เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้ประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ ที่กำลังฮอตในช่วงนี้เลย เมื่อเว็บไซต์ ‘ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศ’ เปิดเผยข้อมูลที่เจาะลึกจากศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา ว่า ‘สมาคมร้านอาหารแห่งชาติ’ (National Restaurant Association) ในสหรัฐอเมริกา รายงานผลสำรวจล่าสุดในปี 2019 ว่ามีเทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงมีนวัตกรรมอาหารใดบ้างที่มาแรงในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการเก็บข้อมูลจากเชฟมืออาชีพที่เป็นสมาชิกสมาคมเชฟ American Culinary Federation


เผยผลสำรวจ 10 เทรนด์ ‘อาหาร – เครื่องดื่ม – นวัตกรรมอาหาร’ มาแรงในสหรัฐอเมริกา ปี 2019

ฮัดสัน เรย์ลี รองประธานอาวุโสฝ่ายงานวิจัยของสมาคมร้านอาหารแห่งชาติ รายงานผลการสำรวจเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มมาแรงในปี 2019 ซึ่งมีส่วนในการชี้แนะการวางแผนสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลกที่ต้องการจะเจาะตลาดอาหาร เครื่องดื่ม และ ‘นวัตกรรมอาหาร’ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าในปี 2019 นี้ มีสินค้าอะไรที่มาแรงในกลุ่มคนอเมริกันบ้าง

“ประเด็นที่ค้นพบจากการสำรวจในปีนี้ คือ กว่า 70% ของกลุ่มตัวอย่างเชฟ เลือกให้เทรนด์การปรุงอาหารแบบไม่สร้างขยะ (zero-waste cooking) เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเป็นอันดับต้นๆ ตามมาด้วยเทรนด์ของอาหารที่มีแรงบันดาลใจจากสูตรอาหารหลากประเทศทั่วโลก และเทรนด์ของอาหารที่มีพืชผักเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งผลลัพธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังตามเทรนด์การอยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้เราเห็นมุมมองรักษ์โลกและความสนใจในรสชาติอาหารจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงเทรนด์สุขภาพของอาหารเด็ก และการสรรหาวัตถุดิบใหม่ๆ เพื่อใช้ในการทำอาหาร”

เรย์ลีขยายความต่อว่า จากผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า ในตอนนี้ชาวอเมริกันอยากเห็นและต้องการอาหารที่นอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังรักษ์โลกด้วย อย่างอาหารที่ทำจากพืชผักหรือเน้นผักเป็นหลัก จะไม่ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อคนที่รับประทานมังสวิรัติอีกต่อไป

เพราะมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า อันที่จริงแล้ว 3 ใน 15 เทรนด์อาหารและนวัตกรรมอาหารที่มาแรงในปีนี้ คือ ไส้กรอกและเบอร์เกอร์ที่ทำจากผัก อาหารที่ทำจากผักหรือเน้นผักเป็นหลัก และโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ เทรนด์การใช้วัตถุดิบที่ปลูกเอง ซึ่งรวมไปถึงร้านอาหารที่ปลูกพืช ผัก ผลไม้ในสวนหรือดาดฟ้าของร้าน ก็เป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของเทรนด์ที่มาแรง

เทรนด์อาหาร เครื่องดื่ม และ นวัตกรรมอาหาร ที่มาแรงในสหรัฐอเมริกา ปี 2019 ได้แก่

  1. เครื่องดื่มผสมกัญชา (ในหลายรัฐ กัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่ใช่ในทางการแพทย์)
  2. อาหารผสมกัญชา (ในหลายรัฐ กัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่ใช่ในทางการแพทย์)
  3. การทำอาหารแบบไม่สร้างขยะ (Zero-waste cooking)
  4. อาหารเช้าที่มีแรงบันดาลใจจากสูตรอาหารจากหลากประเทศทั่วโลก
  5. อาหารเด็กที่มีแรงบันดาลใจจากสูตรอาหารจากหลากประเทศทั่วโลก
  6. อาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสวนที่ปลูกเอง (Hyper-local)
  7. เนื้อสัตว์ส่วนใหม่ๆ
  8. อาหารที่ทำจากผักหรือเน้นผักเป็นหลัก
  9. อาหารจานด่วนจากฝีมือเชฟ (Chef-driven fast-casual concepts)
  10. เหล้าที่กลั่นในโรงกลั่นของท้องถิ่น หรือเหล้าที่กลั่นอย่างประณีต

ชี้เหตุและผลของความนิยมอาหารและเครื่องดื่มที่ใส่ใจสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และหลากหลายมากขึ้นของชาวอเมริกัน

