สาลิกาคาบข่าว Vol.99/62

126

ไฟเขียวงบผูกพันข้ามปี

ทร.จ้างที่ปรึกษาสร้างอู่ตะเภา

เพิ่มขีดความสามารถเชิงพาณิชย์

พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่กองทัพเรือเสนอขออนุมัติรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณเริ่มใหม่ และเปลี่ยนแปลงการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว  ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่ 3 ภายในปี 2567 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการเชิงพาณิชย์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล สำหรับการขอเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณที่กองทัพเรือได้รับอนุมัติจาก ครม. ได้แก่ รายการผูกพันเริ่มใหม่เพิ่มเติมระหว่างปีงบประมาณ 2562 จำนวน 2 รายการ คือ การจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา และการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 วงเงินรวม 347 ล้านบาท  ส่วนอีกรายการคือเปลี่ยนแปลงรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจากโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นบริเวณเกาะจระเข้ ต.สัตหีบ จ.ชลบุรี วงเงิน 361.15 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2562-2563 โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 72.23 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 268.15 ล้านบาท

ครม.อนุมัติคุม

“โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร”

เป็นวาระแห่งชาติ

พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติแผนเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดโรคได้ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน มีการระบาดทั้งสิ้น 17 ประเทศในหลายภูมิภาคทั่วโลก แบ่งเป็นทวีปยุโรป 10 ประเทศ, ทวีปแอฟริกา 4 ประเทศ และทวีปเอเชีย 3 ประเทศ สำหรับทวีปเอเชีย ประเทศที่มีการระบาด ได้แก่ ประเทศจีน, ประเทศมองโกเลีย และประเทศเวียดนาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 มีการรายงานว่ามีการทำลายสุกรในประเทศจีน จำนวน 950,000 ตัว, ประเทศมองโกเลีย 2,992 ตัว และประเทศเวียดนาม 46,600 ตัว รวมทั้งสิ้น 999,592 ตัว ซึ่งความเสียหายของทั้ง 3 ประเทศคิดเป็นจำนวนกว่า 6,000 ล้านบาท ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีความจำเป็นให้ ครม. อนุมัติแผนนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะมีการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย 

ไทยชวนอาเซียน

พัฒนาบุคลากร

รับอุตสาหกรรม ‘หุ่นยนต์’

EEC HDC การศึกษายุคใหม่

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (ซีออม) ครั้งที่ 2/50 ระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย.62 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ว่า   ประเทศไทยได้ผลักดันให้อาเซียนเตรียมความพร้อมรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (4ไออาร์) เพื่อรับมือการเข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการของระบบออโตเมชั่น หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์   โดยกรมฯ จะร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนจัดกิจกรรมให้ความรู้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในวันที่ 21 มิ.ย.62 ที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนของอาเซียนมาร่วมหารือ โดยผลการหารือจะใช้ประกอบการยกร่างคู่มือการเตรียมทรัพยากรมนุษย์รับมือ  4 ไออาร์เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเดือนก.ย.62 ต่อไป

โพลหอการค้า

ชี้สงกรานต์เงินสะพัด

1.35 แสนล้านบาท

เพิ่ม 2.78%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ 135,837.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.78% จากปีก่อนอยู่ที่ 132,162.87 ล้านบาท โดยการวางแผนท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ 87.2%  ต่างประเทศ12.8% ประเทศที่นิยมไปเที่ยวคือญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง สำหรับกิจกรรมอันดับแรกคือรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รองลงมาเป็นการสังสรรค์จัดเลี้ยง และพักผ่อนอยู่บ้าน ขณะที่ปัญหาฝุ่นละอองในภาคเหนือกระทบภาคท่องเที่ยวโดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย และ พะเยาทำให้รายได้ท่องเที่ยวหายไป 5,000-7,000 ล้านบาท ส่วนการขอพรที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการคือขอให้เศรษฐกิจก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง คนไทยรักสามัคคี และบ้านเมืองปราศจากคอรัปชั่น 

