“…เลิกพูดว่า “หนังสือตายแล้ว” เสียทีเถอะ!” Lisa Lucas ผู้อำนวยการ “มูลนิธิหนังสือแห่งสหรัฐอเมริกา” หรือ National Book Foundation ได้กล่าวบนเวทีงานประกาศ “รางวัลหนังสือแห่งชาติ” หรือ National Book Award ประจำปี 2018 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา


National Book Award หรือ “รางวัลหนังสือแห่งชาติ” เป็นเวทีอันทรงเกียรติที่จัดงานประกาศผลการคัดเลือก “รางวัลทางวรรณกรรมที่เด่นที่สุดรางวัลหนึ่ง” ของ “สหรัฐอเมริกา” โดย National Book Award ริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950

ในทุกๆ ปี National Book Award จะประกาศเกียรติวรรณกรรมที่ประพันธ์โดยนักเขียนชาวอเมริกัน จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย นวนิยาย สารคดี กวีนิพนธ์ และวรรณกรรมเยาวชน

นอกจากนี้ยังมีการประกาศเกียรติ “ความสำเร็จในวิชาชีพ” หรือ Lifetime  Achievement Award รวมทั้งยังมีการมอบ “เหรียญรางวัลสำหรับผู้มีผลงานทางวรรณกรรมอเมริกันดีเด่น” หรือ Medal of Distinguished Contribution to American Letters อีกด้วย

จุดมุ่งหมายของ National Book Award เป็นไปเพื่อ “ยกย่องคุณค่าวรรณกรรมอเมริกันที่โดดเด่นประจำปี เพื่อเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้ประชาชนสนใจวรรณกรรมมากขึ้น และเพื่อส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของงานเขียนที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา”

ปัจจุบัน Lisa Lucas ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ “มูลนิธิหนังสือแห่งสหรัฐอเมริกา” หรือ National Book Foundation ซึ่งมีหน้าที่นำเสนอ National Book Award หรือ “รางวัลหนังสือแห่งชาติ”

เธอกล่าวว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง และก่อนหน้านี้ จะมีเพลงบทหนึ่งซึ่งมักได้ยินเสมอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน

เนื้อเพลงนั้นร้องว่า “หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว”

“…ฉันรู้สึกหงุดหงิดมาก…” เธอบอก “…หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว…บทเพลงที่ฉันได้ยินตลอดเวลา ไม่ว่าฉันจะอยู่ในรถไฟใต้ดิน บนแท็กซี่ สนามบิน และที่อื่นๆ ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน…”

“…เมื่อฉันชวนพวกเขาคุย และบอกไปว่า ฉันมีอาชีพอะไร พวกเขาก็ย้อนถามฉันว่า “ก็มันจริงมั้ยล่ะ” หรือไม่ก็ “ทุกวันนี้คุณคิดว่าผู้คนยังอ่านหนังสือกันอยู่อีกหรือ” และเพลงคลาสสิกที่ฉันต้องได้ยินเป็นการปิดท้ายบทสนทนาแทบทุกครั้งก็คือ “หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว”

Lisa กล่าวต่อว่า จริงอยู่ แม้จะเป็นคำถามพื้นๆ ง่ายๆ และไม่ว่าจะเป็นใครก็มีสิทธิ์ที่จะถาม แต่ในฐานะที่ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ “มูลนิธิหนังสือแห่งสหรัฐอเมริกา” ความทุกข์ร้อนย่อมมีมากกว่าคนทั่วไปที่ได้ยินคำถามเหล่านั้น

“…อย่างไรก็ดี ถ้าคุณได้ยินคำพูดซ้ำๆ กรอกหูอยู่ทุกวี่วัน “…หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว…” บางทีนะ ไม่ต้องอะไรหรอก ฉันเองนี่แหละ เมื่อได้ยินเสียงแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเมื่อเชื่อวัน บางที ฉันก็เกิดความรู้สึก คือมีบ้างเหมือนกัน ทั้งที่ในใจลึกๆ แล้ว ฉันบอกตัวเองเสมอว่า “มันไม่จริงเลย”…” Lisa กระชุ่น