ในรายงานข่าวนี้ หยิบยกเอาเทรนด์อาหาร เครื่องดื่ม ที่โดดเด่นประจำปี 2019 มาอธิบายถึงที่มาที่ไปของความนิยมนี้เพิ่มเติมด้วย เริ่มจาก การทำอาหารแบบไม่สร้างขยะ (Zero-waste cooking) ที่หมายถึงการใช้เศษอาหาร พืชผักที่มีตำหนิ ส่วนที่ปกติตัดทิ้ง และอาหารที่เหลือที่เอามาทำให้เป็นอาหารจานใหม่น่ารับประทาน ซึ่งเทรนด์นี้นับว่ามาแรงเป็นอันดับ 3 ของปีนี้ โดยที่ผ่านมา มีเชฟชาวอเมริกันหลายคนที่หันกลับมามองวัตถุดิบหรืออาหารที่เคยทิ้งเป็นแค่ขยะ แล้วเอากลับมารังสรรค์เป็นอาหารจานใหม่ เช่น ใช้ผงกาแฟบดมาทำเป็นไอศกรีมรสกาแฟ หรือใช้ก้นหัวผักกาดมาทำเป็นผัดผัก

ต่อไป คือ เทรนด์ในเรื่องของความสนใจในอาหารที่มีแรงบันดาลใจจากสูตรอาหารจากหลากประเทศทั่วโลกเป็นพิเศษ ที่เทรนด์นี้ฮอตฮิตข้ามปีมาตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมาแล้ว ยกตัวอย่าง อาหารเช้าที่มีแรงบันดาลใจมาจากอาหารจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ได้รับการจัดอันดับให้มาแรงเป็นอันดับ 4 ในปีนี้ ตามมาด้วยอาหารเด็กที่มีแรงบันดาลใจมาจากอาหารจากหลากประเทศทั่วโลก

ส่วนอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแรงบันดาลใจมาจากสูตรของหลากประเทศนั้น เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในทุกหมวดหมู่ของอาหารและเครื่องดื่มเช่นกัน อาทิ โซดาจากอิสราเอล ที่เรียกว่า กาซอซ (gazoz) มาแรงเป็นอันดับ 2 ในหมวดหมู่เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอลล์ หรือขนมหวานสัญชาติไทย ก็เข้าไปติดอันดับความนิยมกับเขาด้วย นั่นก็คือ ไอศกรีมม้วนจากประเทศไทย ซึ่งมาเป็นที่ 1 ในหมวดขนมหวาน 

นอกจากนี้ อาหาร เครื่องเทศ และเครื่องปรุงจากแอฟริกาเหนือ แอฟริกาตะวันออก (เอธิโอเปีย) และแอฟริกาตะวันตกก็มาแรงในหลากหลายหมวดหมู่นี้ด้วยเช่นกัน ขณะที่เชฟหลายคนกล่าวถึงอาหารจากแอฟริกาเหนือ เช่น ทาจีน (tajine) และฟูลล์ (fuul) ก็เป็นอาหารต่างชาติที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

สุดท้าย เทรนด์การนำเสนอวัตถุดิบหรือส่วนประกอบใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันให้อาหารมากขึ้นก็ได้รับการยอมรับในวงการอาหาร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เทรนด์การค้นหา ‘เนื้อสัตว์ส่วนใหม่ๆ’ เช่น เนื้อหัวไหล่ เนื้อส่วนใกล้กระดูกสันหลังที่มีลักษณะคล้ายหอยนางรม (oyster steak) หรือ เนื้อเมอร์ล็อต (เนื้อส่วนขาหลัง) กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แม้ว่าจะลดความนิยมลงมาเล็กน้อยหลังจากที่มาแรงเป็นอันดับต้นๆ 2 ปีติดต่อกันแล้วก็ตาม


ที่มา : เรียบเรียงจาก บทความเรื่อง “เปิดม่านความคิด : 10 เทรนด์อาหารมาแรงในสหรัฐฯ ปี 2562” โดย  นางสาวพิมพ์นิภา กังสนันท์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ใน เว็บไซต์ ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศ (12 ก.พ. 2562)


คลิกอ่านบทความนำเสนอเรื่องนวัตกรรมอาหาร ในหลากหลายมุมกันต่อ 

เพื่อ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ รู้ไหมว่าสังคมโลกกำลังทำอะไรเพื่อ ‘อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร’ ?

Thai School Lunch : ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ผู้ช่วยคิดเมนูในยุคดิจิทัล

เปิดตัวต้นแบบงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ‘ไก่ยูริกต่ำ’ เอาใจคนรักสุขภาพ ฝีมือ อาจารย์ มข.