ตลาด ‘อีคอมเมิร์ซเวียดนาม’ ได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นในฐานะตลาดออนไลน์ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนและในกลุ่มประเทศ CLMV ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคำแนะนำให้เหล่าผู้ประกอบการไทยมองตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนามเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายตลาดสินค้าอุปโภคและบริโภคไปที่นี่

หากอ้างอิงตามคำแนะนำของ ‘ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์’ ล่าสุดชี้ทางให้เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยเดินทางไปเปิดตลาดในทางตอนใต้ของเวียดนาม เพราะที่นั่นมีการเติบโตของชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่เอื้อต่อสินค้าที่ผู้ประกอบการชาวไทยมีศักยภาพและมีกำลังการผลิตนั่นเอง


อัปเดต 5 อันดับสินค้าโดนใจ นักช้อปออนไลน์เวียดนาม และอัตราการโตของ อีคอมเมิร์ซเวียดนาม แบบก้าวกระโดด

กรมการค้าออนไลน์และเทคโนโลยีสารสนเทศของเวียดนาม (Vietnam E–Commerce  and Digital Economy Agency) ซึ่งสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าประมาณการว่า ในช่วงปี 2559 – 2563 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเวียดนามจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี และจะมีรายได้จากธุรกิจมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2563 โดยในปี 2560 รายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีมูลค่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24 จากปี 2559

ด้านบริษัทที่ปรึกษา Kantar Worldpanel รายงานอัปเดตถึงปรากฏการณ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเวียดนามโตแบบก้าวกระโดดนี้เพิ่มเติมว่า ในปี 2561 จำนวนผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ใน 4 เมืองใหญ่ในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.8 จากร้อยละ 5.4 ในปี 2560 ทำให้นักลงทุนต่างชาติหลายรายสนใจมาลงทุนด้าน E–Logistics เพื่อตอบสนองการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้ารายย่อยและมีจำนวนมาก เช่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 บริษัท DHL E–Commerce เริ่มสร้างเครือข่ายจุดให้บริการทั่วประเทศ และมีเป้าหมายขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 จุดภายในสิ้นปี 2562 นี้

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์ ยังเปิดเผยถึงสินค้า 5 อันดับ ที่โดนใจนักช้อปออนไลน์ชาวเวียดนาม คือ

  1. เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
  2. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  3. เครื่องใช้ในครัวเรือน
  4. การจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน
  5. อุปกรณ์สำนักงานและของขวัญ

เมื่อพิจารณาจากสินค้าทั้ง 5 อันดับนี้ มีมากกว่าครึ่งแน่นอนที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้โอกาสนี้ไปขยายการลงทุนหรือธุรกิจที่เวียดนาม โดยมีคำยืนยันจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการไปบุกเบิกตลาดสินค้าออนไลน์ที่เวียดนามอย่าง ปีเตอร์ ทวีผลเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท Loka Nature CO., LTD. และประธานโครงการ YEN-D เวียดนาม ที่ยืนยันว่า

“ปัจจุบันโลจิสติกส์เวียดนามเติบโตสูงและเร็วมาก ทั้งการขนส่งคมนาคมทางบกและอีคอมเมิร์ซ อาทิ ‘lalamove’ รูปแบบ grab ส่งของด่วนในระยะทางไกลด้วยนโยบาย last miles จากภาคเหนือ และตอนนี้คนเวียดนามก็ชอบการซื้อขายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง shopee-lazada ที่จะเห็นได้ว่าตอนนี้มีผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Startup SMEs มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนามมากขึ้น โดยเฉพาะในนครโฮจิมินห์ เพราะที่นี่เป็นตลาดใหม่มาแรง โตเร็ว แต่ก็มีความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง”


รู้ไว้ได้เปรียบ พฤติกรรมการชำระเงินของ นักช้อปออนไลน์เวียดนาม

นอกจากข้อเท็จจริงและข้อมูลอัปเดตการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนามที่น่าสนใจแล้ว ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่เล็งว่าจะไปขยายตลาดที่นี่ ควรต้องศึกษาถึงพฤติกรรมนักช้อปออนไลน์เวียดนามไว้ด้วย เพื่อวางแผนทำการตลาดตลาดพิชิตใจชาวเวียดนามได้อย่างตรงจุด

เพราะจากปรากฏการณ์ที่ผู้บริโภคชาวเวียดนามเปลี่ยนมาช้อปปิงออนไลน์กันมากขึ้นนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลารวดเร็วมาก ปี 2560 สถิติคนเวียดนามใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 50 ล้านคน หรือ คิดเป็นร้อยละ 54 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งประมาณ 35.4 ล้านคน เป็นผู้ใช้อีคอมเมิร์ซในการซื้อขายสินค้า มาในปี 2561 เพิ่มเป็น 37.3 ล้านคน โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจเพิ่มเป็น 42 ล้านคนได้ภายในปี 2564 โดยค่าใช้จ่ายในการซื้อของและบริการออนไลน์ในปี 2560 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ดอลลาร์ ต่อคน ต่อปี แต่ในปี 2564 คาดว่าตัวเลขค่าใช้จ่ายนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะโตไปถึง 92 ดอลลาร์ ต่อคน ต่อปี ก็ได้

พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวเวียดนามเรื่องแรกที่ทางศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์บอก คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเลือกชำระเงินปลายทางเมื่อได้รับสินค้า หรือ Cash on Delivery เนื่องจากการชำระเงินด้วยเงินสดยังคงเป็นวิธีการชำระเงินที่แพร่หลาย สะดวก และเชื่อถือได้มากที่สุดในเวียดนาม

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถตรวจสอบสินค้าก่อนชำระเงิน และสามารถขอเปลี่ยนหรือคืนสินค้าและปฏิเสธที่จะชำระเงินได้ทันทีหากไม่พอใจในสินค้านั้น  โดยในเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในเวียดนามปัจจุบัน จะมีช่องให้เลือกจ่าย 3 แบบ คือชำระเงินปลายทาง บัตรเครดิต/บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม

ทั้งนี้ข้อมูลในปี 2560 มูลค่าการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคสินค้าออนไลน์ของเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 มีมูลค่า 6.14 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสองเท่าภายในปี 2565 ด้วย

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของ บริษัท Criteo ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีการตลาด พบว่า เมื่อซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้บริโภคชำระเงินปลายทาง (CoD) ร้อยละ 37 ชำระเงินโดยโอนผ่านธนาคาร ร้อยละ 18 ชำระเงินผ่านบัตรเอทีเอ็ม ร้อยละ18 ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ร้อยละ 11 และช่องทางอื่นๆ เช่น E–Wallet ร้อยละ 10 นอกจากนี้ธนาคารกลางเวียดนามมีข้อมูลว่ากว่าร้อยละ 90 ของบัตรที่ออกให้โดยธนาคารเป็นบัตรเดบิต ซึ่งเท่ากับว่าสัดส่วนของผู้ใช้บัตรเครดิตในเวียดนามยังคงมีจำนวนน้อยมากอยู่

ขณะที่ระบบ E-Payment ของเวียดนามจะมีใช้กับแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ใหญ่ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับระบบของธนาคาร หรือ Paypal อยู่แล้ว แต่หากเป็นผู้ค้ารายย่อยใน Facebook หรือ Instagram มักจะใช้วิธีชำระเงินปลายทาง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้บริโภคชาวเวียดนามคุ้นเคยและใช้อยู่ตอนนี้

ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่า วิธีและขั้นตอนการชำระเงินและการรับสินค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยกับเวียดนามมีบริบทที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่คิดจะไปขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เวียดนามจึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความราบรื่นในการทำธุรกิจนั่นเอง

ทว่า ขณะที่พฤติกรรมการชำระเงินของนักช้อปชาวเวียดนามเป็นอย่างที่กล่าวมา แต่พฤติกรรมการบริโภคของคนเวียดนามในตลาดออนไลน์กลับมีทิศทางที่น่าสนใจ ทั้งจำนวนประชากรวัยทำงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยนี้เองที่ดึงดูดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่าง Lazada ร่างทรง Alibaba มุ่งมั่นที่จะพิชิตตลาดอีคอมเมิร์ซในเวียดนามให้เหมือนลูกไก่ในกำมือ นอกจากนั้น อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ด้านการค้าออนไลน์อย่าง JD.com ก็เข้าไปร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ tiki.vn ในเครือ VNG เช่นกันกับ Sea Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Shopee ก็โดดเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดนี้เช่นกัน


มาฟังบทสรุปของคำแนะนำจาก ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในนครโฮจิมินห์ ที่น่าสนใจปิดท้ายกัน

“จากนี้ไป มีเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่งว่า หากธุรกรรมการเงินในเวียดนามดีขึ้น ระบบโลจิสติกส์สะดวกมากขึ้น ธุรกิจนี้จะก้าวกระโดดได้ขนาดไหน รับรองว่าผู้ประกอบการไทยคนใดที่สามารถไปจับจองพื้นที่ในตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนามได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในสมรภูมิการแข่งขันออนไลน์นี้แน่นอน เพราะด้วยจำนวนประชากรเวียดนามที่มีกว่า 90 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวที่รายได้เริ่มดีขึ้น ตลาดนี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราอยากเตือน คือ ปัญหาด้านต้นทุนโลจิสติกส์เวียดนามตอนนี้ยังสูง ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงต้องวางแผนด้านนี้ไว้ให้รัดกุมเช่นกัน”


ที่มา : เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “ธุรกิจ E-commerce เวียดนามมีผู้ใช้กว่า 37 ล้านคน” เผยแพร่ในเว็บไซต์ bangkokbanksme.com (15 มีนาคม 2019)


รับรู้หลากมุมมองเรื่องตลาด อีคอมเมิร์ช ทั้งในไทยและต่างประเทศ อ่านต่อเลย

ชวนมองอินเดีย 360 องศา ค้นหาโอกาสจากความสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน

ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มข. ชี้ 4 ประเทศดาวรุ่ง หนุน ‘SMEs ไทย’ เชื่อมสู่ตลาดอาเซียน +8

e-san e-commerce : โครงการน้องใหม่ พา SME อีสาน – ตะวันออก บุกตลาดออนไลน์โกยเงินล้าน