“…อีกด้านหนึ่ง บางคนบอกฉันว่า การที่ฉันต่อสู้เพื่อวงการหนังสืออยู่นี้  เป็นการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์…” เธอกล่าว

Lisa บอกว่า “…ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี และฉันก็เชื่อใน “อำนาจวรรณกรรม” สำหรับผู้ที่ท้าทายหรือคร่ำครวญถึง “ความตายของการอ่าน” กับฉันนั้น ฉันคิดว่า เขาเองก็กำลังมองหาหนทางการต่อสู้อยู่เช่นกัน และฉันก็คิดว่า ผู้คนเหล่านั้น ลึกๆ แล้วต่างก็ยังเชื่อมั่นใน “หนังสือ” อยู่ เพราะที่นี่คือ “อเมริกา” สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันยังมีความหวัง ฉันมาทำงานที่นี่ก็เพื่อการต่อสู้นี้เช่นกัน…”

“…เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้อ่านเจอบทความหนึ่งซึ่งพาดหัวเอาไว้ว่า “สภาวะการอ่านหนังสือได้ลดลงอย่างรวดเร็ว” รายงานดังกล่าวอ้างถึงข้อค้นพบล่าสุดจาก Pew Research Center ซึ่งได้สำรวจสถิติการอ่านหนังสือในปี ค.ศ. 2017 ของชาวอเมริกัน พบว่า คนสหรัฐฯ จำนวน 24% ไม่อ่านหนังสือ…”

“…อย่างที่พูดไป…” Lisa กล่าว และบอกว่า “…ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี โอเค คนอเมริกัน 24% ไม่อ่านหนังสือ แล้ว 76% ที่เหลือล่ะ ฉันดีใจนะ ที่ชาวสหรัฐฯ ยังอ่านหนังสือกันมากถึง 76% ความจริงก็คือ ถ้า 76% ของประชากร ไม่ว่าจะชาติใดก็ตาม  มีส่วนร่วมใน “กิจกรรมเดียว” คือ “การอ่านหนังสือ” ทั้งๆ ที่คนทั่วโลกในปัจจุบันถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย…”

“…ฉันแปลกใจจริงๆ ที่บทความชิ้นนั้นสรุปว่า “หนังสือกำลังจะตาย”

“…ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี อย่างน้อย งานวิจัยที่ว่าก็บอกฉันว่า เรายังเป็นชาติที่รักการอ่าน…”  Lisa กล่าว

Lisa พูดว่า “…เวลาที่เราเห็นน้ำครึ่งแก้ว คนจำนวนหนึ่งบอกว่า แก้วนั้นเต็มไปกว่าครึ่งแล้ว ขณะที่อีกหลายคนบอกว่าแก้วยังว่างอยู่อีกตั้งครึ่งหนึ่ง สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว ที่เสียงเพลง “หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว หนังสือตายแล้ว” กึกก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน จริงอยู่…ยอดขายหนังสือเล่มทั่วโลกนั้นลดลงจริง แต่ทำไมจำนวนร้านหนังสืออิสระกลับเพิ่มขึ้น แม้ทุกวันนี้โลกเรากำลังหมุนรอบร้านค้าออนไลน์ แต่ “สมาคมผู้จำหน่ายหนังสือแห่งสหรัฐอเมริกา” ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริม “ร้านหนังสืออิสระ” ก็บอกฉันว่า เขามีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน โดยในปี ค.ศ. 2018 ยอดขายหนังสือเล่มเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว…”

