ผู้พิการและผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มคนในสังคมที่ต้องการการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องเตรียมการให้พร้อมเพื่อที่เราจะเข้าสู่ Aging Society ได้อย่างปกติสุข โดยแนวคิดสำคัญที่จะมาช่วยให้การดูแลกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงความต้องการได้ในวงกว้าง นั่นคือ การสร้าง “นวัตกรรมเพื่อสังคม” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเหล่านี้นั่นเอง

โครงการความร่วมมือกับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นข้างต้นนี้ โดยเป็นที่น่ายินดีว่าเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ กับ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ นำร่องผลิตอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า จำนวน 10 ชุด มอบให้อาสาสมัครผู้พิการและผู้สูงอายุที่มีความต้องการ


ตามไปดูที่มาของความร่วมมือดีๆ สร้างสรรค์ “นวัตกรรมเพื่อสังคม” ฝีมือคนอาชีวศึกษาไทย

ในงานลงนามความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นำโดย ดร.อารี ธนบุญสมบัติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และภาคอาชีวศึกษา นายนิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ได้มีการบอกเล่าถึงความเป็นมาของความร่วมมือที่เกิดจากความตั้งใจดีของทั้ง 2 ฝ่ายที่อยากเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุในสังคม โดย ดร.อารี เริ่มบอกกล่าวถึงสภาพปัญหาที่เล็งเห็น และนำมาซึ่งโครงการความร่วมมือนี้ว่า

“ในปัจจุบันมีผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่กำลังใช้รถเข็นในปริมาณมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผู้สูงอายุที่เดินลำบาก ทำให้มีความต้องการรถเข็นเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งรถเข็นส่วนใหญ่ที่มีการใช้งานอยู่เป็นรถเข็นแบบทั่วไปไม่มีระบบไฟฟ้า เนื่องจากรถเข็นแบบมีระบบไฟฟ้าจะมีราคาค่อนข้างสูง ทางทีมวิจัยชีวกลศาสตร์ กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพของเอ็มเทค เห็นว่ามีโอกาสที่จะปรับรถเข็นทั่วไปให้เป็นแบบมีระบบไฟฟ้าและมีราคาที่เหมาะสมได้”

ด้วยเหตุนี้ ทางเอ็มเทคจึงพัฒนาต้นแบบรถเข็นไฟฟ้าจากรถเข็นทั่วไปในราคาประมาณคันละ 7,000 บาท ขึ้น ซึ่งมีราคาถูกกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดหลายเท่า (รถเข็นไฟฟ้าทั่วไป ราคาไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท) และได้นำรถเข็นนี้ไปจัดแสดงในงานนิทรรศการต่างๆ ปรากฏว่ามีผู้สนใจจะขอนำต้นแบบรถเข็นไฟฟ้านี้ไปผลิตเพื่อใช้งานไม่น้อย ทางทีมวิจัยฯ จึงต้องการขยายกำลังการผลิตรถเข็นไฟฟ้าต้นแบบนี้ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการและผู้สูงอายุได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าในวงกว้างขึ้น จึงนำแนวคิดไปร่วมหารือกับทางวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี และได้รับความร่วมมือในการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้าจำนวน 10 ชุด เพื่อมอบให้อาสาสมัครผู้พิการและผู้สูงอายุในโครงการนำร่องก่อน


ส่งไม้ต่อให้ ‘วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี’ นำร่องผลิต ‘ต้นแบบรถเข็นไฟฟ้า’ นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

ดร.อารีอธิบายเพิ่มเติมถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ด้วยว่า ทางเอ็มเทคมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิธีการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์พ่วงต่อ เพื่อปรับเปลี่ยนรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้าแก่อาชีวศึกษา ซึ่งเป็นภาคการศึกษาวิชาชีพที่สามารถรับผิดชอบภารกิจในการผลิตนวัตกรรมชิ้นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.อารี ธนบุญสมบัติ

“เรามุ่งหวังให้นวัตกรรมนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้รถเข็นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือเป็นผู้พิการที่มีร่างกายท่อนบนที่ดี ให้มีความอิสระและดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานได้ดีมากขึ้น ด้วยการปรับแต่งรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า ซึ่งเป็นการให้บริการจากภาคอาชีวศึกษา ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการออกแบบ นำไปสู่การผลิตหรือสร้างสรรค์อุปกรณ์ทางการแพทย์ พัฒนาขีดความสามารถของภาคอาชีวศึกษาในฐานะเป็นผู้ส่งมอบ ‘นวัตกรรมเพื่อสังคม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้จริง”

โดยในอนาคต หากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีก็จะมีการต่อยอดรถเข็นไฟฟ้าในรูปแบบอื่นและแชร์องค์ความรู้ดังกล่าวผ่านเครือข่าย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการสร้างรถเข็นไฟฟ้าต้นแบบนี้ให้กว้างขึ้น ซึ่งมีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายให้เยาวชนพยายามสร้าง นวัตกรรมเพื่อสังคม ชิ้นใหม่ที่มีส่วนสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นต่อไป

อาจารย์นิทัศน์กล่าวหลังพิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้ว่า  นอกจากความยินดีและเป็นเกียรติที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค ได้เลือกให้วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เข้าร่วมโครงการการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ (การปรับรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า) แล้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรียังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า

“โครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือกันในการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีหลัก (Core Technologies) ที่ประเทศไทยมีศักยภาพ นั่นคือ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร  ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S curve ที่ทางภาครัฐมุ่งส่งเสริมให้เกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และยังเป็นไปตามที่รัฐบาลได้วางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อสร้าง ‘เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่’ (New Engines of Growth) โดยนํา ‘วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์’ มาเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สําคัญในการยกระดับภาคเศรษฐกิจเดิมที่เรามีพื้นฐานดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วย”

นอกจากนั้น อาจารย์นิทัศน์มองว่าการดำเนินโครงการในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ และการวิจัยนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านอุปกรณ์การแพทย์สำหรับผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้สูงอายุ ให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นการช่วยเหลือและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกส่วนหนึ่ง

“ผมมองว่าความร่วมมือกันนี้เอง ที่จะเป็นกลไกสำคัญมากในการพัฒนาทุกด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ให้มีทักษะวิชาชีพ มีทักษะชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สถานประกอบการและประเทศต้องการ ตลอดจนในอนาคตนักศึกษาเหล่านี้ยังสามารถนำความรู้ในการพัฒนา นวัตกรรมทางสังคม ไปต่อยอดผลิตภัณฑ์ วัสดุใหม่ๆ ที่ช่วยลดต้นทุนภาคการผลิตในอุตสาหกรรมให้ต่ำลง สร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างและทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมดีขึ้นได้ในที่สุด”


ยังมีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับสร้างสรรค์นวัตกรรมยกระดับชีวิตของคนในสังคม ให้อ่านกันต่อ     

ยกระดับ ‘ยาสมุนไพรไทย’ ให้ได้รับการยอมรับ สร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดโลก ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ

Thai School Lunch : ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ผู้ช่วยคิดเมนูในยุคดิจิทัล

รู้หรือยัง ประเทศเรามี! ‘มาตรฐาน SizeThai’ ไซซ์คนไทยโอนลี่ เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรมการผลิตได้จริง