ปี ค.ศ. 1951 ด.ช. Forrest Gump อายุ 7 ขวบ ได้พบกับนาย Elvis Presley อายุ 16 ปี นาย Elvis เล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ ด.ช. Forrest ฟัง

ด.ช. Forrest เมื่อได้ฟังเพลง Rock ‘n’ Roll จึงลุกขึ้นเต้นทั้งที่ใส่ขาเหล็ก นาย Elvis ได้แรงบันดาลใจจากท่าเต้นของ ด.ช. Forrest นำไปใช้จนประสบความสำเร็จในซิงเกิ้ลแรก That’s All Right ปี ค.ศ. 1954 และอัลบั้มแรก Elvis Presley ปี ค.ศ. 1956

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump จบลงประมาณปี ค.ศ. 1981 ซึ่งถือเป็นภาพแสดงแทนสังคมอเมริกันรอบ 4 ทศวรรษ

แม้จะเป็นการนำเสนอช่วงประวัติศาสตร์ที่ไม่ยาวนานมากนัก กล่าวคือ ราวครึ่งชั่วอายุคน ทว่า ห้วงเวลาระหว่างยุคทศวรรษที่ 1950 ถึง 1980 มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในประเทศ “สหรัฐอเมริกา”

แม้จะเทียบไม่ได้กับเรื่องราวก่อนหน้านั้น คือวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1776 หรือวันประกาศอิสรภาพจากจักรวรรดิอังกฤษ ที่ ดร. PAUL S. BOYER ได้เขียนไว้ในหนังสือ AMERICAN HISTORY หรือ “ประวัติศาสตร์อเมริกา” สำนวนแปล กีรตยาจารย์และธรรมศาสตราภิชาน ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ และ ดร.อาวุธ ธีระเอก จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์บุ๊คสเคป

นอกจากที่ ดร. PAUL S. BOYER จะนำเสนอ “ประวัติศาสตร์อเมริกา” โดยเฉพาะตั้งแต่ “วันประกาศอิสรภาพ” หรือวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1776 จนถึงห้วงเวลาปัจจุบันในยุคของประธานาธิบดี Donald Trump แล้ว

ดร. PAUL S. BOYER ยังนำเสนอ “ประวัติศาสตร์อเมริกา” ย้อนหลังไปถึง 15,000 ปีเลยทีเดียว

“สหรัฐอเมริกา” ยุคทศวรรษที่ 1950 ถึง 1980 ตามท้องเรื่องในภาพยนตร์ Forrest Gump มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นที่นั่น

หนังจับเอา Timeline ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของ “สหรัฐอเมริกา” เป็นแกนหลักในการเดินเรื่องผ่านตัวละคร Forrest Gump

ไล่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1951 ที่ ด.ช. Forrest Gump อายุ 7 ขวบ ได้พบกับนาย Elvis Presley ที่ผ่านทางมาพักที่บ้านคุณแม่ Forrest Gump ก่อนจะได้แรงบันดาลใจจากท่าเต้นของ Forrest Gump ไปใช้บนเวทีจนดังระเบิดโลกเป็น King of Rock ‘n’ Roll ตลอดกาลในเวลาต่อมา

Forrest Gump ถูกรังแกจากเด็กละแวกบ้านและจากเพื่อนที่โรงเรียน Jenny Curran เพื่อนรักของเขา สอนให้ Forrest Gump วิ่งหนีการรังแกเหล่านั้น ทั้งที่ Forrest Gump เป็นโปลิโอ ทว่า หนังกำหนดให้เขาวิ่งจนนอกจากจะหายจากอาการโปลิโอแล้ว Forrest Gump ยังวิ่งเร็วกว่าใครๆ อีกด้วย

ความวิ่งเร็วของ Forrest Gump เข้าตาโค้ชทีมอเมริกันฟุตบอลมหาวิทยาลัย Alabama ในปี ค.ศ. 1963 ประสบความสำเร็จกับทีมจะนำไปสู่การติดทีมอเมริกันฟุตบอล All-American team ทำให้ Forrest Gump ได้มีโอกาสเข้าพบประธานาธิบดี John F. Kennedy ที่ทำเนียบขาว

หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Alabama ด้วยโควตานักอเมริกันฟุตบอลที่ Forrest Gump ใช้ทักษะวิ่งเร็วเล่นอเมริกันฟุตบอลให้กับมหาวิทยาลัยจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากที่นั่น ในวันรับปริญญา Forrest Gump เจอนายทหารที่มาแจกใบปลิวชวนประชาชนเข้าร่วมกับกองทัพ Forrest Gump จึงสมัครเป็นทหาร

และถูกส่งไปประจำการในสงครามเวียดนามในทันที

การรบที่เวียดนาม ทำให้ Forrest Gump ได้รู้จักกับร้อยโท Dan Taylor และ The Bubba ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Forrest Gump ทำธุรกิจจับกุ้งร่วมกับผู้หมวด Dan

การรบที่เวียดนาม ทำให้ Forrest Gump ได้เป็นวีรบุรุษสงคราม ด้วยทักษะการวิ่งเร็วของเขา ที่เขาได้วิ่งลำเลียงช่วยเหลือเพื่อนทหารที่บาดเจ็บในสงครามจำนวนมาก ทั้งที่ตัว Forrest Gump เองก็บาดเจ็บไม่น้อย นำไปสู่การได้รับเหรียญเกียรติยศวีรบุรุษสงครามจากประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson

ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก Forrest Gump ได้ใช้เวลาว่างไปกับการ “ตีปิงปอง” เนื่องจากเขาเป็นคนสมาธิสั้น จึงโฟกัสอยู่กับการ “ตีปิงปอง” เหมือนกับ “การวิ่ง” ฝึกฝนปิงปองซ้ำๆ จนเล่นเก่งถึงขั้นติดทีมชาติไปเล่นปิงปองในโครงการ “การทูตปิงปอง” ของ นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กับประธานาธิบดี Richard Nixon ในปี ค.ศ. 1970 โดยทีมปิงปองสหรัฐฯ เดินทางไปแข่งขันกับทีมชาติจีนที่กรุงปักกิ่ง

เรื่องราวที่ Forrest Gump ได้พบกับ 3 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น John F. Kennedy ก็ดี Lyndon B. Johnson หรือ Richard Nixon เป็นเพียงประเด็นในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ที่ใช้เทคนิคพิเศษซ้อนภาพ Forrest Gump เข้ากับคลิปวิดีโอข่าวจริงของ 3 ประธานาธิบดี

ซึ่งรายละเอียดในแง่ความเป็นจริงทางการเมืองในยุคประธานาธิบดีทั้ง 3 คนของอเมริกานั้น ดร. PAUL S. BOYER เขียนไว้ในหนังสือ AMERICAN HISTORY หรือ “ประวัติศาสตร์อเมริกา” เขียนไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือเล่มดังกล่าว ซึ่งผมจะนำเสนอในลำดับถัดไป

ช่วงใกล้ปลดประจำการ Forrest Gump ได้พบกับ Jenny Curran เพื่อนรักในวัยเด็กและคนรักของเขาหลังจากที่จากกันไปหลายปี Jenny Curran เดินทางมาชุมนุมประท้วงสงครามเวียดนาม Forrest Gump ที่แต่งเครื่องแบบทหารถูกนำขึ้นเวทีไฮด์ปาร์กโดยบังเอิญทำให้เขาได้รับเชิญไปออกทีวีร่วมกับ John Lennon ในรายการโทรทัศน์ชื่อดังคือ Dick Cavett Show

แม้ในหนังสือ AMERICAN HISTORY ของ ดร. PAUL S. BOYER จะไม่ได้กล่าวถึงทั้ง Elvis Presley และทั้ง John Lennon ทว่า ศิลปินทั้ง 2 ท่านถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการดนตรีอเมริกัน แม้ว่า John Lennon จะเป็นศิลปินอังกฤษก็ตาม

หลังปลดประจำการ Forrest Gump ออกตามหาครอบครัว The Bubba และร่วมกับร้อยโท Dan Taylor ทำธุรกิจเรือจับกุ้งตามที่ได้ให้คำสัญญากับ The Bubba ไว้ธุรกิจประสบความสำเร็จแบบฟลุคๆ และเขาได้มอบหุ้นทั้งหมดในธุรกิจกุ้งให้กับครอบครัว The Bubba และ ผู้หมวด Dan เอาผลกำไรจากบริษัทกุ้งไปลงทุนใน Apple Computer ส่วน Forrest Gump ทำธุรกิจผลิตไม้ปิงปอง

Forrest Gump ได้กลับไปหาแม่ที่ Alabama บ้านเกิด พบว่าแม่ป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ต่อมา Jenny ได้กลับมาอยู่กับ Forrest Gump ที่ Alabama ในช่วงสั้นๆ เมื่อเธอจากไปอีกครั้ง Forrest Gump จึงออก “วิ่งมาราธอน” ไปทั่วประเทศโดยเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าวิ่งไปทำไม แต่เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับทั้งคนอเมริกัน และธุรกิจของคนอเมริกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดยี่ห้อ Chocolate หรือรองเท้าวิ่ง Nike

ในช่วงท้ายของภาพยนตร์ Jenny Curran ได้แต่งงานกับ Forrest Gump และมีบุตรด้วยกัน 1 คน และ Jenny เสียชีวิตอันเป็นผลจากไวรัสชนิดหนึ่งที่โลกยังไม่รู้จักในช่วงนั้น คือต้นยุค 1980 และต่อมาโลกก็รู้จักกันในนามไวรัส HIV เอดส์

ดร. PAUL S. BOYER

ทั้งประเด็นการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ที่ผมเล่าเนื้อหาย่อๆ มาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงภาพแสดงแทนสังคมอเมริกันรอบ 4 ทศวรรษระหว่างยุคทศวรรษที่ 1950 ถึง 1980 ทว่า ในหนังสือ AMERICAN HISTORY หรือ “ประวัติศาสตร์อเมริกา” ที่ ดร. PAUL S. BOYER ได้เขียนไว้ ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก ซึ่งผมจะได้นำเสนอในลำดับถัดไปครับ


ยังไม่ได้อ่านบทความตอนที่ 1-3 คลิกเลย

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนแรก)

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนที่ 2)

สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน (ตอนที่ 3)