โตโยต้า-อีซูซุ

แจ้งรถกระบะ 97 รุ่น

สามารถใช้น้ำมันดีเซล บี 20 ได้

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายัง ธพ. ในการแจ้งรถยนต์กระบะรุ่นที่สามารถใช้น้ำมันบี 20 (ดีเซลผสมบี 100 สัดส่วนไมเกิน 20%) ซึ่งทั้ง 2 บริษัทถือเป็นผู้จำหน่ายรถกระบะมียอดขายรวมกันเกือบ 60-70% ของตลาดกระบะรวม สำหรับค่ายโตโยต้าได้แก่รถรุ่น Hilux และ Fortuner รุ่นใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นไป จำนวน 41 รุ่น (Hilux 37 รุ่น และ Fortuner 4 รุ่น) สามารถใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไข รถรุ่น Hilux และ Fortuner รุ่นเก่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 ถึง ค.ศ. 2015 จำนวน 24 รุ่น (Hilux 20 รุ่น และ Fortuner 4 รุ่น) สามารถใช้ได้โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าหากมีการเติมน้ำมัน B20 บ่อย ๆ และใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ต้องติดต่อศูนย์จำหน่ายรถโตโยต้า (Authorized Dealer) เพื่อขอรับคำแนะนำ ส่วนค่ายอีซูซุ รถรุ่น D – MAX รุ่นปี 2012 – 2019 จำนวน 20 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบ รวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็น โดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ , MU – X รุ่นปี 2014 – 2019 จำนวน 12 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบรวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็นโดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ

ชาวจีนแห่ชอป

‘บัวลอยไส้ทุเรียน’

สุดฮอตเทศกาลโคมไฟ

นางวิชุดา อัครเมธาทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ได้ติดตามผลการสั่งซื้อสินค้า “บัวลอย” ที่ชาวจีนนิยมบริโภคในช่วงเทศกาลโคมไฟ ผ่านการสั่งซื้อทางออนไลน์ในปี 2562 ตรงกับวันที่ 19 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 2,586% โดยสัดส่วนยอดขายในภาคใต้และภาคเหนือของจีนเท่ากับ 58 ต่อ 42 และยอดขายบัวลอยขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 1,560% สัดส่วนยอดขายในภาคใต้และภาคเหนือเท่ากับ 58.6 ต่อ 41.4 ซึ่งจะเห็นได้ว่ายอดขยายขนมบัวลอยและบัวลอยขนาดเล็กทางภาคใต้สูงกว่าภาคเหนือ และปีนี้เป็นที่น่าประหลาดใจก็คือ “บัวลอยไส้ทุเรียน” เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก มียอดขายเพิ่มขึ้นมากถึง 3,216% นับว่ามีอัตราการขยายตัวสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในช่วงเทศกาลโคมไฟปีนี้ โดยบัวลอยไส้ทุเรียนได้รับความนิยม เพราะมีรสชาติและกลิ่นทุเรียนหอมกรุ่น ทำให้คนที่ได้บริโภคต่างรู้สึกชื่นชอบ

สหรัฐฉุนอียู

หนุน ‘แอร์บัส’ เอาเปรียบ ‘โบอิ้ง’

ขู่ตั้งภาษีหมื่นล้านดอลล์

สำนักขาวเอเอฟพีรายงานอ้างนาย โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้บริหารสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่าองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) พบหลักฐานว่าสหภาพยุโรป หรือ อียูให้เงินอุดหนุนบริษัทแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส คู่แข่งบริษัทโบอิ้ง ของสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการค้าที่มีผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกา ดังนั้นสหรัฐจะตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากอียูมูลค่า 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มสินค้าที่จะถูกขึ้นภาษีนำเข้าได้แก่เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินพลเรือน ชิ้นส่วนเครื่องบิน อาหารทะเล และ ชีส เป็นต้น