สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่มีใครอยากเห็นลูกหลานของตนเติบโตมาผิดปกติ แต่ด้วยความบกพร่องทางร่างกายของเด็กที่เกิดมาแล้วมีโครงสร้างหรือสารเคมีบางอย่างของสมองผิดปกติ ส่งผลให้เด็กมีอาการ ‘ออทิสติก’ ที่มีพัฒนาการด้านภาษาและสังคมช้ากว่าเด็กทั่วไป แน่นอนว่าการเห็นลูกหลานมีอาการเช่นนี้ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ทว่า ในทางการแพทย์ แม้อาการนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในเร็ววัน แต่ก็มีวิถีทางบำบัดอาการให้ค่อยๆ ดีขึ้นได้ ซึ่งต้องอาศัยแพทย์และนักบำบัดผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน แต่เนื่องจากในปัจจุบัน ‘นักบำบัดอาการออทิสติก’ ยังมีจำนวนไม่มากพอ เมื่อเทียบกับเด็กออทิสติกที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี นี่เอง ที่เป็นสาเหตุตั้งต้นให้เกิดการคิดค้น ‘Bliss หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ เพื่อนใหม่เด็กออทิสติกขึ้น


แจ้งเกิด ‘Bliss หุ่นยนต์อัจฉริยะ เสริมสร้างการเรียนรู้เด็กออทิสติก

เราได้ทำความรู้จัก ‘Bliss หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ เพื่อนเล่นคนใหม่ของเด็กออทิสติก จากงานนิทรรศการผลงานแนวคิดเชิงสร้างสรรค์และเทคโนโลยี (KMUTT Creativity and Technology Showcase Serie 2 “Digitalization for Smart Life and Smart Industry”) ที่จัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งข้างกายเจ้าหุ่นยนต์หน้าตาน่ารัก คือ ผศ.บุญเสริม แก้วกำเนิดพงษ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. ผู้คิดค้นและวิจัยพัฒนา ‘Bliss หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักบำบัดอาการออทิสติก ขึ้นเป็นคนแรก

“ที่มาของการประดิษฐ์ Bliss หุ่นยนต์บำบัดอาการออทิสติกนี้ขึ้นมา เพราะเล็งเห็นว่าปัจจุบันเด็กออทิสติกเพิ่มจำนวนขึ้นมาก และทางการแพทย์ก็ยังไม่มีวิธีรักษาอาการนี้ให้หายขาดได้ แต่จะทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการบำบัด ซึ่งในปัจจุบัน ก็ยังมีจำนวนนักบำบัดผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาตามมาในเรื่องของขั้นตอนการเข้ารับการบำบัดที่ต้องรอคิวนาน และต้องจำกัดเวลาในการบำบัด ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการบำบัดที่มากพอและต่อเนื่อง ผมจึงคิดค้นเจ้า Bliss ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยให้เด็กออทิสติกได้เรียนรู้ตลอดเวลา ด้วยโปรแกรมเกมที่เหมาะกับการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ใส่เข้าไปในตัว Bliss นี้”


ทำความรู้จัก ‘เจ้า Bliss’ เพื่อนเล่นคนใหม่ของเด็กๆ ให้ครบทั้ง 3 เวอร์ชัน

จากวันที่ ผศ.บุญเสริมคิดค้นเจ้าหุ่นยนต์ Bliss  ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มาวันนี้ Bliss ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยึดมั่นในแนวคิดแรก ที่ ผศ.บุญเสริมนำเสนอ นั่นคือ Bliss ได้รับการออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายของเล่น เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก และสร้างขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระของนักบำบัดอาชีพ โดยนักบำบัดคนหนึ่งสามารถใช้หุ่นยนต์หลายตัว ในการดูแลเด็กได้หลายคนในเวลาเดียวกัน เพราะด้วยอาการของโรคออทิสติก เด็กจะมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำๆ พูดซ้ำๆ และเจ้าหุ่นยนต์ Bliss ก็จะมาช่วยนักบำบัดในการตอบสนอง ตอบโต้กับเด็กออทิสติกแบบซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ดี

มาในวันนี้ มีทีมนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมชีวภาพ มจธ. และ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือ FIBO รับไม้ต่อในการพัฒนาและออกแบบหุ่นยนต์ Bliss ให้มีหน้าตาและฟังก์ชันเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 3 เวอร์ชัน โดย สุจิรัชย์ อัฏฐะวิบูลย์กุล หนึ่งในทีมนักศึกษาปริญญาโท ผู้วิจัยและสานต่อภารกิจเพิ่มความสามารถให้ Bliss เพิ่มเติม ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หุ่นยนต์ Bliss ทั้ง 3 เวอร์ชัน นี้ว่า ในปัจจุบัน ผลงานหุ่นยนต์ Bliss ที่ใช้เสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กออทิสติกนี้มีทั้งหมด 3 เวอร์ชัน ได้แก่

เวอร์ชันแรก ไม่มีจอทัชสกรีน มีเพียงจอแอลอีดีตรงบริเวณตาของหุ่นยนต์เท่านั้น เวลาเล่นเกมต้องเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตถึงจะใช้งานได้

เวอร์ชันที่ 2 ได้รับการพัฒนาให้มีลักษณะคล้ายมนุษย์มากขึ้น โดยใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถเล่านิทานได้ ให้เด็กเอาการ์ดมาเล่นกับหุ่น ให้หุ่นตอบคำถามได้ พร้อมทั้งมีกล้องตรวจจับอารมณ์เด็ก แม้จะยังไม่มีจอทัชสกรีน แต่สามารถนำแท็บเล็ตวางไว้ที่หน้าท้องของหุ่นยนต์เพื่อให้ตอบโต้สื่อสารได้

เวอร์ชันที่ 3 มีลักษณะคล้ายหุ่นยนต์ Bliss เวอร์ชันแรก แต่เพิ่มคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเข้าไปข้างใน รวมถึงติดตั้งจอทัชสกรีนเพื่อให้เด็กสามารถเล่นกับหุ่นยนต์ได้โดยตรง และมีกล้องซึ่งใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอารมณ์และพฤติกรรม เก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อแสดงบนเว็บไซต์ ทำให้ทราบได้ว่าเด็กคนไหนเล่นเกมอะไร เมื่อไร ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของเกมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมให้กับเด็ก และแนะนำเกมที่เหมาะสมกับการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กแต่ละคนได้

“ในหุ่นยนต์ Bliss นี้จะมีเกมประมาณ 10 เกม โดยเกมหลักๆ คือ เกมจับคู่ภาพ ซึ่งพัฒนามาจากกิจกรรมที่นักบำบัดใช้ในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กออทิสติกอยู่แล้ว สำหรับการผลิตหุ่นยนต์ Bliss นี้ออกมาใช้จริงในวงการแพทย์และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ อยู่ในช่วงทดสอบตลาด คำนวณราคาต้นทุน และวางแผนการผลิต รวมถึงทางทีมวิจัยยังมองช่องทางในการใช้งานหุ่นยนต์ Bliss นี้ในรูปแบบของการให้เช่ารายเดือนด้วย โดยคาดว่าสนนราคาเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้น่าจะอยู่ที่หลักหมื่นบาท”


พิสูจน์แล้ว ‘หุ่นยนต์ Bliss’ แบ่งเบาภาระนักบำบัดได้จริง พร้อมต่อยอดสู่ ‘หุ่นยนต์เพื่อนแท้ผู้สูงวัย’

จากแนวคิดที่ Bliss ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กออทิสติกไปพร้อมกับการพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านการเล่นเกมที่มีหุ่นยนต์เป็นสื่อกลาง จึงส่งผลให้เด็กได้เรียนรู้การควบคุมตัวเองผ่านกฎกติกาของเกมที่ใช้บำบัดนั้นด้วย

นอกจากทักษะด้านอารมณ์แล้ว การทำงานของหุ่นยนต์นี้ยังมาช่วยเติมเต็มและตอบสนองอาการของโรคที่เด็กออทิสติกมักชอบทำอะไรซ้ำๆ โดยหุ่นยนต์จะไม่แสดงอารมณ์เชิงลบ เช่น ท่าทีรำคาญ คำพูดเชิงตำหนิเด็ก ทำให้เด็กไม่โดนตำหนิจากการกระทำซ้ำๆ ของเขา

ไม่เพียงเท่านั้น หุ่นยนต์ Bliss ยังช่วยเก็บข้อมูลพัฒนาการด้านสังคมของเด็ก ซึ่งข้อมูลนี้เองจะถูกส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญนำไปวิเคราะห์ ศึกษา และวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนกิจกรรมบำบัดให้เหมาะสม ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยกลุ่มออทิสติก

ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยนำหุ่นยนต์ Bliss นี้ไปทดลองใช้ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันราชานุกูล และบ้านเล่นและเรียนรู้ครูน้อง เพื่อเปรียบเทียบว่าระหว่างที่นักบำบัดสอนการจับคู่การ์ดกับเด็ก และนักบำบัดที่ใช้หุ่นยนต์ Bliss มาเป็นตัวช่วยในการบำบัดนั้น หุ่นยนต์ Bliss มีส่วนในการแบ่งเบาภาระเด็กได้หรือไม่ ซึ่งพบว่า เด็กสามารถตอบคำถาม สื่อสารได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องให้นักบำบัดมากระตุ้นเหมือนเดิม

ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยยังได้จัดกิจกรรมเล่านิทานภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเปรียบเทียบว่าระหว่างการที่ผู้ปกครองเล่านิทาน กับใช้หุ่นยนต์ Bliss เล่านิทาน วิธีใดสะดวกและได้รับความสนใจจากเด็กมากกว่ากัน ปรากฏว่า เด็กสนใจหุ่นยนต์ที่มาเล่านิทานมากกว่า เพราะพวกเขามองว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ และหลังจากใช้หุ่นยนต์ Bliss มาช่วยในการบำบัด ยังส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้ปกครองมากขึ้น เนื่องจากผู้ปกครองไม่ต้องคอยกังวลกับเนื้อหานิทานและไม่ต้องคอยกระตุ้นเด็กตลอดเวลาเพื่อดึงดูดความสนใจจากเด็กเหมือนที่เคยทำด้วย

ด้าน ณิชาภัทร สิงขรอาจ นักศึกษาปริญญาโท คณะการบริหารจัดการสาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มจธ. อีกหนึ่งสมาชิกของทีมวิจัยนี้ ยังเปิดเผยถึงการต่อยอดความสำเร็จของหุ่นยนต์ Bliss ด้วยว่า

“ปัจจุบันทางทีมวิจัยทำสำรวจถึงความต้องการหุ่นยนต์เพื่อนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ อย่าง เซ็นเซอร์ตรวจจับการล้ม ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการออกแบบหุ่นยนต์สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับการที่สังคมไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในเร็วๆ นี้ด้วย”

นวัตกรรมที่จะสร้างขึ้นนั้น ณิชาภัทรและทีมวิจัย มองว่า จะมีรูปแบบเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อกับการทำงานของหุ่นยนต์ เช่น สายรัดข้อมือตรวจจับการล้ม และส่งสัญญาณไปยังแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนของญาติผู้สูงอายุ เพื่อแจ้งเตือนหากอุบัติเหตุลื่นล้มและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการติดตั้งกล้องไว้ที่หุ่นยนต์เพื่อให้ลูกหลานได้ทราบถึงกิจกรรมที่ผู้สูงอายุทำขณะที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน


ที่มา : เรียบเรียงจากรายงานข่าวเรื่อง ‘Bliss’ หุ่นยนต์อัจฉริยะ เสริมการเรียนรู้เด็กออทิสติก โดย ปาริชาติ บุญเอก (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 27 มีนาคม 2562)


มีนวัตกรรมแห่งยุค ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นอีกมากมายให้อัปเดต คลิกเลย

ต้นแบบ “นวัตกรรมเพื่อสังคม” ยกระดับชีวิตผู้พิการ & ผู้สูงอายุให้ดีขึ้น ฝีมือนักศึกษาอาชีวศึกษาไทย

Thai School Lunch : ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ผู้ช่วยคิดเมนูในยุคดิจิทัล

เปิดตัวต้นแบบงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ‘ไก่ยูริกต่ำ’ เอาใจคนรักสุขภาพ ฝีมือ อาจารย์ มข.