นับจากอดีจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้เม็ดเงินจากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก แต่ไม่เคยได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม
การเกิดขึ้นขึ้นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซีเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนท่ามกลางคำถามที่เกิดขึ้นว่า…นอกจากเม็ดเงินและการจ้างงานแล้ว เราจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน


นั่นคือความคิดของดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มองว่าเทคโนโลยีบางอย่างแม้เราผลิตไม่ได้แต่เราอาจซื้อจากที่อื่นได้แต่ถ้าคนไม่มีความพร้อมก็ยากที่จะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้บรรลุผลสำเร็จ
นำมาสู่การจัดตั้งคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) มี ดร.อภิชาต ทองอยู่ เป็นประธานคณะทำงาน ตามคำสั่งแต่งตั้งที่ 154/2561 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2561 โดยเลขาธิการ EEC ศึกษาและวิจัยความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC จากนั้นจึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ผลิตบุคลากรป้อนให้ตามความต้อองการนั้นๆ
EEC เชื่อม ‘มิตซูบิชิ’ ผนึก ‘ม.บูรพา’
หนึ่งในผลงานสำคัญของ EEC HDC คือการดึงบริษัทที่มีเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ‘Mitsubishi Electric’ มาจับมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Sign MOU) ภายใต้กรอบความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติในอีอีซี ระหว่างมหาวิทยาลัยบูรพา โดย รศ.ดร.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา และ บริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายยูทากะ คาวาซากิ กรรมการผู้จัดการ มี ดร. คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี ให้เกียรติเป็นประธานพิธี พร้อมทั้ง ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC-HDC, ผศ.ดร. ณยศ คุรุกิจโกศล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และ นายวิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการบริหารบริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องฉัตราบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ
ความตกลงดังกล่าวจะพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ซึ่งมิตซูบิชิจะให้การสนับสนุนทั้งอุปกรณ์แบบจำลองระบบโรงงานอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Robot) ที่ใช้ในอุตสาหกรรม (Smart Factory – Model Line) ติดตั้งในศูนย์การเรียนรู้และอบรมที่จะจัดสร้างขึ้นในบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัยบูรพา อีกทั้งยังจะช่วยทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยีให้แก่นักศึกษา ทีมงานและบุคลากรทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพา ให้เกิดความรู้ด้าน Factory Automation อย่างกว้างขวาง คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ประมาณกลางปี 2563 ซึ่งจะช่วยผลิตบุคลากรที่มีขีดความสามารถด้านระบบโรงงานอัจฉริยะ ป้อนเข้าสู่ภาคธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมในอีอีซีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
เดินหน้าพัฒนาคนออโตเมชั่น
บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (MELFT) เป็นบริษัทหนึ่งในกลุ่ม มิตซูบิชิ อิเล็กทริค ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 จากการผนึกกำลังกันของ Mitsubishi Electric และ บริษัท FA Tech จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ Factory Automation หรือระบบโรงงานอัตโนมัติ ให้แก่ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย พร้อมบริการและฝึกอบรมความรู้ทางเทคนิคและการใช้งาน Factory Automation ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วอย่างดีจากประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนและยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตของไทยให้มีความทันสมัยเป็นอัตโนมัติ ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการผลิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
นายยูทากะ คาวาซากิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการความร่วมมือในการสร้างศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมกับมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรและกำลังคนเพื่ออุตสาหกรรม “Smart Factory หรือ โรงงานอัจฉริยะ” ในครั้งนี้จะพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ โดยบริษัทฯ จะให้การสนับสนุนทั้งอุปกรณ์แบบจำลองระบบโรงงานอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Robot) ที่ใช้ในอุตสาหกรรม (Smart Factory – Model Line ) ติดตั้งในศูนย์การเรียนรู้และอบรมที่จะจัดสร้างขึ้นในบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัยบูรพา อีกทั้งยังจะช่วยทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยีให้แก่นักศึกษา ทีมงานและบุคลากรทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยบูรพา ให้เกิดความรู้ด้าน Factory Automation อย่างกว้างขวาง ป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสามารถวางใจได้ว่าบุคลากรด้าน Factory Automation ในประเทศไทยจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน

จับตา..ก้าวใหม่การศึกษาไทย
ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC HDC กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างคุณภาพการพัฒนาบุคคลากรทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และการสร้างศูนย์การเรียนรู้ เพื่อการก้าวสู่การผลิตและเศรษฐกิจ 4.0 ให้กับสถาบันการศึกษาทุกระดับและบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศยุคใหม่ ที่มีความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการผลิต และพัฒนาศักยภาพโดยรวม ที่มีผลต่อความก้าวหน้าและผลประกอบการในทุกการผลิต

ขณะที่ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา รองประธาน EEC HDC กล่าวว่า คณะทำงานมีกรอบการทำงานที่กระชับ ฉับไว ตรงเป้าหมาย บุคลากรที่ผลิตออกมาจะมีงานรองรับเต็มจำนวน ซึ่งผู้ที่เรียนในสายวิชาชีพคือกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศชาติก้าวไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่
นับเป็นก้าวใหม่การศึกษาไทยที่น่าจับตามอง!!!