Lisa บอกว่า “…แน่นอน เรารู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรักการอ่านหนังสือ ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ทราบกันดีโดยไม่ต้องทำแบบสำรวจ แต่เราจำเป็นต้องเข้าใจให้ดีขึ้น ว่าใครเป็นคนอ่านและทำไมเขายังรักหนังสืออยู่ หน้าที่ของเราก็คือ หาวิธีที่จะสนับสนุนพวกเขาให้อ่านมากขึ้น และอ่านอย่างมีความสุขด้วย ดังนั้น งานหลักของฉันก็คือ การขยายฐานการอ่าน และทำให้แน่ใจว่าหนังสือยังคงเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของเราอย่างมั่นคง กิจกรรมที่มูลนิธิฯ ทำเป็นประจำก็คือ เรานำนักเขียนจากทั่วประเทศไปพบผู้อ่านถึงบ้าน เราแจกจ่ายหนังสือให้คนในสลัม และเฉลิมฉลองการทำงานที่ยอดเยี่ยมของเราทุกปี ที่เวที National Book Award…”

“…มูลนิธิฯ ของเรามีเพื่อนมากมาย ทั้งสำนักพิมพ์ ห้องสมุด ร้านหนังสือ และสมาคมวรรณกรรมต่างๆ พวกเราแบ่งปันความท้าทายเหล่านี้ให้แก่กัน งานของเราคือสร้างผู้อ่าน หลายคนอาจคิดว่างานนี้เป็นการเดินทางที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่เราทำเช่นนี้ทุกวัน เพราะเรารู้ว่าความสุขของการได้อ่านหนังสือดีควรเป็นของทุกคน…”

Lisa Lucas กล่าวว่า “…การเล่าเรื่องเป็นความสามารถพื้นฐานของมนุษย์ มันเป็นวิธีที่จะพาเราไปสำรวจ และทำความเข้าใจโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ การสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน…”

ผู้อำนวยการ “มูลนิธิหนังสือแห่งสหรัฐอเมริกา” กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่น่าเชื่อที่ยังมีคนคิดว่า วงการหนังสือของเราเป็นธุรกิจที่เอาแต่ค้ากำไร ความคิดดังกล่าวเป็นอันตราย เพราะหนังสือไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำว่า “วรรณกรรม” ในแต่ละวันมีหนังสือจำนวนมากและหลากหลายแนวที่ตีพิมพ์ออกมาสำหรับคนทุกประเภทผู้มาจากสถานที่ต่างกัน

“…ฉันเชื่อว่า เรายังสามารถสร้างผู้อ่านหน้าใหม่ให้เกิดขึ้นได้ เพราะฉันรู้ว่า เรามีศักยภาพแค่ไหน…”

“…แต่ตอนนี้ พวกคุณช่วยเลิกพูดคำว่า “หนังสือตายแล้ว” เสียทีเถอะ!”


บทความแนะนำที่สะท้อนว่า ‘สังคมแห่งการอ่าน’ ยังคงอยู่

ลบความเชื่อ ‘คนไทยอ่านหนังสือ ไม่เกิน 8 บรรทัด’ ทิ้งไป เมื่ออีบุ๊กยึดพื้นที่สิ่งพิมพ์ เปลี่ยนคนไทยให้อ่าน 80 นาที/วัน ได้สำเร็จ

อีบุ๊ก (E-Book) โอกาสและความท้าทายที่ยังเปิดกว้างสำหรับ ‘ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไทย’

ทำไม ‘ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์จีน’ ถึงโตไม่หยุด สวนกระแสโลก ค้านความเชื่อ ธุรกิจสิ่งพิมพ์กำลังจะตาย


หรือจะเป็น…บทความเกี่ยวกับบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่น

ถ้าคุณจน การศึกษาสำคัญมาก แต่ถ้าคุณเก่ง ไม่มีใครถามถึงวุฒิการศึกษาคุณ

คนไทยผู้คิดค้น ‘Siri’ แอปพลิเคชัน A.I. Assistants ใน iPhone

‘สุนันทา กังวาลกุลกิจ’ คนไทยคนแรกรับตำแหน่ง ‘ประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO’ บทพิสูจน์หญิงไทย เทียบชั้นซีอีโอระดับโลก