การเลือกตั้งที่เพิ่งจบไปภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ สร้างกระแสความสนใจให้คนทั้งสังคมอย่างยิ่ง อาทิ ผลโหวตแบบ ‘ทุกเสียงมีความหมาย’ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพรรคเก่าแก่อย่าง ‘ประชาธิปัตย์’ โดยชี้บอกถึงการเปลี่ยนผ่านที่ถูกดิสรัปชั่นทางการเมืองไปเรียบร้อย ส่วน ‘อนาคตใหม่’ ได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งแบบใหม่ถูกที่ถูกเวลา จนผู้สมัครอนาคตใหม่หลายคนยังสงสัยเลยว่า คะแนนตัวเองนั้นมาได้ไง!


ผลการเลือกตั้งตามกติกาใหม่นี้สะท้อนความเป็นจริงทางสังคมได้ดี ชี้บอกว่าสังคมไทยมีทั้งกระแสใหญ่ กระแสรอง มุ้งเล็ก มุ้งน้อย ฯลฯ จับกลุ่มปนเปคละกันอยู่ตามความเชื่อที่แต่ละคน – แต่ละกลุ่มอย่างหลากหลาย ใครปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ถูกกวาดพ้นออกไป

นี่คือความจริงที่สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่มีขึ้น
มันบอกชัดว่า…ประเทศเป็นเช่นไร
ก็ดูจากนักการเมืองที่ประชาชนเลือกมา ไม่ผิดเพี้ยน!

ผลการเลือกตั้งของไทยจึงไม่มีที่ยืนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ฝ่ายใด! สะท้อนความเชื่อที่คนในสังคมเชื่อและเลือกยืนอยู่กับมัน ความลำบากจึงตกที่การบริหารจัดการทางการเมืองที่จะนำพาประเทศต่อไปหลังเลือกตั้ง!

สภาพการเมืองเช่นนี้ สร้างความห่วงใยให้แก่นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้คนที่มองไปข้างหน้าไม่น้อย ในสภาพความเคลื่อนไหวที่การลงทุน-การพัฒนาระดับเมกะโปรเจ็กต์ กำลังดำเนินอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC โดยมีผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัด นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเทใจสนับสนุนให้ EEC ดำเนินต่อให้ถึงเป้าหมาย เพราะผลลัพธ์คือ การช่วยยกระดับการพัฒนาประเทศสู่ความก้าวหน้าใหม่ และเป็นโมเดลที่จะขยายการพัฒนาสู่ทุกภูมิภาคของไทยต่อไป


มุมมองการพัฒนาที่ซ้อนทับการเมืองอยู่วันนี้ คงต้องพิจารณาเป้าหมายและความเคลื่อนไหวของ เมกะโปรเจ็กต์ EEC ผ่าน 5 มิติสำคัญ กล่าวคือ

  • มิติแรก : ว่าด้วยบทบาท EEC ที่มีต่อประเทศไทย

การเปิดพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ EEC เป็นผลมาจากความขัดแย้งนับทศวรรษที่ผ่านมา ที่ทำให้ประเทศหยุดชะงักไม่พัฒนา – ตกในมุมอับ จนเศรษฐกิจติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง – โงหัวไม่ขึ้น ในช่วงเวลาที่ภูมิรัฐศาสตร์โลก ภูมิเศรษฐกิจ และเทคโนโลยียุคใหม่ปรับตัวล้ำไปมาก หากไม่สร้างนโยบายใหม่ พื้นที่การลงทุนใหม่ ดึงทุน ความรู้ และเทคโนโลยีมายกระดับประเทศให้คืนสภาพเดิม – ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน สังคมและเศรษฐกิจไทยก็จะจมดิ่งไร้ทางออก – ล่มสลายได้

บทบาทของ EEC จึงมีภารกิจในการสร้างความก้าวหน้าใหม่ให้ประเทศ ไม่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของการเมืองกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจะตกแก่ทุกภาคส่วนตั้งแต่คนเล็กคนน้อย ชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึงสังคมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศร่วมกัน ไม่ใช่เกิดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวาทกรรมทำลายจากคนบางกลุ่มที่ขาดความรู้จริง!

  • มิติที่ 2 : การพัฒนาปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานกับเศรษฐกิจยุคใหม่

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปรับตัวให้ทันโลกและเศรษฐกิจใหม่ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่ารถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ สนามบินใหม่ ท่าเรือ การขยายถนนเชื่อมในพื้นที่ทุกสาย ฯลฯ การปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานจำเป็นต่อการยกระดับเศรษฐกิจ การเชื่อมต่อกับโลก และการลดต้นทุนการคมนาคมโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและปรับฐานคุณภาพชีวิตให้สอดรับกับโลกแวดล้อม – เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นฐานการยกระดับการพัฒนาประเทศ ท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่สำคัญยิ่ง

  • มิติที่ 3 : การสร้างพื้นที่การลงทุนเพื่อดึงทุน ความรู้ นวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศและปรับตัวให้ทันโลก ด้วยเศรษฐกิจฐานความรู้-นวัตกรรม

ในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงและการทำลายล้างอยู่ตลอด การดึงดูดการลงทุนเป็นอีกความจำเป็นของประเทศที่ต้องเปิดพื้นที่ – ปรับกฎหมายระบบระเบียบให้สามารถแข่งขันกับโลกแวดล้อมในการดึงเอาทุน ความรู้ และเทคโนโลยีที่จะเชื่อมไทยเข้ากับโลกท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิเศรษฐกิจที่เชี่ยวกราก ซึ่งพื้นที่ EEC มีบทบาทโดยตรงในการเชื่อมไทยเข้ากับโลกยุคใหม่ในปัจจุบัน ให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และความก้าวหน้าโดยรวมทั้งทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเข้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน! นี่คือภาระบทบาทสำคัญที่ EEC มีต่อประเทศชาติบ้านเมืองไทยในวันนี้

  • มิติที่ 4 : การสร้างการศึกษาใหม่กับเทคโนโลยีและลักษณะงานในศตวรรษที่ 21

เพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความก้าวหน้าเท่าทันโลก การปรับสร้างการศึกษาให้สอดรับกับงาน อาชีพ และการดำรงชีวิตยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยียุค 4.0 เป็นฐานขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อมุ่งสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมและรับผิดชอบต่ออนาคตของเยาวชน ภารกิจนี้เป็นบทบาทสำคัญในการสร้างสติปัญญา ความก้าวหน้า และผลิตซ้ำการศึกษาขึ้นรองรับความก้าวหน้าของศตวรรษที่ 21 ซึ่ง EEC กำลังขับเคลื่อนอยู่อย่างทุ่มเท

  • สุดท้าย : มิติของผลรวมการพัฒนาประเทศสู่ความก้าวหน้าใหม่

เป็นผลรวมที่สำคัญและจำเป็นยิ่งต่อประเทศ ในสภาพที่ต้องก้าวกระโดดปรับตัวให้ทันโลก และการเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนาเพื่อขยายตัวสู่ภูมิภาคต่างๆ ให้เท่าทันความเคลื่อนไหวของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจโลก การยกระดับประเทศให้เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจสังคมและเทคโนโลยียุคใหม่ของโลก เป็นงานภาคบังคับที่ไม่อาจถอนตัวได้ ซึ่งถ้าคิดถึงประเทศและความก้าวหน้าใหม่ การหนุนให้ EEC ได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องจะเป็นเรื่องสำคัญที่ภาคการเมืองต้องกระตือรือร้นสนับสนุน ไม่ดึงโยงเข้าไปในกระแสความขัดแย้งและความผันแปรทางการเมือง ตรงกันข้าม ต้องช่วยขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เข้าถึงประชาชนฐานรากและเชื่อมต่อกับโลกไปในขณะเดียวกัน

นี่คือภารกิจสำคัญที่นักการเมืองต้องใส่ใจการพัฒนา EEC


.

.

.

เรื่อง : Apichartology


อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับเมกะโปรเจ็กต์ EEC

มองไปข้างหน้า เห็นบ้านเมืองในพื้นที่ EEC ที่เป็นอนาคตใหม่ของประเทศหรือยัง?

หนึ่งในยุทธศาสตร์ลด ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ในไทย คือใช้โพรเจ็กต์ใหญ่อย่าง ‘EEC’ เคลื่อนไหวเพื่อนำร่อง

แง่คิด – มุมมอง – ข้อเท็จจริง ในการพัฒนา EEC เมกะโพรเจ็กต์เปลี่ยนประเทศ!!!