เป็นข่าวเด่นรอบโลก เมื่อญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เรื่องรัชสมัยใหม่ที่มีชื่อว่า ‘เรวะ’ โดยเป็นการสิ้นสุดรัชสมัย ‘เฮเซ’ ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (Emperor Akihito) ซึ่งครองราชบัลลังก์มานาน 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1989 หลังจากพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (Emperor Hirohito) สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1989
รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับราชวงศ์ญี่ปุ่น
เนื่องจากเป็นราชวงศ์ที่มีอายุเกือบ 2,700 ปี ราชวงศ์ญี่ปุ่น จึงเป็นราชวงศ์ที่มีการสืบราชบัลลังก์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ทั้งยังมีกฎการเปลี่ยนชื่อรัชสมัย (Era) ตามการเปลี่ยนองค์พระจักรพรรดิ รวมแล้วมีชื่อเรียกมากถึง 247 ชื่อ

พระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (明仁/Akihito) ทรงเป็นพระจักรพรรดิลำดับที่ 125 รัชสมัยของพระองค์มีชื่อว่า เฮเซ (平成時代/Heisei) แปลว่า สันติสุขอยู่ทุกแห่งหน
ตามกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น ทายาทชายจะได้รับการสืบทอดราชบัลลังก์เมื่อพระจักรพรรดิเสด็จสวรรคต แต่เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา และพระวรกายไม่สู้แข็งแรงนัก จึงทรงต้องการให้ทายาทสืบทอดราชบัลลังก์และปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จึงกำหนดให้จัดพิธีสละราชบัลลังก์ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะในวันที่ 30 เมษายน 2019 นี้


ความหมายของ ‘เรวะ’ และเส้นทางญี่ปุ่นสมัยใหม่
‘Reiwa’ The new era © AFP | Kazuhiro Nogi | Source : www.capitalfm.co.ke 令 (เร) หมายถึง โชคดี ความรุ่งเรือง
和 (วะ) หมายถึง ความสงบสุข ความกลมเกลียว
令和 (เรวะ) หมายถึง ความรุ่งเรืองและสงบสุข
มาจาก 万葉集 (มันโยชู)
วรรณคดีเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
บรรยากาศในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2019
ก่อนตั้งชื่อรัชสมัยว่า เรวะ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นถกประเด็นนี้ในระดับที่เป็นความลับขั้นสุดยอด (Top-secret discussions) และใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณาข้อเสนอของนักวิชาการด้านวรรณกรรมญี่ปุ่น – จีนคลาสสิก และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและฝั่งตะวันออก ต่อด้วยการหารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญ 9 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ศาสตราจารย์ชินยะ ยามะนะกะ (Shinya Yamanaka) จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์เมื่อปี 2012
นี่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในรอบ 200 ปี ที่จักรพรรดิญี่ปุ่นส่งต่อราชบัลลังก์ให้แก่ทายาท โดยวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 นี้ ถือเป็นการเริ่มต้นรัชสมัย ‘เรวะ’ อย่างเป็นทางการ และทายาทที่จะทรงสืบทอดราชบัลลังก์เป็นพระจักรพรรดิองค์ที่ 126 ต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะคือ เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ ชินโน มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น (皇太子德仁親王/Naruhito Shinno)

ในยุคเรวะ หลายประเทศเชื่อว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะที่ผ่านมา ญี่ปุ่นในยุคเฮเซเผชิญกับความท้าทายที่ทั่วโลกจับตามอง ทั้งเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ ความไม่สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน สังคมสูงวัย โดยในด้านสังคมสูงวัยจะทำให้ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานอย่างมาก แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตของประเทศ
หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับพระจักรพรรดิทุกพระองค์ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ดูที่ List of Emperors of Japan
อย่างไรก็ตาม ชินโซ อาเบะ (安倍 晋三/Abe Shinzo) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังดำเนินนโยบายให้ผู้หญิงเข้าไปทำงานมากขึ้นเพื่อลดความไม่เท่าเทียมทางเพศ และอนุญาตให้แรงงานต่างชาติเข้าไปทำงานในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
ดูท่า…การใช้ชีวิตในรัชสมัยเรวะอาจจะยากกว่ายุคที่ผ่านมา เพราะต้องเผชิญปัญหาและความเปลี่ยนแปลงรอบด้านที่ชวนหนักอึ้ง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล ภัยธรรมชาติ ฯลฯ แต่กระนั้น ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการเปลี่ยนรัชสมัยคือ การเริ่มต้นยุคใหม่ รีเซ็ตประเทศใหม่ และนำมาสู่ความหวังครั้งใหม่ เหมือนดอกบ๊วยที่ผลิบานอีกครั้งเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง












