เมื่อพูดถึงประเทศในเอเชียที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำยุค ประเทศญี่ปุ่นย่อมอยู่ในตำแหน่งหัวขบวน ยิ่งในด้านการเป็นผู้นำและผู้ผลิต ‘หุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์’ แล้ว ที่ผ่านมา มีหลากหลายบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการคิดค้นและออกแบบ ‘หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ ให้มาเป็นผู้ช่วยแพทย์และผู้ดูแลผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยชื่อของบริษัท ‘ไซเบอร์ดายน์’ (Cyberdyne) ก็เป็นหนึ่งในบริษัทญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีมาเป็นเวลานาน

ดังนั้น จึงเป็นข่าวที่น่ายินดีไม่น้อย เมื่อ “ไซเบอร์ดายน์” บริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์ของญี่ปุ่นจับมือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เปิดตัวธุรกิจบริการหุ่นยนต์ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ช่วยยกระดับให้ประชาชนไทยเข้าถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์อย่างทั่วถึง ในงานสัมมนาการแพทย์หุ่นยนต์ล้ำยุคประจำปี 2562 หลังเจ้า หุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์ ตัวนี้ เดินทางไปช่วยเหลือผู้ป่วยและสร้างชื่อเสียงมาแล้วในหลายประเทศ กระทั่งได้รับการยอมรับในระดับสากล


ทำความรู้จัก หุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์ฝีมือ ไซเบอร์ดายน์ ช่วยดูแลผู้ป่วยได้อย่างไร?

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.โยชิยูกิ ซานไค ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ไซเบอร์ดายน์ บินตรงมาจากญี่ปุ่น เพื่อแนะนำให้ชาวไทยได้รู้จักกับ ‘หุ่นยนต์ไซบอร์กการแพทย์’ ฝีมือ ไซเบอร์ดายน์ โดยเกริ่นก่อนว่า

“หุ่นยนต์ไซบอร์ก ไซเบอร์ดายน์ ได้รับการยอมรับด้านประสิทธิภาพในการนำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่ไม่สามารถขยับหรือเดินได้ ให้กลับมาเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้อีกครั้งหนึ่ง อาทิ ในหลายประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ ซาอุดิอาระเบีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น”

โดย ศ.ดร.ซานไคอธิบายต่อว่า บริษัท ไซเบอร์ดายน์ ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าหุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์ เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่

  • คนที่เป็นอัมพาตส่วนล่าง ตั้งแต่เอวลงไปถึงเท้าจะใช้ไซบอร์กรุ่นระบบขา (HAL Lower Limb Type)
  • คนไข้ที่ไม่สามารถยกตัวขึ้นได้หรือสูญเสียความสามารถในการนั่ง จะใช้ไซบอร์กระบบเอว (HAL Lumbar Type)
  • คนไข้ที่ไม่สามารถยืดหรือหดข้อได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อแขน มือ เข่า หรือ เท้า จะใช้ไซบอร์กระบบข้อ (HAL Single Joint Type)
  • คนไข้ที่มีปัญหาในการขยับนิ้วมือ จะใช้ระบบมือในการช่วยฟื้นฟูความสามารถในการหยิบจับกำและแบมือ (Hand of Hope)

“สำหรับทำงานของหุ่นยนต์ไซบอร์ก ไซเบอร์ดายน์ ใช้ระบบปฏิบัติการผสมผสาน (HAL® : Hybrid Assistive Limb) ซึ่งเป็นระบบที่แพทย์สามารถเลือกได้ระหว่าง ให้คนไข้สั่งการหุ่นยนต์เองด้วยความคิด หรือ ให้หุ่นยนต์ทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหุ่นยนต์ไซเบอร์ดายน์ เนื่องจากระบบการทำงานที่คนไข้สั่งการได้เองจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างสัญญาณไฟฟ้าจากสมองมนุษย์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหุ่นยนต์ การทำงานช่วยเหลือกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ จึงทำให้หุ่นยนต์ของบริษัทเป็นไซบอร์กด้วย”

ที่ผ่านมาไซเบอร์ดายน์จะให้บริการเช่าหุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์ผ่านทางโรงพยาบาลหรือคลินิกฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทย ตั้งตัวแทนอย่างเป็นทางการแล้ว คือ Zignature Robotics

asia.nikkei.com

ผสานความร่วมมือ ญี่ปุ่น-ไทย ยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตผู้ป่วยไทยให้ดีขึ้น และต่อยอดอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให้ไปไกลยิ่งขึ้น

ด้าน ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวในฐานะตัวแทนจากทางฝั่งประเทศไทยว่า

“ตอนนี้ประเทศไทยเราก็กำลังเข้าสู่ยุคของผู้สูงอายุ เหมือนดังที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งต้องการการดูแลในเรื่องของสุขภาพและรายได้ ดังนั้น การเปิดตัวหุ่นยนต์ทางการแพทย์ครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อประชาชนคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งการที่ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ก็ถือว่ามีส่วนส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์มากขึ้นด้วย”

นอกจากนั้น ดร.นเรศยังยอมรับด้วยว่า ขณะนี้เครื่องไม้เครื่องมือในประเทศรวมถึงบุคลากรของไทยด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังมีน้อย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนของต่างชาติให้เข้ามาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทยให้ทัดเทียมต่างชาติ ซึ่งที่สุดแล้ว ผลดีจะจะเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเรานั่นเอง

ไม่ใช่แค่โครงการความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการเปิดให้เช่าหุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์เท่านั้น TCELS ยังมีโครงการพัฒนาเรื่องเซลล์กับยีนบำบัดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยพัฒนาความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัลโนเบลในเรื่องสเต็มเซลล์ และยังพัฒนาเครือข่ายการทำวิจัยเชิงคลินิกและการทำวิจัยถึงขั้นนำไปใช้กับผู้ป่วย

ทาง TCELS ต้องการเรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมาจึงจัดงานและเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย บริษัท และผู้แทนสมาคมการแพทย์เวชกรรมฟื้นฟู เข้ามาจัดสัมมนาและหารือกัน เพื่อพัฒนาประเทศไทยในด้านการวางระบบเก็บข้อมูล การทำวิจัย การให้ทุนสนับสนุนทุนวิจัย การผลักดันเข้าสู่การทดสอบเชิงคลินิก และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ในที่สุด


ยกระดับชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีแห่งยุค ต่อไปนี้

Let’s talk with ‘AI Chatbot’ หุ่นยนต์นักบำบัด เพื่อนใหม่ช่างเจรจา เยียวยาภาวะซึมเศร้าได้จริง

ยินดีที่รู้จัก ‘Bliss หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ เพื่อนใหม่เด็กออทิสติก เสริมสร้างการเรียนรู้ ร่วมพัฒนาโดย อาจารย์ & นักศึกษา มจธ.

ชุดน้ำยาเรืองแสง พิสูจน์คราบดีเอ็นเอ ช่วยไขคดี ‘อาชญากรรม’ ผลงานวิจัยดีกรีรางวัลสภาวิจัยฯ