คำว่า ‘Robot’ ปรากฏขึ้นครั้งแรกบนโลก จากบทละครชุด Rossum’s Universal Robots หรือ R.U.R. ผลงานการประพันธ์ของ Karel Čapek นักเขียนชาวเชโกสโลวาเกีย เมื่อปี ค.ศ. 1920

แม้ Robot ในท้องเรื่อง R.U.R. หรือ Rossum’s Universal Robots ของ Karel Čapek จะไม่ปรากฏรูปร่างหุ่นยนต์แบบปัจจุบันที่เราคุ้นเคยให้เห็น เพราะละครเวทีของ Karel Čapek กำหนดให้ใช้คนแสดง ทว่า นี่คือต้นแบบสำคัญของรูปลักษณ์ Robotics ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

เพราะในอีก 7 ปีต่อมา คือในปี ค.ศ. 1927 ภาพยนตร์เรื่อง Metropolis ผลงานการเขียนบทของ Thea von Harbou กำกับการแสดงโดย Fritz Lang

ทั้งคู่เป็นสามีภรรยาชาวเยอรมนี ที่ให้กำเนิดหนังไซ-ไฟคลาสสิกอันดับหนึ่งของโลกคือ Metropolis

และหุ่นยนต์ Maria ในท้องเรื่อง Metropolis ที่เป็นทั้งตัวเดินเรื่องสำคัญ และเป็นทั้งโปสเตอร์หลักของหนัง ได้กลายเป็น “หุ่นยนต์ต้นแบบ” ให้กับหุ่นยนต์นับร้อยตัว ทั้งในหนัง และหนังสือ หรือเพลง รวมถึงละครเวที รายการทีวี การ์ตูน สตอรี่บอร์ด ของเล่น วิดีโอเกม และอื่นๆ อีกมากมายในรอบ 90 ปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะ 50 ปี หลังจากที่ Metropolis ออกฉาย คือในปี ค.ศ. 1977 ได้มีการสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งต่อมาหนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นตำนานของภาพยนตร์ Sci-fi ทั้งมวล

นั่นก็คือหนังชุด Star wars ของ George Lucas

50 ปี หลัง Maria แห่ง Metropolis ปรากฏโฉมสู่สายตาชาวโลก George Lucas ได้สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า C-3PO ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ซึ่งมีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับ Maria แห่ง Metropolis

ดังที่กล่าวไป แม้ว่า R.U.R. หรือ Rossum’s Universal Robots ของ Karel Čapek จะไม่ปรากฏรูปร่างหุ่นยนต์เหมือนอย่าง Maria ใน Metropolis หรือ C-3PO ใน Star Wars

แต่หุ่นยนต์ในท้องเรื่อง ทั้ง R.U.R. ทั้ง Metropolis และทั้ง Star Wars ล้วนมีต้นเค้าของรูปลักษณ์ “หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์” หรือที่เรียกว่า Androids ทั้งสิ้น

ลักษณะการ “เลียนแบบมนุษย์” ของ Androids นี่เอง ที่โลกแห่งความเป็นจริงได้นำลักษณะ Androids จากโลกของเรื่องแต่งมาต่อยอด วิจัย ค้นคว้า พัฒนา ประดิษฐ์ คิดทำ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์ Androids หรือ “หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์” ขึ้นมาจริงๆ

รูปลักษณ์รูปร่างที่เหมือนมนุษย์ สามารถสื่อถึงบทบาทแทนมนุษย์ได้ในหลายฉากและหลายความคิด เพราะหลายเหตุการณ์นำไปสู่การสร้างนัยเปรียบหรือภาพแสดงแทนผ่านบทประพันธ์ในโลกของเรื่องแต่ง ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ในโลกแห่งความเป็นจริงจะนำต้นแบบ Androids มาสร้างเป็นหุ่นยนต์จริงนั่นเอง

และเมื่อพูดถึงโลกหุ่นยนต์ ทั้งเรื่องแต่งและเรื่องจริง คงจะไม่เอ่ยถึงนามนี้ไปไม่ได้เลย นั่นคือ Isaac Asimov

Isaac Asimov

ด้วยเหตุที่ว่า Isaac Asimov เป็นผู้ประพันธ์หนังสือเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในชุดงานเขียนที่ชื่อ The Robot series นั่นเอง

The Robot series หรือวรรณกรรมหุ่นยนต์ ของ Isaac Asimov ประกอบไปด้วยนวนิยาย 5 เรื่องอันได้แก่ I, Robot (1950) The Caves of Steel (1953) The Naked Sun (1955) The Robots of Dawn (1983) และ Robots and Empire (1985)

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ Isaac Asimov เป็นผู้เขียนกฎ 3 ข้อ ของหุ่นยนต์ หรือ Laws of Robotics อันประกอบไปด้วย

  1. A robot may not injure a human being or, through inaction, allow a human being to come to harm.
    หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้
  2. A robot must obey the orders given it by human beings except where such orders would conflict with the First Law.
    หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อแรก
  3. A robot must protect its own existence as long as such protection does not conflict with the First or Second Laws.
    หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะความมีตัวตนของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อแรกหรือกฎข้อที่สอง

โดยทุกวันนี้ Androids หรือ “หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์” ทั้งใน R.U.R. ทั้ง Metropolis และทั้ง Star Wars ต่างกำลังโลดแล่น แสดงบทบาทสำคัญใน ยุค A.I. ครองโลกทั้งสิ้น

ยุค A.I. ครองโลก ก็คือห้วงเวลาสำคัญที่ระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในหลากหลายสาขาอาชีพ ดังที่หลายท่านทราบกันดีว่า A.I. นั้นย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence ซึ่งแปลว่า “ปัญญาประดิษฐ์”

“ปัญญาประดิษฐ์” หมายถึงแขนงการศึกษาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์แขนงหนึ่งที่พยายามจะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคิดหาเหตุผลได้ เรียนรู้ได้ ทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์

และเมื่อไม่นานมานี้ มีกลุ่มนักวิชาการจากสิงคโปร์มองเห็นปัญหาจากการเกิดขึ้นของ A.I. และได้ร่วมมือกันทำวิจัยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตจากการที่ A.I. กำลังจะครองโลก

ทีมนักวิชาการดังกล่าวประกอบไปด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.Hooman Aghaebrahimi Samani แห่ง Interactive and Digital Media Institute หน่วยงานภายใน National University of Singapore ปัจจุบันเป็น Director of AIART Lab (Artificial Intelligence and Robotics Technology Laboratory) หน่วยงานภายใน National Taipei University ไต้หวัน แฟน “สาลิกา” หลายท่านอาจคุ้นชื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.Hooman Aghaebrahimi Samani เพราะผมเคยเขียนถึงท่านในบทความชุด “ความรักของหุ่นยนต์ (ภาคสอง)” นั่นเองครับ

ความรักของหุ่นยนต์ (ภาคสอง)

นอกจาก รองศาสตราจารย์ ดร.Hooman Aghaebrahimi Samani แล้ว ทีมวิจัย Towards Robotics Leadership: An Analysis of Leadership Characteristics and the Roles Robots Will Inherit in Future Human Society ยังประกอบไปด้วย

  • Dr.Jeffrey Tzu Kwan Valino Koh จาก Graduate School for Integrative Sciences and Engineering มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
  • Dr.Elham Saadatian จาก Department of Electrical and Computer Engineering มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และ
  • Dr.Doros Polydorou จาก Interaction and Entertainment Research Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์

โดยในครั้งหน้า ผมขออาสาผ่างานวิจัยชิ้นนี้ ที่ตั้งชื่อไว้ว่า “Robotics Leadership” ภาวะผู้นำตัวใหม่ ยุค A.I. ครองโลกครับ


A.I. มีหลายแง่มุมให้ติดตามต่อ

ไขความลับของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คืออะไร กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย

ทฤษฎีหุ่นยนต์สมคบคิด

เจาะลึก 3 ประเด็น ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ เปลี่ยนโฉมวงการ HR สู่ยุค Digital HR

นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในบริษัทไม่ใช่เรื่องหมูๆ แล้วจะให้ ‘ผู้ประกอบการ’ อย่างเราทำอย่างไร?