ ญี่ปุ่นเริ่มปฏิบัติได้เร็วสุดก็ปี 2563 แต่เราก็ยังขอเดินหน้ามาตรการนี้ โดยมุ่งหวังว่าการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งจะมีส่วนทำให้ประชาชนฉุกคิดได้สักนิดว่า เวลาซื้อของ ถุงพลาสติกที่ใส่มานั้น…จำเป็นหรือไม่”

ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลระดับชาติเคลื่อนไหวช้า รัฐบาลท้องถิ่นและภาคธุรกิจก็ต้องเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีกรณีศึกษาเกิดขึ้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเครืออิออนกรุ๊ป ณ เมืองมากุฮาริ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ที่เริ่มเห็นว่ามีลูกค้าเข้าแถวรอจ่ายเงินพร้อมนำถุงผ้ามาด้วยแล้ว ซึ่งทางอิออนใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 โดยกำหนดให้ลูกค้าซูเปอร์มาร์เก็ตเครือใหญ่ในเครือทั้ง 1,631 แห่ง ต้องจ่ายเงินค่าถุงถ้าไม่ได้นำถุงผ้ามา ฮารุโกะ คานามารุ ผู้จัดการฝ่ายซีเอสอาร์ของอิออน อธิบายว่า

“ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจวัตถุประสงค์ของมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก เมื่อซื้อของก็จะติดถุงพลาสติกมาเองเป็นนิสัย หรือถ้าใครลืม ชาวบ้านที่นี่ก็ยินดีจะจ่ายเงินค่าถุง reuse ที่ทำจากวัสดุชีวมวลรีไซเคิล ที่ย่อยสลายได้ ซึ่งมีราคาแค่ 5 เยน เท่านั้น”

ในฐานะภาคธุรกิจที่ใช้มาตรการนี้มานาน “อิออน” ยืนยันถึงข้อมูลทางสถิติที่ระบุชัดเจนว่า นโยบายนี้ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกในปี 2560 ได้ถึง 270 ล้านใบ แต่ในส่วนของผัก ผลไม้ และสินค้าแช่เย็น อิออนแถลงว่ายังจำเป็นต้องให้บริการถุงพลาสติกฟรีอยู่

แต่ที่สุดแล้ว คานามารุ ก็บอกถึงข้อเท็จจริงอีกด้านด้วยว่า แต่ก็ยังมีลูกค้าบางคนที่เมื่อรู้ว่าทางซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีถุงพลาสติกให้ ก็จะเดินออก บอกว่าจะไปซื้อของที่อื่น นี่นับเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ทางภาครัฐต้องออกกฎหมายบังคับใช้กับธุรกิจโดยรวมอย่างจริงจัง เพราะชาวญี่ปุ่นไม่มีทางยอมเลิกใช้ถุง 100 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลาอันใกล้นี้แน่นอน และภารกิจนี้จะปล่อยให้อิออนทำที่เดียวไม่ได้


เจาะลึกปัญหา ทำไมมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก ถึงไม่สำเร็จในบ้านเมืองที่พัฒนาแล้วแบบญี่ปุ่น?

หากถามถึงอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ ‘มาตรการลดใช้ถุงพลาสติก’ ไม่ประสบความสำเร็จเป็นวงกว้างเสียที ในประเด็นนี้ เคนจิ อิชิฮาระ นักรณรงค์จากกรีนพีช ประเทศญี่ปุ่น เฉลยว่า อุปสรรคสำคัญในเรื่องนี้อยู่ที่ตัวแทนสมาคมร้านสะดวกซื้อที่กระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในทุกเมืองใหญ่ทั่วญี่ปุ่นนั่นเอง

“ที่ผ่านมามีความพยายามจากรัฐบาลท้องถิ่นโตเกียวมาตลอดที่อยากให้เลิกแจกถุงพลาสติก แต่ก็มีสมาคมตัวแทนร้านสะดวกซื้อหลายแห่งออกมาคัดค้านแผนอย่างแข็งขัน จนสุดท้ายต้องเลิกล้มความตั้งใจไป สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสมาคมเหล่านี้มีพลังและอำนาจทางเศรษฐกิจท้องถิ่นสูงมากจริงๆ”

นอกจากนั้น อิชิฮาระ ยังโยนประเด็นที่หลายคนข้องใจว่า ทำไมในประเทศที่ดูจะมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมสูงอย่างญี่ปุ่น เช่น ในเรื่องของการวางมาตรการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง หากใครทำผิดก็มีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่คนในสังคมญี่ปุ่นถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด จนส่งผลให้ท้องถนนและบ้านเรือนชาวญี่ปุ่นดูสะอาดน่ามอง แต่ในเรื่องของมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก กลับไม่ได้รับผลตอบรับและความร่วมมือที่ดีเท่าที่ควร อิชิฮาระจึงแสดงความคิดเห็นว่า

“ถ้ารัฐบาลญี่ปุ่นต้องการเป็นผู้นำการประชุมสุดยอด จี20 และได้รับการยอมรับด้านมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างแท้จริง ภาครัฐจะต้องตั้งเป้าผลที่จะได้จากการดำเนินมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติกให้สูงกว่านี้ มีกฎเกณฑ์บังคับที่จริงจังกว่านี้ ซึ่งภารกิจนี้จะต้องดำเนินไปควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกให้แก่ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นอย่างตั้งใจและจริงจัง”

เมื่อรับทราบสถานการณ์การใช้มาตรการลดถุงพลาสติกที่กำลังท้าทายรัฐบาลญี่ปุ่น ก็อดทำให้ประหลาดใจไม่ได้ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดูไม่น่าจะสั่นคลอนชาติมหาอำนาจทางเทคโนโลยีโลกแห่งนี้ได้…ก็เกิดขึ้นแล้ว

อะไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกกลมๆ ใบนี้จริงๆ


ที่มา :

  • News from website : thejakartapost.com ‘Not so fantastic: Can Japan end its love affair with plastic?’ (Thu, March 21, 2019)
  • รายงานข่าวเรื่อง ‘ญี่ปุ่นคุม ‘พลาสติก’ รับ จี20’ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

ไม่ตกทุกข่าวอัปเดตในประเด็นที่น่าสนใจต่างประเทศ อ่านต่อเลย

GDP จีนขยับลง เขย่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยแค่ไหน?

FOODEX JAPAN 2019 อาหารยุคใหม่ รสชาติดีไม่มีประโยชน์…ขายไม่ได้!!!

ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว ‘Greta Thunberg’ หนูน้อยมหัศจรรย์ ผู้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดในโลก