รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 (Thailand Internet User Profile 2018) ของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 ของประเทศ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 10.05 ชั่วโมง และด้วยปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นมหาศาลนี้เอง ทำให้ปัญหา ‘การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล’ ทวีความรุนแรงและเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งวิกฤตนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้ให้ความสำคัญและตระหนักในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าไรนัก

ETDA จึงได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงของคนในแต่ละรุ่น หรือ แต่ละเจน ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอวิธีการป้องกันไม่ให้เกิด ‘การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล’ ขึ้นในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกเพศทุกวัย


GEN Z กับ พฤติกรรมเสี่ยง ‘การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล’ สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคไอที

GEN Z หรือ Generation Z คือ ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นไป และเป็นเจเนอเรชันที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และแวดล้อมด้วยอุปกรณ์ gadgets ล้ำสมัยมากมาย โดยตามผลสำรวจแสดงว่า คนกลุ่มนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 10.22 ชั่วโมง/วัน ในช่วงวันทำงานหรือเรียนหนังสือ และ 11.50 ชั่วโมง/วัน ในช่วงวันหยุด ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

สำหรับพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรก ของคน GEN Z เมื่อเทียบกับ Gen อื่นๆ ได้แก่

  • การระบุวันเดือนปีเกิดที่แท้จริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (56%) ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลส่วนนี้ไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ หรือเข้าถึงข้อมูลอื่นๆ ของเจ้าของข้อมูลได้
  • ไม่เปลี่ยน Password ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีจำนวนถึง (53.7%)โดยควรเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน  ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงในการเปิดช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลได้
  • เปิดอีเมลของคนไม่รู้จักหรือคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก มีจำนวนถึง (51.5%) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีทำการแฮกหรือโจมตีระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขโมยตัวตนทางออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลได้

GEN Y กับความเสี่ยงเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยการ แชร์

GEN Y หรือ Generation Y คือ ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2521-2538 เป็นเจเนอเรชันที่เกิดมาพร้อมกับการมีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศให้ใช้ โดยคน GEN Y ถือเป็นกลุ่มที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันสูงที่สุดในทุกกลุ่ม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10.22 ชั่วโมง/วัน ในวันทำงานหรือเรียนหนังสือ และ 11.52 ชั่วโมง/วัน ในวันหยุด กิจกรรมยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรกของคน GEN Y เมื่อเทียบกับ Gen อื่นๆ ได้แก่

  • เมื่อผู้ใช้งานถ่ายรูปหรือวิดีโอเสร็จแล้ว มักจะอัปโหลดรูปถ่ายหรือวิดีโอนั้นทันที ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (37.9%) ซึ่งการกระทำนี้เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นเป้าให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าของข้อมูลแบบ Realtime ที่อาจนำมาซึ่งอันตรายแก่เจ้าของข้อมูล หรือ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ในที่สุด
  • การบอกรหัสผ่านในการเข้าใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนเองให้เพื่อนสนิทหรือคนรัก รู้ มีจำนวนถึง (35.8%) ซึ่งเสี่ยงต่อการเปิดทางให้เข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนตัวโดยผู้อื่น รวมทั้งเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและข้อมูลทางธุรกรรมการเงินด้วยเช่นกัน
  • แชร์ตำแหน่งที่ใช้งานอยู่แบบ Realtime ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (33.8%) เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่ คน Gen Y มักไม่ระวัง จนเป็นเหยื่อให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหว ที่อาจนำมาซึ่งอันตรายแก่เจ้าของข้อมูลได้

Baby Boomer เปิดช่องโหว่ให้ล่วงรู้ข้อมูลลส่วนตัว เพราะ ไม่ลบ ไม่ตั้ง ไม่ทันสังเกต

Baby Boomer คือ กลุ่ม Aging ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487 – 2505 แน่นอนว่าคนรุ่นนี้เป็นเจเนอเรชันที่เกิดในยุคที่การพัฒนาเทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากเท่าไรนัก และจากการสำรวจ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันไม่ต่างกันนักในช่วงวันทำงานและวันหยุด โดยใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ชั่วโมง/วัน ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ก็ยังคงเหมือนกลุ่มอื่นๆ คือ การเล่นโซเชียลมีเดีย นั่นเอง

จากการสำรวจของ ETDA ชี้ชัดว่า Baby Boomer ถือเป็นกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่น่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากที่สุด

โดยพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรกของคนกลุ่มนี้เมื่อเทียบกับ Gen อื่นๆ ได้แก่

  • เข้าเว็บไซต์ธนาคารเพื่อทำธุรกรรม แต่ไม่ได้สังเกตว่ามี http:// หรือไม่ มีจำนวนถึง (55.9%) ซึ่งปรากฎการณ์นี้เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ผู้ใช้งานเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยหรือเว็บไซต์ธนาคารปลอมที่มีหน้าตาเหมือนเช่นเว็บไซต์ธนาคารจริง และถูกผู้ไม่หวังดีโจรกรรมข้อมูลและยักยอกเงินจากบัญชีได้
  • เมื่อใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้อื่น และเปิดใช้งาน WiFi สาธารณะ เสร็จแล้ว มักจะละเลยไม่ลบรหัสผ่านหรือประวัติการใช้งาน มีจำนวนถึง 47% ซึ่งเสี่ยงมากที่จะถูกผู้อื่นสวมสิทธิ ขโมยตัวตนบนโลกออนไลน์ และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่ตั้งค่าล็อกหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้หน้าจอล็อกอัตโนมัติหลังจากใช้งานแล้ว (29.7%) จึงเสี่ยงต่อการถูกผู้อื่นเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

ดังนั้น ยิ่งเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัล ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารออนไลน์มากขึ้นเท่าไร ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น คนในแต่ละ Gen จึงไม่ควรละเลยใส่ใจ ปิดช่องวางหรือลู่ทางที่จะทำให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ย่อมเป็นหนทางป้องกันที่ดีสุด


ที่มา :


ต่าง Gen แล้วมีอะไรแตกต่างกันบ้าง เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

‘ต่างวัยไม่เป็นปัญหา’ แนะเทคนิคทำงานให้ราบรื่นใน ‘องค์กร 4.0’ แหล่งรวมคนทุก Gen

ผลวิจัยชี้ ‘เทรนด์การทำงาน โดนใจ Gen Z’ ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดไอที & เทคโนโลยีต้องมาก่อนในทุกสรรพสิ่ง

Generation Why